จิตหลอกลวง

ความสงบ

 

สมาธิ ช่วยทำให้จิตสงบ ยิ่งอยู่ในสมาธิได้นานเท่าไหร่ จิตยิ่งสงบมากขึ้น ตามกำลังของสมาธิ

ช่วงนี้กำลังปรับเปลี่ยนสภาวะของตัวเอง พร้อมๆกับเรียนรู้สภาวะเหมือนเช่นเคย สองวันมาแล้ว การปฏิบัติ จิตยังคงเป็นสมาธิ ๓-ถึง ๔ ชม. ในช่วงระหว่างปฏิบัติ

สภาวะที่รู้สึกได้ชัดมากๆ คือ ยิ่งอยู่ในสมาธินานเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีความรู้สึกตัวเกิดขึ้นร่วมด้วยก็ตาม เวลาเลิกปฏิบัติแล้ว ใจสงบมากๆ ความคิดไม่ค่อยมี มีแต่ความอิ่มอกอิ่มใจ

 

ชอบอ่าน

เป็นคนชอบอ่าน สภาวะจิตของผู้อื่น ที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะ ทั้งปฏิบัติและไม่ปฏิบัติ

เมื่ออ่านแล้ว มักจะบอกกับตัวเองว่า นับว่าสร้างเหตุของการดับเหตุ ของการเกิดจริงๆ จิตมีแต่ไม่เอา มีแต่มุ่งสละออก ไม่มีคำว่า ได้อะไร เป็นอะไร ไม่มีอินทร์ พรหม ยม ยักษ์ ฯลฯ

แม้มีสิ่งใดปรากฏให้รู้ ให้เห็น แค่รู้ทุกๆครั้ง ไม่มีการน้อมเอาเข้ามาใส่ตน เหตุนี้ จึงรอดจากสภาวะอุปกิเลสมาได้

ฉะนั้น เวลาอ่านสภาวะของผู้อื่น จะย้อนกลับมาดูตัวเองทุกครั้ง พร้อมกับบอกตัวเองว่า ดีแล้ว ที่แค่รู้ จึงไม่หลง อะไรเกิดขึ้น แค่รู้

คำสรรเสริญ ไม่สนใจ เหตุเพราะ คำสรรเสริญ เยินยอ ล้วนพาหลง ใครจะพูดชมอย่างไรก็ตาม

ใจฟังแล้วขำ ขำใจตัวเองว่า กิเลสเอ๋ย แกไม่ได้แอ้มฉันหรอกเรื่องนี้น่ะ

คำนินทา เงี่ยหูฟัง นั่นคือ เหตุปัจจัยที่มีอยู่ อย่างน้อยๆ ได้ทบทวนการกระทำของตนเองว่า ยังเป็นเหตุให้ผู้อื่น สร้างเหตุกับตนหรือไม่

สภาวะการปฏิบัติ สิ่งที่เกิดขึ้นในจิต สภาวะสัญญา ตัวพาหลงมากที่สุด แค่รู้ อย่าได้ยึด ในสิ่งที่จิตคิดพิจรณา ยึดเมื่อใด หลงทันที

 

จิตหลอกลวง

สภาวะจิตหลอกลวง จะเกิดขึ้นเนืองๆ กับผู้ที่ปรารถนาการหลุดพ้น หรือการไม่เกิดอีกต่อไป เหตุจาก ความอยากที่มีอยู่

สภาวะจิตหลอกลวง จะเกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ อย่าได้เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น เช่นนิมิตต่างๆ ไม่ว่าจะนิมิตเห็นพระพุทธเจ้าหรือ พระปฏิบัติท่านอื่นๆ

นี่แหละ ความกลับกลอก ความหลอกลวง เป็นมายาจิต ที่เกิดขึ้น จากอุปทานที่มีอยู่

ถ้าไม่ปรารถนาการเกิดอีกต่อไป ต้องผ่านสิ่งเหล่านี้ไปให้ได้ ทำลายให้หมด ไม่มีเหลือเป็นตะกอน เจอทุกครั้ง ทำลายทุกครั้ง แค่รู้ อย่าไปยึด

โฆษณา

วันที่ ๒ (๑๔ สค.๕๖)

ไป ไม่ไป สองความคิดนี้ เกิดตลอดเวลา

เมื่อคืนคุยกับเจ้านาย เรื่องของทางบ้าน คำถามญาติพี่น้อง เรื่องเงิน หรือรายได้ของตัวเอง เมื่อแม่ถาม น้องถาม เรื่อง เงิน

ยามแก่เฒ่า ไม่มีเงิน ใครจะเลี้ยง ได้ตอบไปว่า ไม่ต้องให้ใครมาเลี้ยง ขอให้มีที่ซุกหัวนอน มีข้าวกิน มีที่ปฏิบัติ ก็พอแล้ว

การอยู่กับเจ้านาย ก็เหมือนที่บอกไป คือ มีข้าวกิน มีที่ซุกหัวนอน มีที่ปฏิบัติ ถ้ามีเหตุปัจจัยอะไรขึ้นมา ทำให้ต้องจากกัน

ก็โน่น ไปอยู่วัดกับท่านจิ๋ว ท่านชวนมาหลายครั้งแล้ว ให้ไปอยู่วัด ไปปฏิบัติที่นั่น งานไม่ต้องทำแล้ว

 

ตอนนี้ ใจยังมีคิด คิดอยากไปวัด เพราะที่นั่นมีกฏระเบียบบังคับ ผิดกับที่บ้าน ทำตามใจตัวเอง

ทุกๆครั้งที่มีความคิดแบบนี้เกิด จิตจะเกิดการถามตอบกับตัวเองเนืองๆ ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องของอุปทาน ที่ยังมีอยู่

จะที่วัดหรือที่บ้าน หรือที่ทำงาน หากตั้งใจทำจริง สถานที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ใจเท่านั้น ที่สำคัญที่สุด

รู้แต่ว่า สภาวะเข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่ ไม่ต้อง ใช้ความพยายามในการทำ

 

นั่ง ๙.๐๐ น.-๑๒.๔๐ น. รอบนี้นั่ง ๓ ชม. ๔๐ นาที

ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ มีโอภาสเกิดเป็นระยะๆ มีรู้สึกตัวบ้าง ไม่รู้สึกตัวบ้าง สลับกัน

ช่วงที่กำลังแผ่เมตตา กรวดน้ำ มีโอภาสเกิด สว่างมากๆ

สิงหาคม 2013
พฤ อา
« ก.ค.   ก.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: