กุศลที่ยิ่งใหญ่(แม่)

คิดถึงแม่มาหลายวันแล้ว โทรไปหาน้อง น้องบอกว่า ตอนนี้แม่ไปวัด ปฏิบัติแบบไม่ให้พูด

เราบอกว่า แบบนั้น เรียกว่า เก็บวาจา

น้องบอกว่า แม่ไม่ค่ออยู่บ้าน อยู่บ้านไม่กี่วัน บ่นปวดเมื่อยเนื้อตัว แล้วก็ไปวัด วัดอยู่บนเขา เดินขึ้นเขา

 

ในใจนึกอนุโมทนากับแม่ แม่มีวิบากเรื่อง คำพูด ชอบว่าแม่ชี ว่าพระ ว่าผู้ปฏิบัติ เราเคยพูดแล้ว แต่แม่ไม่สนใจ

มาวันนี้ มีเหตุปัจจัย ให้แม่ทำความเพียรแบบปิดวาจา รู้สึก ดีใจจริงๆ ที่ภพชาติของแม่สั้นลง

 

ท่านจิ๋ว

ท่านจิ๋วเองก็เช่นกัน เมื่อก่อน ถามว่า ปฏิบัติบ้างไหม ท่านมักตอบว่า ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง เพราะงานวัดเยอะ

เราพูดอะไรไม่ออก ได้แต่บอกว่า ทำติดไว้บ้างนะท่าน การเกิดอีก น่ากลัวนะ มีแต่ทุกข์  ท่านบอกว่า รู้แล้ว

 

หลังการปฏิบัติทุกครั้ง เวลาแผ่เมตตา กรวดน้ำ ให้ทุกหมู่เหล่าเรียบร้อยแล้ว จะกรวดน้ำแบบเอ่ยเจาะจงชื่อ ต่อท้ายทุกครั้ง

อย่างแม่ อย่างท่านจิ๋ว และคนอื่นๆ ที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตไปแล้ว แผ่ให้ตลอด กว่าจะส่งผล แล้วแต่เหตุปัจจัย ทั้งของผู้ให้และผู้รับด้วย

 

อย่างแม่ การทำความเพียรแบบปิดวาจา ท่านจิ๋ว ได้ไปปฏิบัติแบบเข้ม งดการติดต่อกับโลกภายนอก ๓ เดือน

รู้สึกดีใจมากๆ สำหรับแม่ ที่สร้างเหตุของการเกิด ภพชาติสั้นลง สำหรับท่านจิ๋ว จะมีคุณประโยชน์ สำหรับศาสนาในภายภาคหน้า

ท่านบวชมา ๓ พรรษา และตั้งใจไว้ ไม่คิดสึก เหตุจาก ขณะปฏิบัติ เจอสภาวธรรมบางอย่าง ที่ทำให้ ไม่คิดสึก

และเราเคยพูดกับท่านไว้ว่า ถ้าสึกมา ต้องทำมาหากิน ยิ่งมีครอบครัว ยิ่งมีภาระเยอะ

การบวชเป็นพระ ไม่มีภาระอะไร อาหารการกินไม่ต้องห่วง มีหน้าที่ ทำความเพียรเท่านั้นเอง

โฆษณา

ทวนสภาวะ (๑๙ สค.๕๖)

ไปวัด ไม่ไปวัด จิตยังมีคิดเรื่องนี้อยู่ ตัดสินใจทำที่ห้อง ไม่ไปวัด

ทำงานตั้งแต่ ๐๖.๓๐ น. ดื่มกาแฟ+ไมโล ๑ แก้ว +ขนมปัง ๓ แผ่น ทำงานบ้านต่อ ยืนเย็บกางเกงยีนส์ ถึง ๐๙.๑๐ น. นั่งสมาธิ ถึง ๑๐.๑๐ น.

ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ สุขเกิดขึ้นเนืองๆ มีโอภาสตลอด

รอบ ๒ กินข้าวเสร็จ เดิน สลับกับยืนเย็บผ้า ๒ ชม.(๑๐.๑๐-๑๒.๑๐) นั่ง ๔๐ นาที (๑๒.๕๕)มีสุขเกิด มีโอภาสเกิด

รอบ ๓ ยืนเย็บผ้า สลับกับเดิน ๒ ชม. นั่ง ๑ ชม. มีสุขเกิด

การปฏิบัติวันแรก มีความรู้สึกว่า เครียดๆหน่อย เกิดจาก จิตชอบเพ่ง กดข่มอารมณ์ เพื่อให้จิต เกิดสมาธิไวๆ

ถ้าไม่เคยผ่านสภาวะเหล่านี้มาก่อน น่าจะทำให้รู้สึกทุกข์ได้นะ เหตุจาก ความไม่รู้ชัดในสภาวะต่างๆ

เมื่อผ่านมาแล้ว จึงรู้ว่า เป็นะรรมชาติหรือความธรรมดาๆ หรือความปกติของสภาวะ ที่เป็นแบบนั้น

เพ่ง ก็ให้รู้ว่า เพ่ง ไม่ไปรู้สึกทุกข์ใจ กับสภาวะที่เกิดขึ้น เมื่อไม่เกาะเกี่ยวอารมณ์เหล่านั้นเข้ามา นิวรณ์จึงไม่มี

สภาวะที่ทำวันนี้ เหมือนช่วงที่ สมาธิหายไปหมด เดินหลายชม. กว่าจะได้แอ้มหรือจิตเป็นสมาธิ

ช่วงที่สมาธิหายไปหมด ตอนนั้น ยังไม่ร้ชัดในสภาวะต่างๆ ทั้งอิริยาบทต่างๆ ทำให้เกิดคความทุกข์ใจมาก

กว่าจิตจะเป็นสมาธิในแต่ละครั้ง ๕ นาที ๑๐ นาที ต้องเดินสองถึงสามชม. กว่าจะทำให้จิตตั้งมั่นได้

ถ้าเปรียบเทียบสภาวะวันนี้ กับสภาวะในอดีต วันนี้แบบชิวๆ ส่วนที่มีความรู้สึกเครียดเกิดขึ้น

นี่เป็นเรื่องปกติ ของการเพ่ง ย่อมมีความเครียดเกิดขึ้น คู่กัน เป็นธรรมดา แค่รู้ไป พอสภาวะเข้าที่เข้าทาง อาการเพ่ง จะหายไปเอง

สิงหาคม 2013
พฤ อา
« ก.ค.   ก.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: