ปฏิจจสมุปบาท

“ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นย่อมเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็นปฏิจจสมุปบาท”

“ภิกษุทั้งหลาย แท้จริงแล้ว อริยสาวกผู้เรียนรู้แล้ว
ย่อมมีญาณหยั่งรู้ในเรื่องนี้โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า

เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น ฯลฯ

เมื่อใดอริยสาวกรู้ทั่วถึงความเกิด ความดับของโลกตามที่มันเป็นเช่นว่านี้
อริยสาวกนั้น เรียกว่าเป็นผู้มีทิฐิสมบูรณ์ (ความเห็นที่ถูกต้องอย่างสมบูรณ์) ก็ได้

ผู้มีทัศนะสมบูรณ์ก็ได้ ผู้บรรลุถึงสัจธรรมนี้ก็ได้

ชื่อว่าผู้ประกอบด้วยเสขญาณก็ได้

ผู้ประกอบด้วยเสขวิชชาก็ได้ ผู้บรรลุกระแสธรรมแล้วก็ได้

พระอริยบุคคลผู้มีปัญญาชำระกิเลสก็ได้ ผู้อยู่ชิดติดประตูอมตะก็ได้”
“สมณพราหมณ์เหล่าใด รู้ธรรมเหล่านี้ รู้เหตุเกิดแห่งธรรมเหล่านี้ รู้ความดับของธรรมเหล่านี้ รู้ทางดำเนินเพื่อดับแห่งธรรมเหล่านี้ ฯลฯ

สมณพราหมณ์เหล่านั้นแล จึงเป็นที่ยอมรับว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์

และได้ชื่อว่าได้บรรลุ-ประโยชน์ของความเป็นสมณะและประโยชน์ของความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันยิ่ง เข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน”

 

ปฏิจจสมุปบาท

อันนี้ มองในแง่ของคำแปล เหมาะสำหรับ ผู้ที่กำลังศึกษาปริยัติ หรือคำเรียกต่างๆ

ส่วนสภาวะตามความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น ในสภาวะปฏิจจสมุปบาท ไม่ตรงกับสภาวะที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงทั้งหมด

เริ่มตั้งแต่ สังขาร วิญญาณ นามรูป ถ้าสภาวะแปรปรวนตั้งแต่ตรงนี้ เมื่อนำมาอธิบาย ตามความหมายที่มีอยู่นี้ การอธิบาย จึงวกวนไปมา หรือที่เรียกว่า ค่อมภพค่อมชาติ

http://www.dharma-gateway.com/dhamma/dhamma-32-01.htm

โฆษณา

เตรียมตัวรับวิบาก(๑๑ กย.๕๖)

เฮ้อ… ทุกสรรพสิ่ง ล้วนมีเหตุปัจจัย ไม่ต้องคิดหลีกเลี่ยงเลย วลัยพรเอ๋ย

เวลามีคำถามเกี่ยวกับ อารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ และ วิธีการดับเหตุ

จริงๆแล้ว ไม่อยากตอบเลย เพราะรู้ดีว่า สิ่งที่เขาถามมา และเราตอบไป ต้องเจอสภาวะนั้นกับตัวเองอย่างแน่นอน

และตัวผู้ถามเอง เท่ากับสร้างเหตุกับเรา เหตุจากความไม่รู้ที่มีอยู่ และเขาก็ต้องเจอกับสภาวะใหม่(สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต) ต้องพบกับ ความรู้สึกนั้นๆอีก

เห็นใจคนที่เข้ามาถามเหมือนกันนะ เพราะเขาสงสัย เขาจึงถาม แต่การจะบอกตามความเป็นจริง ที่เขาจะต้องรับผล จากการที่เขาถามมา ก็อธิบายยากนะ สภาวะซับซ้อน เรื่อง ของเหตุหรือกรรม

วลัยพรจึงมักจะบอกว่า อยากรู้อะไร ให้ไปอ่านในบล็อก มีเขียนไว้หมดแล้ว แต่ส่วนมาก เจอแต่คนใจร้อน สงสัยตรงไหน จะถามกันทันที ไม่ยอมอ่านสิ่งที่เขียนไว้ให้จบก่อน

ข้าพเจ้า จึงเก็บตัว และอยู่อย่างสงบเงียบที่สุด เมื่อยังมีการขีดเขียน(เหตุ) ผลย่อมมี

 

 

หาคำแปลให้ด้วย

เดี๋ยวนี้ เวลาจะเขียนอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวกับปริยัติ ต้องใส่คำแปลลงไป แรกๆ เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้านาย จะได้ไม่ต้องไปค้นหาคำแปล

ระยะเวลาต่อมา จึงได้รู้ว่า ไม่ได้มีประโยชน์สำหรับเจ้านายคนเดียว แต่มีประโยชน์ให้แก่ คนอื่นๆด้วยเช่นกัน

บางครั้ง ก็ยังมีอยู่นะ ความเคยชิน ไม่ได้คำแปลนั้นๆลงไป พอเจ้านายถาม จึงจะแก้ไขที่เขียนไว้ใหม่

บางเรื่อง ที่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง ฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่นมาเขียน มีบ้าง ที่ผิดเพี้ยนไปจากความจริง พลิกนิดเดียว ผิดทันที

กลับไปแก้ไขใหม่ โดยการลบทิ้งไปหมด เพื่อป้องกันเหตุที่เกิดขึ้นใหม่ นี่แหละหนา เมื่อไม่ใช่เรื่องของตนเอง การเขียนตามคำบอกเล่า จึงผิดเพี้ยนไป

ตอนนี้ มีแต่เขียนสภาวะของตัวเอง เรื่องคนอื่นๆ ให้เขียนกันเอง

กันยายน 2013
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: