ปรุงแต่ง

สิ่งใดเกิดขึ้น แล้วเกินจาก รู้

คือ รู้ว่า มีสิ่งเกิดขึ้น

เกินจากรู้ คือ เกินจาก รู้ว่ามีสิ่งเกิดขึ้น

 

ลักษณะเกินจากรู้ คือ สิ่งที่เกิดขึ้น ต้องเป็นอย่างงั้น อย่างงี้

ล้วนเกินจากรู้ คือ การปรุงแต่ง ที่เกิดขึ้นจาก เหตุปัจจัยที่มีอยู่

 

รู้ว่ามีสิ่งเกิดขึ้น เมื่อเกินจากรู้ว่ามีสิ่งเกิดขึ้น

จะเกิด หรือ จะดับเหตุของการเกิด ขึ้นอยู่กับ สิ่งที่เกินจากรู้

ฝึกไปเรื่อยๆ ฝึกที่จะหยุดแค่รู้ ฝึกเพื่อที่จะละ ละสิ่งปรุงแต่งที่มีอยู่

 

ถ้าคิดว่า ผัสสะที่เกิดขึ้น คือ บททดสอบ

เมื่อคิดแบบนั้น พยายามที่จะดู พยายามที่จะรู้ พยายามที่จะหยุด

ยังดีกว่า คิดว่า รู้ แต่ไม่ยอมหยุด

 

ถ้าคิดว่า ผัสสะที่เกิดขึ้น คือ เหตุปัจจัยที่มีอยู่

เมื่อคิดแบบนั้น ย่อมพยายามที่จะหยุด มากกว่า ไม่ยอมหยุด

โฆษณา

รีไซเคิล

เสื้อผ้าเก่าๆ ถุงเท้าเก่าๆ กางเกงเก่าๆ นำมาใช้งานต่อได้อีก

กางเกงทำงานของเจ้านาย บางตัว ขาลอย เลาะขาออกมาเย็บใหม่ บางครั้งมีรอยเลาะปรากฏชัด ก็นำมาตัดเป็นขาสั้น เอาไว้ใส่ที่บ้านยาย

 

 

บางตัว ตรงก้น ผ้าฉีกขาด  ตัดเป็นขาสั้น นำส่วนขามาปะที่ก้นด้านใน เป็นกางเกงใส่อยู่บ้านได้

 

บางตัว เอวเล็ก ตัดเป็นขาสั้น ขยายเอวด้านข้างออก ทำเป็นกางเกงใส่อยู่บ้านได้

 

เสื้อยืด ที่ไม่ใช้แล้ว ตัดแขนออก ตัวเสื้อนำมาตัดแบ่ง แยกออกเป็นสองชิ้น ทำเป็นผ้าเช็ดมือ ผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดเท้า

ส่วนแขนที่ตัดออก ตัดรอยเย็บด้านข้างออก ทำเป็นผ้าชิ้นเดียว เอาไว้เช็ดหัวเตา เช็ดโต๊ะได้

ถุงเท้ายืดๆ เก่าจนใช้งานไม่ได้แล้ว นำมาตัดแผ่ออก เป็นชิ้นใหญ่ แล้วนำไปเย็บติดกับถุงเท้าข้างอื่น

ทำเป็นผ้าถูพื้น เช็ดเก็บฝุ่นได้ดีมากๆ

ขี้รำคาญ

เป็นคนขี้รำคาญ

อะไรที่เห็นว่า เป็นการต่อความยาวสาวความยืด เซ้าซี้ ซ้ำซาก ไม่ใช่การดับเหตุของการเกิด เลิกสนทนาด้วย

เป็นคนไม่มีจินตนาการ สิ่งที่เขียน เขียนตามสภาวะที่มีอยู่และเป็นอยู่

ส่วนใครที่เข้ามาอ่าน แล้วเอาไปจิ้นเอง อันนี้เกิดจากเหตุปัจจัยที่มีต่อกัน ถึงไม่ไปสานต่อ

ยังไงเสีย ผู้ที่สร้างเหตุปัจจัย ทำยังไง ย่อมได้รับผลนั้นอยู่ ขึ้นอยู่กับว่า ทำให้เกิด หรือทำให้ดับ

 

ขอบคุณ

มีหลายครั้ง ที่ทำให้รู้สึกขอบคุณการทำความเพียรของตัวเอง

ทำให้เห็นและรู้ทันต่อสิ่งที่เกิดขึ้น มากขึ้น

ทำให้หยุดตัวเอง ในการสร้างเหตุต่อได้ทัน มากขึ้น

 

ในโลกใบนี้ ไม่มีอะไรเลย เหตุที่

ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิดต่อกัน ล้วนเกิดจากเหตุปัจจัยที่มีต่อกัน

วิถีชีวิตของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่มีอยู่ และที่กำลังกระทำให้เกิดขึ้นใหม่ ทุกๆขณะ

รู้ทัน ดับได้ไว(ที่ตัวเอง) ย่อมจบลงไว

รู้ไม่ทัน หลงสร้างเหตุต่อ ชีวิตจึงวกวนอยู่อย่างนั้น สุดแต่ว่า จะมองเห็นไหม

 

ถึงเราจบ แต่เขายังไม่ยอมจบ นั่นแหละเหตุปัจจัยที่ยังมีอยู่

เหตุของการรู้ รู้แล้วหยุดได้ ถึงผลยังมีอยู่ แค่รู้ แค่ดูไป เดี๋ยวสิ่งๆนั้น ก็จบลงไปตามเหตุปัจจัยเอง

ผิดกับผู้ที่ไม่รู้ แต่คิดว่า รู้ ย่อมหลงกระทำการสร้างเหตุใหม่ให้เกิดขึ้นเนืองๆ

 

ความหลง(เกิด)-รู้(ดับ)

ความหลง มีแต่การนำสิ่งที่คิดว่า รู้ มีแต่การสร้างเหตุใหม่ของการเกิด

แรกรู้ มีแต่เรื่องของ ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และวิธีการดับทุกข์

รู้ชัดเรื่องเหตุแห่งทุกข์(การเกิด) มากขึ้น มีแต่ พยายามดับ มากกว่าหลงสร้างให้เกิดขึ้นใหม่

 

สถานะ ณ วันนี้ มีความสุขมากขึ้น

ซึ่งมีเหตุปัจจัยมาจาก การดับเหตุภายนอก

เป็นเหตุให้ สมาธิที่เกิดขึ้นเนืองๆ

เป็นเหตุให้ รู้ชัดอยู่ภายในกายและจิตเนืองๆ

 

สิ่งที่วลัยพรเขียน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเบื่อ หรือสภาวะอะไรที่เกิดขึ้นก็ตาม

เป็นเพียงสภาวะที่เกิดขึ้นเป็นปกติ ของผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่

ผู้ไม่รู้ ย่อมพยายามน้อมเอาคิดเอา เพื่อพิจรณาต่างๆนานา มีแต่เหตุปัจจัยของการปรุงแต่ง

ผู้ที่รู้แล้ว จะรู้ว่า เป็นเรื่องปกติของสภาวะเหล่านี้ ที่เกิดขึ้น จากเหตุปัจจัยที่มีอยู่ คือ กิเลสทั้งหลายนั่นเอง

ส่วนจะเป็นกิเลสประเภทไหน หรือเรียกว่าอะไร ช่างหัวมัน ก็มันก็แค่กิเลส แค่รู้ว่ามีอยู่เท่านั้นเอง

 

มีหน้าที่ แค่รู้ 

หากมีการปรุงแต่งว่า ต้องทำแบบนั้น แบบนี้

ต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ นั่นแหละเหตุปัจจัยที่มีอยู่ ควาททะยานอยากที่มีอยู่

อยากมาก ปรุงมาก ฟุ้งไปเรื่อย มีแต่การเกิด มากกว่าดับเหตุของการเกิด

 

รู้แล้ว มีแต่หยุด  เพราะไม่มีความสำคัญมั่นหมาย ในสิ่งที่รู้

มันจะแค่รู้ว่ามี แล้วก็ดับหายไปเอง เป็นเรื่องปกติ ของกิเลสที่มีอยู่

ตุลาคม 2013
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: