สภาวะความตาย

สภาวะความตาย เวลาที่ผู้ปฏิบัติเจอ เจอเหมือนกันหมด บางคนผ่านสภาวะความตายได้ บางคนผ่านไม่ได้ คือ เจอ แต่ผ่านไม่ได้

ตัวอย่าง ผู้ที่ผ่านสภาวะความตาย เจอเหมือนที่วลัยพรเคยเจอ ลักษณะอาการที่เกิดขึ้น เหมือนกันทุกอย่าง   และหลังผ่านสภาวะนั้นมาแล้ว จะเหมือนกันคือ สภาวะที่วลัยพรเรียกว่า สภาวะหุ่นยนต์

สภาวะความตาย ที่ผู้ปฏิบัติ ต้องเจอเหมือนกันหมดทุกคน เกิดจาก การทำความเพียรต่อเนื่อง เมื่อถึงเวลาเหตุปัจจัยพร้อม จะรู้สึก สัมผัสได้ด้วยตนเอง บางคนมีเสียงเตือนล่วงหน้า บางคนรู้สึกล่วงหน้าว่า จะต้องตาย
หลังผ่านสภาวะนั้นมาแล้ว จะเหมือนกันคือ สภาวะที่วลัยพรเรียกว่า สภาวะหุ่นยนต์ หากไม่รู้ชัดในสภาวะหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นสภาวะของ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ทำให้หลงสภาวะ คิดว่า เป็นสภาวะของพระอรหันต์

คือ อะไรกระทบมา มันกระเด้งออกไปหมด ความรู้สึกทุกอย่างว่างเปล่า เวลาพูดคุย เหมือนไม่ใช่ตัวเองคุย แต่เป็นสภาวะจิตเกิดการตอบโต้ โดยอัตโนมัติ เพราะแบบนี้ จึงทำให้หลง

สภาวะความตายนี้ ไม่ตายจริง แต่เป็นสภาวะที่เรียกว่า สภาวะสมุจเฉทประหาน กิเลสที่เป็นสังโยชน์ จะถูกทำลายลง บางคนเรียกว่า สภาวะนิพพาน วลัยพรเอง ก็เรียกแบบนั้น

แต่โดยเนื้อแท้ของสภาวะคือ เป็นสภาวะสมุจเฉทประหาน ทุกคนเมื่อปฏิบัติต่อเนื่อง ถึงจุดๆหนึ่ง ต้องเจอสภาวะนี้เหมือนกันหมด บางคนเมื่อผ่านสภาวะความตายนี้มาแล้ว กำลังสมาธิที่มีอยู่ จึงเสื่อมหรือหายไปหมดสิ้น

บางคน เกิดครั้งเดียวและไม่เคยเกิดอีกเลย ก็คิดว่า ไม่มีแล้ว สังโยชน์มีตั้งเท่าไหร่ ต้องเกิดถึง ๓ ครั้งนะ เพียงแต่ จะผ่านไปได้ไหม เท่านั้นเอง

ในตำราของพม่า จะเขียนอธิบายในเชิงเปรียบเทียบว่า เหมือนสายฟ้าฟาด ขาดสะบั้นๆ จริงๆแล้ว ไม่ขาดสะบั้นหรอก เพราะ วิจิกิจฉายังมีอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามี เพราะ ไม่สงสัยในนิพพาน ก็เลยคิดเอาเองว่า วิจิกิจฉาไม่มี ถูกทำลายหมดแล้ว แท้จริง ยังมีอยู่ เพียงแต่ ไม่รู้ว่ามี

เพราะ อธิบายสภาวะนิพพาน ที่ปฏิบัติให้เห็น เป็นรูปธรรมไม่ได้ คือ ไม่สามารถแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรม ที่สามารถ ปฏิบัติตามได้ มีแต่กล่าวไปตามปริยัติที่มีปรากฏอยู่

การที่ผ่านสภาวะความตายนี้มาแล้ว เหมือนกับได้เกิดใหม่ แต่เป็นการเกิดที่ เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ การเกิดเวียนว่าย ในวัฏฏสงสาร สั้นลง

คือ อาจจะเกิดอีก แต่การเกิด สั้นลง อาจจะไปเกิดข้างบน หรือ อาจจะเกิดเป็นมนุษย์ หรือ อาจจะกระทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ในชาตินี้(พระอรหันต์)

บางคน อาจจะมีสภาวะสัญญาเกิดขึ้น รู้แจ้งใน สภาวะนิพพาน สภาวะปฏิจจสมุปบาท สภาวะโยนิโสมนสิการ(ไม่ใช่ที่นำมาพูดๆสอน กันในทุกวันนี้ แต่มีส่วนคล้ายคลึงนิดหน่อย แต่ไม่ตรงกับสภาวะ)

แต่บางคน เป็นปัจจัตตัง รู้เฉพาะตน สอนคนอื่นไม่ได้ หรือ แนะนำคนอื่น ที่มีการใช้คำบริกรรมอื่นๆ ที่แตกต่างจากตนไม่ได้ จะแนะนำได้เฉพาะในแบบ ที่ตนเอง ทำได้

เช่น ใช้พุทโธ ก็จะสอนแบบพุทโธ สอนแบบพองหนอ ยุบหนอ ไม่ได้ หรือ ใช้พองหนอ ยุบหนอ จะสอนแบบ ใช้พุทโธไม่ได้ ไปเปลี่ยนรูปแบบบริกรรมคนอื่นหมด คือ ต้องตรงกับวิธีที่ ตนเอง เคยทำมา จึงจะแนะนำได้ ไม่สามารถรู้ชัดในสภาวะต่างๆ แบบครอบคลุม

บางคนรู้ครอบคลุม แต่ไม่คิดสอนใคร ก็มีอยู่ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยของแต่ละคน

เรื่องการปฏิบัติ ไม่ต้องไปถึงพม่าหรอก เมืองไทยนี่แหละ ทำได้เหมือนกันหมด เห็นผล เหมือนกันหมด ทีนี้ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่ทำกันมา และที่ทำขึ้นมาใหม่

 

โฆษณา

1 ความเห็น (+add yours?)

  1. Trackback: โคตรภูญาณ | Walailoo's Blog

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

พฤศจิกายน 2013
พฤ อา
« ต.ค.   ธ.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: