สาธุ

ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้เจ้านาย ลาพักร้อนได้ จะไปปฏิบัติกันที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรม พระธรรมโมลี ปากช่อง โคราช ตั้งแต่ ๒๑ ธค.-๒๕ ธค. ๕๖

เป็นการส่งท้าย ปีเก่า ตอนรับปีใหม่ ล่งหน้า ก่อนที่จะมาถึง ในเร็วๆนี้

วลัยพร ชอบสถานที่นั่น มากเลยนะ สัปปายะ สภาพแวดล้อม เหมาะกับสภาวะของเราสองคนมากก

ที่สำคัญ วลัยพรคงเคยสร้างเหตุมากับพระอาจารย์ที่ดูแลอยู่ จิตไม่มีอคติกับท่าน ไม่มีความไม่ชอบท่าน ไม่ว่าท่านจะพูดอะไรมา ในเวลาสอน วลัยพร ไม่มีความรู้สึกนึกคิดไม่ดีกับท่าน

เหตุนี้ จึงทำให้สภาวะการปฏิบัติ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ติดขัด ที่มีติดขัด คือ เหตุปัจจัยที่ตนเอง ยังมีอยู่(เรื่องนอกตัวกับผู้อื่น)

สำคัญนะ

สภาวะการปฏิบัติ สำคัญมากนะ เกี่ยวกับพระอาจารย์ที่มาดูแล หากเรามีเหตุปัจจัย ในการมีอคติต่อผู้ดูแล ส่งผลให้เกิดกับสภาวะ ขณะปฏิบัติได้นะ (นิวรณ์)

การเตรียมตัว

เมื่อเคยไปมาแล้ว ย่อมรู้ว่า ควรเตรียมอะไรไปบ้าง ที่นั่น ไม่สะดวกเรื่องอะไรบ้าง เช่น น้ำปานะ

ก็คุยกับเจ้านายนะว่า ถ้าได้ไปกัน เรามาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงน้ำปานะกันนะ ที่นั่น เจ้าหน้าที่ ที่มีอยู่ งานเขามาก ตรงไหน ช่วยได้ ก็จะช่วยๆกัน

เหตุนี้ เรื่องน้ำปานะที่นั่น ค่อนข้างติดขัด คือ ไม่ค่อยมี(โอวัลติน) มีแต่กาแฟ คนที่ไม่กินกาแฟ ควรพกพานำติดตัวไปเอง จะสะดวกกว่า

ส่วนการเลี้ยงน้ำปานะ วลัยพรก็นำเงิน ทั้งของเจ้านาย ทั้งของคนอื่นๆ ที่ร่วมทำบุญมา ให้เงินกับแม่บ้าน ช่วยจัดการซื้อของ และนำไปวางไว้ให้ เลี้ยงทั้งพระ และผู้ปฏิบัต มีอยู่ตลอดเวลา ไม่ขาดแคลน

สิ่งที่ควรเตรียม

สำหรับผู้ที่ไม่เคยไปที่นั่น สิ่งที่ควรเตรียมไป สำคัญมากๆเลยนะ คือ ยาทากันยุง ยุงเยอะมากๆๆ หน้าหนาวนี้ ไม่แน่ใจ แต่ควรเตรียมไว้ก่อนจะดีกว่า

อากาศที่นั่น ค่อนข้างเย็น เพราะอยู่ท่ามกลางภูเขา ควรมีเสื้อกันหนาว ติดตัวไปด้วย

ไม้แขวนเสื้อ สำหรับผู้ที่อยู่หลายวัน ควรเตรียมไปด้วย เผื่อซักผ้าตาก หรือ เผื่อนำมาที่ใส่ออกผึ่งลมไว้

ที่นั่น อากาศค่อนข้างเย็น เหงื่อไม่ค่อยมี เสื้อผ้า สามารถใส่ซ้ำได้ วลัยพร ใช้วิธีดมเสื้อ ผ้าถุง ถ้าไม่มีกลิ่นเหงื่อ จะนำมาผึ่งลม และใส่ต่อในวันใหม่

ของใช้ส่วนตัว ควรนำไปเอง ไม่มีขายนะคะ ยกเว้น ฝากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเขาจะฝากพระที่ออกไปข้างนอก ซื้อให้อีกที ทางที่ดี ควรเตรียมไปให้พร้อมจะดีกว่า

พระวิปัสสนาจารย์

ที่นี่ มีพระวิปัสสนาจารย์ หรือ พระอาจารย์ที่คอยดูแล ผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะ สภาวะการปฏิบัติ ติดขัดตรงไหน ปรึกษาท่านได้ตลอด

การปฏิบัติ

ที่นี่จะปล่อยให้เป็นอิสระ พระอาจารย์จะแนะนำให้สำหรับผู้ที่ไม่เคยทำมาก่อน ส่วนผู้ที่เป็นแล้ว ดูแลการปฏิบัติด้วยตัวเองค่ะ พอถึงเวลา พระอาจารย์จะเรียกถาม ถ้าติดขัดตรงไหน ให้บอกกับ่ทานไปตามความเป็นจริง ไม่ต้องกลัวค่ะ ท่านใจดีมากๆๆ

โฆษณา

ความไม่รู้

ได้ฟังเรื่องที่เจ้านายเล่าให้ฟัง รู้สึกเห็นใจผู้ที่มาพูดให้เจ้านายฟัง เรื่องเกิดตั้งแต่เดือนมิย.ที่ผ่านมา แต่ฝ่ายนั้น เพิ่งมาพูดให้เจ้านายฟัง

เราบอกกับเจ้านายว่า จำไม่ได้เหรอ พอวลัยพรกลับมาถึง เล่าให้ฟังหมดว่า คืนวันนั้น โกรธมาก เราอยากจะนอน เพราะต้องตื่นแต่เช้ามืด ชีวิตสะใภ้ ต้องตื่นก่อน นอนทีหลัง

เราบอกกับเจ้านายว่า เราพูดจริงทั้งหมด เหมือนที่เคยเล่าให้ฟัง เราเสียงดัง โกรธนะ พูดแต่เรื่องเดิมๆซ้ำ ไม่เรื่องเงิน ก็เรื่องจะให้เจ้านายมีเมียใหม่ เพราะอยากให้มีลูก หากเรามีไม่ได้

เคยมาพูดเกลี้ยกล่อมเราหลายครั้ง เราบอกว่า อย่ามาเสียเวลาพูดกับเราเลย ให้ไปพูดกับเจ้านาย อยู่ที่เจ้านายคนเดียว

เหตุของความไม่รู้ ของอีกฝ่าย พูดเท่าไหร่ คุยกันไม่รู้เรื่อง ผู้ที่ไม่รู้ คิดแต่เรื่องความสุข ที่คิดเอาเองว่าสุข เรื่องทำผิดศิล กลับคิดว่า เป็นเรื่องปกติของวิถีชีวิตชาวบ้าน

มีเหตุการณ์แบบนี้ แรกๆ ไม่ได้ใส่ใจ แต่มาไม่พอใจ ตั้งแต่คราวนั่งสมาธิก่อนนอนแล้ว ที่เอาไฟฉายมาส่อง นั่นก็พยายามเก็บอารมณ์ ก่อนนอน ก็ขออโหสิกรรม ที่มีต่อกัน

ครั้งหลังสุดนี่เหมือนกัน จะต้องเกิดขึ้น ช่วงเวลาที่เราจะนอน ทั้งที่กลางวัน ก็พูดแต่เรื่องพวกนี้ ซึ่งเราก็เคยบอกไปแล้ว แต่เป้าหมายของเขา ชัดเจน แน่นอน เอากลับมาพูดอีก

เรื่องทรัพย์สมบัติทั้งของเขา และเจ้านาย ก็เคยพูดไปแล้วว่า บาทเดียว สลึงเดียว ไม่เคยสนใจ เพราะ ไม่ใช่ของเรา ขนาดของญาติพี่น้องที่เรามีอยู่ เรายังไม่สนใจเลย

แม่จะแบ่งเงินให้ จะเปิดร้านขายของให้ เรายังบอกไปเลยว่า บาทเดียวก็ไม่เอา ไม่อยากได้ ให้น้องๆไปเถอะ เราพึ่งตัวเองได้ ไม่อดหรอก ตราบใดที่ยังมีวัดให้ปฏิบัติ

แม่บอกว่า ไปวัด ก็ต้องใช้เงิน

เราบอกว่า นั่นเรื่องของแม่ ไม่ใช่ของเรา ถึงต้องใช้ อย่างมากค่ารถ เรามีคนให้ความช่วยเหลืออยู่ แม่ไม่ต้องห่วง

อันนี้พูดจริง ไม่เคยอยากได้ของคนอื่น แม้กระทั่งของแม่ ญาติพี่น้อง หรือของคนอื่นๆ ไม่อยากได้ของใครนะ

เพราะอะไรน่ะหรือ ต้องมานั่งคอยดูแลรักษา ต้องมีภาระเพิ่ม ไม่เอาหรอก ไม่มาแบกไว้ ให้เป้นภาระกับตัวเองหรอก

นับประสาอะไร กับทรัพย์สมบัติของเจ้านาย หางตายังไม่แลเลย เจ้านายรู้นิสัยข้อนี้ของเราดี เพราะเคยพูดคุยกันตั้งแต่แรกอยู่ด้วยกัน ตอนนั้น ยังไม่รู้เรื่องทางบ้านเจ้านายสักนิดเดียว

พอไปบ้านเจ้านายจริงๆ บ้านช่องใหญ่โต มีเนื้อที่เกือบ ๔๐๐ ตารางวา ใจไม่มีกระเพื่อมด้วยความอยากได้ สักนิดเดียวก็ไม่มี

ที่ไม่มีเพราะรู้ดีว่า ของนอกตัว ถึงแม้จะเป็นของเรา หรือ ไม่ใช่ของเรา ตายแล้ว จบกัน เอาไปไม่ได้สักอย่างเดียว ใจเลยไม่มีกระเพื่อมด้วยความอยากได้ เพราะเหตุนี้แหละ

มีแต่จะบอกกับเจ้านายเสมอๆว่า วันหนึ่ง ไม่เราก็เขา ต้องตายจากกัน หากเจ้านายตายก่อน(เราสองคน พูดเรื่องความตาย เหมือนเรื่องปกติ)

เราไม่เอาอะไรสักอย่างเดียว นอกจาก เสื้อผ้าที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนคอนโด จะถามทางพ่อเจ้านายก่อน ถ้าพ่อไม่เอา จะถามน้องชายเจ้านาย ถ้าน้องชายไม่เอา จะถามทางญาติเจ้านาย ถ้าไม่มีใครเอา ถึงจะถามทางฝั่งของเรา

สรุปคือ เราไม่เอา ไม่อยากเอามาเป็นภาระให้กับตัวเอง เพราะ ถึงยังไง ต้องไปปฏิบัติอยู่ตามวัด ที่อยู่ จึงไม่สำคัญ

กลับมาที่เรื่อทางบ้านเจ้านาย เราฟังเจ้านายพูด รู้สึกเห็นจอีกฝ่าย เรื่องตั้งแต่เดือนมิย. เพิ่งนำมาพูดให้เจ้านายฟัง

ที่ว่า รู้สึกเห็นใจคือ เหตุของความไม่รู้ที่มีอยู่ของอีกฝ่าย ทำให้เป็นแบบนั้น การกระทำเดิมๆซ้ำๆ ที่ไม่เปลี่ยน คือ ความห่วง ความยึดติดเรื่องบ้านที่อยู่

และเรื่องจะให้เจ้านายมีลูก เพราะคิดแค่ว่า มีลูกแล้วสบาย แก่ตัวมา จะได้มีคนเลี้ยง ถึงจะผิดศิล เก็คิดเอาเองว่า ไม่ผิดศิล ความสุขของตัวเอง สำคัญกว่า

มีเหตุ ย่อมมีผล

วลัยพรไม่เคยปฏิเสธความจริง ในสิ่งที่เคยทำไว้ และไม่มีการปกปิดต่อเจ้านาย ทั้งต่อหน้า และลับหลัง เพราะ เราสองคน ไม่มีความลับต่อกัน

ชีวิตคู่ จะดำเนินไปได้ตลอด ต้องรู้ชัดในสิ่งที่ทั้งสองฝ่าย มีอยู่ และเป็นอยู่ การที่พูดความจริงต่อกัน ไม่มีความลับต่อกัน

อีกทั้งเราสองคน รู้เรื่องสภาวะการปฏิบัติเหมือนๆกัน เป็นเหตุให้ คุยกันรู้เรื่อง

เป้าหมายของเราสองคนเหมือนกันคือ มุ่งการสร้างเหตุของ การดับเหตุของการเกิด เพราะ ไม่อยากทุกข์(ไม่อยากเกิดอีก) เหมือนๆกัน

ขออภัย

มีหลายคน ที่อาจข้องใจ และสงสัย ในสิ่งที่วลัยพร ได้กระทำลงไป

เรื่องเพื่อนในเฟส ทั้งที่รู้จัก ไม่รู้จัก ทั้งที่เคยพบปะกัน และไม่เคยเจอกัน

เมื่อก่อน เคยพูดไว้ว่า ถ้าใครไม่ชอบใจวลัยพร ให้ลบความเป้นเพื่อนออกไปได้เลยส่วนลัยพร ไม่ทำแบบนั้นหรอก จะปล่อยไว้แบบนั้น ถึงมีความไม่ชอบใจก็ตาม

ทุกสิ่งไม่เที่ยง

สภาวะมาสอนตลอดเวลา ยึดมั่นถือมั่น ให้สัจจะกับสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสาร หรือ นำมาเป็นสาระ ในการดับเหตุของการเกิดได้

รักตัวเอง

เมื่อก่อน รักตัวเอง ในระดับหนึ่ง ไม่อยากสร้างเหตุการเกิดขึ้นใหม่กับใครๆอีก มุ่งดับเหตุปัจจัย ที่ตนมีอยู่ จึงพูดไปแบบนั้น

รักตัวเองมากขึ้น

สภาวะเปลี่ยนไปมากขึ้น รักตัวเองมากขึ้น เมื่อเห็นว่า ทุกๆความรู้สึกนึกคิด มีผลต่อ สภาวะ ขณะที่ปฏิบัติ จึงกระทำสิ่งที่เคยพูดไว้ว่า ไม่ทำ

ลบหมด

ตอนนี้ ลบเพื่อนหลายๆคนออกไป ไม่ได้รู้สึกเกลียด แต่เพราะ เห็นว่า สิ่งที่ตนเอง ขีดเขียนลงไป ทำให้ คนอื่น สำคัญผิดว่า ที่เขียนลงไปนั้น หมายถึงเขา

บางคน ไม่พอใจ เมื่อมาขอความร่วมมือจากเรา ในบางเรื่อง แต่เราเห็นว่า เป็นเหตุของการเกิด(ทำให้คนหลงทางโลก) จึงเงียบ

และไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจ ทั้งๆที่ ไม่ได้รู้จักกัน ไม่เคยเจอกัน แค่เขาหรือเรา ใครคนหนึ่ง เริ่มต้น ขอมาเป็นเพื่อนก่อนเท่านั้นเอง

บางนคน ชอบกล่าวโทษนอกตัว โพสมาแต่ละครั้ง นอกจากโทษคนแล้ว ยังโทษผีสาง เทวดา สิ่งที่มองไม่เห็น ก็ยังนำมากล่าวโทษ

บางคน ชอบสอดส่อง พฤติกรรมของวลัยพร ความจริงแล้ว ถ้าพูดได้ อยากจะบอกว่า อย่าเสียเวลามาส่อง คนที่ยังมีกิเลสอยู่เลย จงดูตัวเอง นั่นแหละ สิ่งที่ควรทำมากที่สุด ดูการสร้างเหตุของการเกิด ที่ตนยังทำอยู่เนืองๆ

บางคน อ่านสิ่งที่เราเขียน ก็คิดเอาเองอีกว่า เราหมายถึงเขา คิดไปโน่นเลย แบบนี้ก็มีนะ

กับบางคน วลัยพร เจาะจงจริงๆ เจาะจงพูดถึง อันนี้ไม่สนใจนะ ถ้าอยากลบวลัยพรออก ก็ลบได้เลย

กับบางคน แสดงให้เราเห็นว่า เขาสนใจเรื่องสภาวะ เรื่องการปฏิบัติจริงๆ ที่เขาแอดมาหาเรา เพราะเหตุนี้

เนื่องจากได้เคยสนทนากัน การโพสของเขา ถึงแม้ว่า เราอาจจะมีไม่ชอบใจบ้าง ก็เปลี่ยนการตั้งค่าว่า แจ้งเตือน เพื่อไม่ต้องเข้าไปอ่าน

คือ ยกผลประโยชน์ให้กับ ผู้ที่สนใจสภาวะเรื่องการปฏิบัติ จงมีการยกเว้น ไม่ลบออก เพราะเหตุนี้

วลัยพร สนับสนุนทุกคน ที่สนใจเรื่องการปฏิบัติ สภาวะที่วลัยพร ขีดเขียนลงไป ทุกคนต้องเจอเหมือนกันหมด(อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ในชีวิตแต่ละขณะ)

และทั้งสภาวะที่เกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ หากใครยังไม่เคยเจอ กล้ารับรองได้ว่า สักวัน ต้องเจอสภาวะที่ได้ขีดเขียนลงไปทั้งหมด อย่างแน่นอน

มียกเว้นอยู่เรื่องหนึ่ง สภาวะสัญญา เรื่องของสภาวะสัญญา(นิพพาน ตามความเป็นจริง) จนละสัญญานั้นๆได้ จนสภาวะปัญญาเกิด(วิธีการกระทำ/ปฏิบัติ ที่ทำให้เกิด สภาวะนิพพาน ตามความเป็นจริง)

เรื่องสภาวะนิพพานนี้ เป็นเรื่องเหตุปัจจัยของแต่ละคน ใช่ว่า จะเกิดขึ้นได้เหมือนกันทุกคน

บางคน ไม่รู้เลย บางคน รู้บางส่วน บางคน รู้ทั้งหมด

บางคน ไม่รู้ แต่คิดสอนคนอื่น และไม่คิดสอนคนอื่น

บางคนรู้บางส่วน ทั้งคิดสอนคนอื่น และไม่คิดสอนคนอื่น

บางคน รู้ทั้งหมด ทั้งคิดสอนคนอื่น และไม่คิดสอนคนอื่น

สำหรับวลัยพร จัดอยู่ในพวก ไม่ว่าจะไม่รู้ หรือ รู้บางส่วน หรือ รู้ทั้งหมด ในสภาวะนิพพาน ตามความเป็นจริง ที่แน่ๆคือ ไม่คิดจะสอนใคร เพราะ ตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่ ไม่คิดกระทำ อย่างเด็ดขาด

เพราะ ยอมรับว่า บนเส้นทางนี้ ทั้งอุปสรรค และขวากหนาม หลุมพรางของกิเลส มีมากมายยิ่งนัก ยากที่จะรู้เท่าทันได้

วลัยพร ไม่อยากเจอทุกข์ เพราะ ไม่อยากทุกข์ เป็นเหตุให้ สำรวม สังวรระวังตัวเองมากขึ้น

เมื่อไม่อยากเจอทุกข์ ต้องพยายามดับเหตุแห่งการเกิดทุกข์ให้ทัน คือ ทุกๆผัสสะที่เกิดขึ้น สิ่งๆนั้น ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด รู้ให้ทัน หยุดตัวเอง ในการสร้างเหตุออกไป ให้ทัน

ขนาดทางความคิด ยังไม่พ้นทุกข์เลย นับประสาอะไรกับทางวจีกรรม กายกรรม ที่กระทำออกไป

มโนกรรม เรารู้อยู่คนเดียว ทุกข์อยู่คนเดียว อย่างน้อยๆ ยังดีกว่า สร้างเหตุออกไปทาง วจีกรรม กายกรรม นอกจากทำให้ตัวเอง ทุกข์แล้ว ยังทำให้คนอื่น สร้างเหตุแห่งทุกข์ ให้เกิดขึ้น กับตัวเขาเอง

เรารู้แล้ว ยังหยุดได้ แต่เขาสิ หากเขายังไม่รู้ ควรเห็นใจเขา มากกว่า การกระทำ ที่เหมือนกับ ไปซ้ำเติมเขา ให้เขาหลงสร้างเหตุของการเกิดขึ้นใหม่ ซ้ำซาก หยุดไม่ได้ เพราะ เขาไม่รู้

อานิสงส์

การดูแลเอาใจใส่เจ้านาย ไม่ว่าจะเรื่อง อาหารการกิน เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า ของใช้ส้วนตัวของเจ้านายทั้งหมด วลัยพร เป็นคนจัดการซื้อหาให้ทุกอย่าง(เงินเจ้านาย)

คิดไม่ถึงว่า เหตุตรงนี้ จะส่งผลด้วย

วลัยพร ชอบรองเท้ายี่ห้อ Hush Puppies เคยซื้อมือสองมา คู่ละ ๕๐ บาท เจ้าของใส่แล้วกี่ปีก็ไม่รู้ สภาพโดยรวม ยังโอเค เอาไว้ใส่ไปตลาด ลุยดี

ที่ชอบรองเท้ายี่ห้อนี้เป็นพิเศษ เพราะ ใส่แล้ว เวลาเดิน รู้สึก เบา สบายเท้า ไม่บีบเท้า ไม่หลวมเกิน ให้ซื้อมือหนึ่ง คงไม่ไหว เสียดายเงิน แพงมากกก

วันนี้ ระหว่างเดินไปตลาด เดินผ่านห้างแฮปปี้แลนด์ แวะร้านรองเท้ามือสอง กะดูรองเท้าให้เจ้านาย แต่ไม่มีของใหม่มา

เดินไปอีกร้าน เจอรองเท้าผู้หญิง ยี่ห้อ Hush Puppies ลองใส่ดู พอดีเป๊ะ สภาพใหม่กิ๊ก ถึงจะเป็นรองเท้ามือสอง สภาพโดยรวม เหมือนรองเท้ามือหนึ่ง สภาพหนัง ไม่มีรอยขูดขีด หรือ ถลอก

ความตาย

เสียดายนะ ที่คนส่วนมาก ไม่รู้ชัดในความตาย

เมื่อมีการเสียชีวิตของคนในครอบครัว จึงมีการพิรี้ พิไร รำพรรณ เพราะ ความไม่รู้ที่มีอยู่ หากรู้แล้ว น้ำตาสักหยดจะไม่มี

มีจะแสดงความยินดี ต่อการตายของผู้อื่น เพราะ ที่ว่าตายนั้น ตายไม่จริง เป็นการเปลี่ยนสถานะใหม่เท่านั้นเอง

หากรู้ชัดในความตายแล้ว มีแต่จะทำความเพียร อย่างน้อยๆ ได้ไปสุคติ มากกว่า ไปทุคติ

ธันวาคม 2013
พฤ อา
« พ.ย.   ม.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: