ดูตัวเองมากขึ้น

การสนทนาก็ดี หรือ การออกไปนอกบ้านก็ดี เดี๋ยวนี้ ดูตัวเอง มากกว่า ดูนอกตัว

เพราะนอกตัว รู้ดีว่า ที่มีนั่น มีนี่ ล้วนเกิดจากเหตุปัจจัยต่อกัน

 

ขี้รำคาญ

พักหลัง เห็นตัวขี้รำคาญชัด มักชอบตัดบท มากกว่า สานต่อ

มีบางครั้ง ที่หลุดออกไปบ้าง พอเห็นเหตุที่เยิ่นเยื้อ จะตัดความรำคาญออกไป

หากยังมีสิ่งนั้น สิ่งนี้ มาตามเซ้าซี้ ก็แปลกดีนะ ไม่ได้รู้สึกรำคาญ เหมือนตอนแรก แค่รู้ว่า ที่เป็นแบบนี้ เพราะ เขาไม่รู้ หากรู้แล้ว จะไม่ทำ

 

ดับผัสสะ

การที่จะพูดเรื่อง เหตุของการเกิด และวิธีดับเหตุของการเกิด วลัยพรจะรู้สึกยุ่งยาก ในการที่ต้องอธิบายให้คนอื่นฟัง

คือ เราเข้าใจ  แต่การอธิบาย ต้องอาศัยพุทธวจนะ ถ้าให้อธิบายตามหลักของเรา ก็พูดได้เต็มปากว่า สิ่งที่รู้นั้น ไม่มีคำเรียก แต่รู้ว่า ควรทำยังไง

เหตุนี้ จึงต้องอาศัยพุทธวจนะ เป็นหลัก ในการอธิบาย เพราะ พุทธวจนะ ที่นำมาถ่ายทอดนั้น ไม่จำเป็นต้อง ใส่คำอธิบายใดๆลงไป

 

แค่ดู แค่รู้

การนำเรื่องดับผัสสะไปเขียน โดยอาศัยอ้างอิงจากพุทธวจนะนั้น เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทิฏฐิของผู้อื่น ที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่อง ดับผัสสะ  ทั้งๆที่ เพิ่งนำพุทธวจนะลง ไม่กี่ตอน

ตอนนี้ ใจสงบกว่าเมื่อก่อน แค่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามเหตุปัจจัย ไม่ต้องไปสานต่อใดๆ

ไม่ว่าจะมีการวิพากย์ วิจารณ์ใดๆ กลับมาก็ตาม

 

โฆษณา

ปรับเปลี่ยน

เริ่มมีความเคยชิน กับ การทำสมาธิ หากวันไหน แค่ทำความรู้สึกตัว(ทำงานเรื่อยๆ) ทำสมาธินิดหน่อย ไม่ได้ทำสมาธิแบบเต็มที่(หลายชม.) ที่รู้สึกได้ชัด คือ รู้สึกอ่อนเพลีย จิตไม่แจ่มใส

ถ้าได้ทำสมาธิแบบเต็มที่(หลายชม.) มีรู้สึกตัวบ้าง ไม่รู้สึกตัว มีสุขเกิดบ้าง สงบบ้าง สลับเป็นระยะๆ ที่รู้สึกได้ชัด คือ ความอิ่มอกอิ่มใจ ไม่หิว จิตแจ่มใส

ตอนนี้เลยแบ่งเวลา หากวันไหน จะออกข้างนอก หากออกเช้า จะทำสมาธิ หลังจากที่กลับมาแล้ว

ถ้าออกช่วงบ่าย หรือ เย็น จะทำสมาธิในช่วงเช้า หรือ กลางวัน

ถ้าไม่ทำแบบนี้ จิตไม่มีแรง ทำให้ไม่อยากทำอะไร อยากพักอย่างเดียว

ตอนนี้ สภาวะเป็นแบบนี้นะ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ มีหน้าที่ เรียนรู้สภาวะที่เกิดขึ้น แล้วมาปรับเปลี่ยนตัวเอง ปรับเปลี่ยนงานที่จะทำ ให้เข้ากับสภาวะที่เกิดขึ้น

ต้องหมั่นสังเกตุสภาวะของตนเอง ที่เกิดขึ้น ถึงจะรู้วิธีทำตัวให้เป็นหนึ่งเดียว กับสภาวะที่เกิดขึ้น

ก่อนที่จะรู้ วิธีการรับมือกับสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น สำหรับวลัยพรแล้ว ต้องเจอทุกข์ก่อนนะ พอยอมรับสภาวะนั้นๆได้ ทุกข์น้อยลง พอเจอสภาวะเดิมๆ ทุกข์ไม่มี

สภาวะตัวนี้หายไป สภาวะใหม่ มาให้เรียนรู้ต่อ จนลืมสภาวะเก่าๆที่หายไป จนคิดว่า คงไม่มีอีกแล้ว ที่ไหนได้ วันดี คืนดี โผล่มาเฉยเลย ทีนี้จะรู้ละว่า จิตปล่อยวาง จากสภาวะนั้นได้ จริงไหม

บททดสอบ มีตลอดเวลา เพียงแต่ จะรู้ไหมว่า นี่คือ สิ่งที่ต้องเรียนรู้ และยอมรับ จนกว่าจะรู้ชัด ความเป็นปกติ ของสภาวะที่เกิดขึ้น

วิธีทำสมาธิ

อิ่มมมมม

หลายวันมานี่ กำลังสมาธิที่เกิดขึ้น เกิดยาวนานกว่าเมื่อก่อน พอออกจากการทำสมาธิแล้ว รู้สึกอิ่มเหมือน อิ่มข้างใน ทั้งๆที่ วันนี้ตอนเช้า กินกาแฟ+โอวัลติน กินข้าวเมื่อตอนเที่ยง ๑ มื้อ

เสียดาย ที่ยังมีผู้คนอีกมากมาย ไม่เข้าใจเกี่ยวกับ สภาวะจิตเป็นสมาธิ

คือ เรื่อง วิธีการทำสมาธิ ความรู้สึกตัว ก่อนจิตเป็นสมาธิ ขณะจิตกำลังเป็นสมาธิ สิ่งที่เกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิ ขณะที่จิตกำลังคลายตัว จากการเป็นสมาธิ ผลของจิตเป็นสมาธิ

ส่วนมาก เท่าที่อ่านเจอ คือ ความพยายามทำ สิ่งที่เรียกว่า ทำสมาธิ เพื่อให้จิตเป็นสมาธิ

หากทุกคนรู้ว่า จิตเป็นสมาธิ มีแบบไหนบ้าง คงไม่ทำให้ พยายามทำให้ สมาธิเกิด เพราะ แท้จริงแล้ว ทุกๆคน มีสมาธิมาตั้งแต่เกิด ทุกกๆคน ทำสมาธิมาตั้งแต่เกิด

สมาธิ แบ่งออกเป็นสองแบบ

๑. มิจฉาสมาธิ มีลักษณะอาการที่เกิดขึ้น คือ ขาดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ขณะที่จิตเป็นสมาธิ

๒. สัมมาสมาธิ มีลักษณะอาการที่เกิดขึ้น คือ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ขณะที่จิตเป็นสมาธิ เป็นเหตุให้ ขณะที่จิตเป็นสมาธิอยู่ สามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งภายนอก และภายใน โดยไม่ทำให้ จิตหลุดออกจากสมาธิ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งภายนอกนอกและภายใน ไม่ส่งผลกระทบให้เกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่

กระซิบ

เชื่อไหมว่า ทุกวันนี้ นอกจากงานที่คุณทำอยู่ ทำให้เกิดสมาธิ ยังมีอีกอิริยาบทหนึ่ง ที่คุณถูกให้ทำสมาธิ ทุกคืน โดยส่วนมาก จะไม่รู้ว่า การนอนหลับ เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่ง เหมือนกับการทำงาน หรือ ปฏิบัติในรูปแบบอื่นๆ ที่มักเรียกกันว่า เป็นการทำสมาธิ

การนอนหลับ เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่ง เพียงแต่ขาดความรู้สึกตัว ขณะจิตเป็นสมาธิ เป็นมิจฉาสมาธิ

ทำมิจฉาสมาธิ ให้เป็นสัมมาสมาธิ

วันละนิด วันละหน่อย ก่อนนอน โดยการรู้ไปตามความเป็นจริง ที่เกิดขึ้นกับกาย ส่วนไหนก็ได้ เช่น รู้ลมหายใจเข้าออก รู้อาการท้องพองยุบ ที่เกิดขึ้น ตามลมหายใจเข้าออก หรือ จะใช้คำบริกรรมอะไรก็ได้

เช่น กำลังคิดถึงใครสักคนอยู่ ก็ใช้คำว่า คิดถึงหนอๆๆๆๆ หรือ รู้หนอๆๆๆๆ จนกว่าจะหลับ

หรือชอบพุทโธ ก็พุทโธๆๆๆๆๆๆ จนกว่าจะหลับ หรือใช้คำบริกรรมอื่นๆ ที่ถูกใจก็ได้ เพียงทำต่อเนื่อง ทำทุกวัน จะทำให้ เปลี่ยนจาก มิจฉาสมาธิ เป็นสัมมาสมาธิ

เมื่อมีสัมมาสมาธิเกิดขึ้นแล้ว กำลังของสติ ย่อมมีมากขึ้น เป็นเหตุให้ มีสติ ในการดำเนินชีวิต ที่ควรทำมากขึ้น คือ การดับเหตุของการเกิด

 

คำถาม

ผมรู้ลมก่อนนอนทุกคืนครับ แต่ก่อนไม่ค่อยฝัน แต่ช่วงนี้ฝันแทบทุกคืน ทำให้เหนื่อย เหมือนไม่ได้พักเลยครับ มีวิธีไหนทำให้ผมได้พักลึกๆบ้างมั๊ยครับพี่

 

คำตอบ

เคยเป็นเหมือนกันค่ะ แรกๆ ไม่พอใจ ไม่อยากฝัน เพราะ ตื่นมาแล้ว มีเหนื่อย มีเพลีย เหมือนกับการที่ไปรู้ เรื่อง การเต้นของหัวใจ การเต้นตามจุดชีพจรต่างๆ ทำให้นอนไม่หลับ

คุณแก้ได้อย่างเดียวคือ ยอมรับสภาพธรรมที่เกิดขึ้น ถ้ายอมรับได้ อาการเหนื่อย เพลีย จะหายไปเอง ฝันยังมีอยู่ แต่ไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อย เพลีย อาการเหมือนนอนหลับปกติ เหมือนที่เคยหลับ เพียงแต่ฝันไปเท่านั้นเอง

เมื่อยอมรับได้ ความฝัน จะค่อยๆลดลงไปเอง แล้วจะหายไป ขออภัยนะ แล้วจะกลับมาอีก เป็นแบบนี้แหละค่ะ จนกว่าคุณจะยอมรับได้จนหมดใจ ต่อไป ถึงจะมีฝันเกิดขึ้นอีก ก็แค่ฝัน ไม่มีผลต่อสภาพร่างกายและจิต

ขอบคุณ สำหรับสภาวะที่นำมาถามค่ะ บางครั้งไม่ได้ลงรายละเอียดของสภาวะต่างๆ ต้องมีคนนำมาถาม ถึงจะอธิบายเพิ่มค่ะ

ความยากลำบากของชีวิต

๙ มค.๕๖

ความยากลำบากในชีวิต ของผู้คน เกิดจาก เหตุของ อวิชชา ที่มีอยู่

เป็นเหตุให้ ไม่รู้ว่า สิ่งใด สำคัญต่อชีวิตมากที่สุด สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ

สะสมทรัพย์ ไปทำไม

มีอีกมากมาย เหตุของความไม่รู้ที่มีอยู่ สะสมแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ สรรหาแต่สิ่งที่ต้องการ ที่ไม่มี ก็พยายามตะเกียกตะกาย ให้มี

โดยไม่รู้ว่า สิ่งนอกตัว ที่พยายามสะสม หรือ ตะเกียงตะกายหามานั้น หากชีวิต ดับสิ้นลง(ตาย) สิ่งที่สะสมมาแทบตาย แลกด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง ตายปั๊บ นำติดตัวไปไม่ได้สักอย่างเดียว

นี่แหละ เหตุของความไม่รู้ที่มีอยู่ ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่ากิเลส กิเลสที่มีหนาแน่น มีแต่พอกพูน ล้วนเกิดจาก อวิชชา ที่มีอยู่

เพราะไม่รู้ชัดในสิ่งที่เกิดขึ้น(ผัสสะ) จึงหลงสร้างเหตุของการเกิด ทำให้เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นอีก เกิดซ้ำซาก

มีแต่พอกพูนกิเลส เหตุของการเวียว่าย ตายเกิดในวัฏฏสงสาร ที่ยาวนาน เพราะ อวิชชา ตัวเดียว

หากรู้แล้ว จะไม่ทำ ที่ยังทำกันอยู่ เพราะ ไม่รู้

เคยไหม?

คราวที่ไปปฏิบัติที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรม ธรรมโมลี เจ้านายนั่งหน้า วลัยพร นั่งด้านหลัง หลังของเจ้านาย

เวลาเจ้านายเดิน ไม่เห็นความผิดปกติ

ช่วงที่เจ้านายก้มกราบ วลัยพรมองเห็น กกน. ของเจ้านาย แบบว่า ชัดเจน เป็นรูปร่างเลย

ผู้หญิงก็เช่นกัน พอก้มกราบ ก็มองเห็น กกน. ถึงแม้จะเป็นสีขาวก็ตาม

ทุกๆครั้ง ที่มีโอกาส ปฏิบัตินอกสถานที่ จะได้อะไรใหม่ๆ กลับมาปรับเปลี่ยน แก้ไขทั้งสภาวะ ที่ตนเป็นอยู่ และ การเตรียมเสื้อผ้า ข้าวของ เครื่องใช้ ให้เหมาะสมกับสถานที่ ที่ไปปฏิบัติ

วันนี้ ไปเดินซื้อเสื้อสีส้มแปร๊ด ให้เจ้านาย สำหรับงานเลี้ยง ที่บริษัทเจ้านาย ทำงานอยู่ จัดขึ้น นอกสถานที่

บริษัทที่เจ้านายทำงานอยู่ มีหลายสาขา เฉพาะสาขาเจ้านาย พนักงาน(ผู้หญิง) เลือกสีส้ม พนักงานผู้ชาย ก็เลยต้องใส่สีส้มด้วย สีส้มสด แสบลูกตาดีแท้

ไปเดินที่ตะวันนา ติดดกับเดอะมอลล์ บางกะปิ จะมีร้านขายเสื้อยืด เอาเสื้อเจ้านายติดตัวไปด้วย จะได้ซื้อขนาดถูก และแล้ว ก็เจอเสื้อโปโล สีส้มสด สีถูกใจ

แวะดูร้านขายชุดชั้นใน เป็นระยะๆ ที่นั่นมาหลายร้าน มีกกน. สำหรับผู้หญิง ออกมาใหม่ เป็นขาสั้น เนื้อผ้าเนียน ละเอียด เนื้อนิ่ม ลื่นๆ เนื้อผ้าแบบนี้ ซักตากแล้ว แห้งง่าย ดูแล้วใส่สบาย ลองซื้อมา สองตัว

กลับมาถึงห้อง ลองใส่ดู ใส่สบาย เหมือนใส่ขาสั้น แบบนี้เวลาก้มกราบ มองไม่ออกเลย เหมือนคนที่ใส่ซับใน แต่ใส่แบบนี้ สบายกว่า

เตรียมพร้อม

ตอนนี้ สิ่งที่วลัยพร ทะยอยซื้อสะสมไว้คือ กกน. ขาสั้น ตัวละ ๕๐ บาท ผ้าถุงสีขาว สีน้ำตาล ผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมตักเวลานั่ง ทั้งหมด เย็บมือเอง ตกผืนละ ๗๐ บาท

วันข้างหน้า เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เมื่อยังมีโอกาสเตรียมตัวได้ จึงเตรียมตัวไว้เนิ่นๆ ซื้อผ้าครั้งละ ๒ เมตร ราคา ๗๐ บาท เย็บมือจนผืนนี้เสร็จ ค่อยซื้อผ้ามาเย็บใหม่

ไม่หวังน้ำบ่อหน้า

ช่วงนี้ จิตคิดพิจรณาตลอด เตรียมความพร้อมตลอดเวลา ไม่หวังเรื่อง น้ำบ่อหน้า เตรียมการณ์ทุกอย่าง ที่ตัวเอง จำเป็นต้องใช้ ล่วงหน้า

สภาวะมาสอนตลอดเวลา ไม่มีอะไร เที่ยงแท้แน่นอน ควรเตรียมตัวให้พร้อม อย่ารอให้เหตุเกิดก่อน

เจ้านาย

วลัยพร เล่าเรื่องที่คิดอยู่ให้เจ้านายฟังว่า ทำไมช่วงนี้ วลัยพร จึงตระเตรียมหลายสิ่งหลายอย่างไว้ ล่วงหน้าทำไม

ผ้าขาว ซื้อไว้ล่วงหน้า ตอนแรกที่ว่าจะเย็บทีละชิ้น ตอนนี้ไม่แล้ว ทะยอยซื้อเก็บไว้ล่วงหน้าเลย ด้าย เข็ม กรรไกร อุปกรณ์ตัดเย็บ เตรียมให้พร้อม เพราะต่อไป ราคาสินค้าทุกอย่าง จะขึ้นแน่นอน ของแพงกว่าเดิม ซื้อไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องจ่ายแพง

ชุดชั้นในสีขาว เตรียมให้พร้อม เตรียมให้มาก เท่าที่จะมากได้

อนาคตไม่เที่ยง ถ้าไม่มีเงิน จะได้ไม่เดือดร้อน หรือต้องขอให้ใครมาช่วยเหลือ

ตราบใดที่เมืองไทย ยังมีวัด ที่มีการปฏิบัติอยู่ ชีวิตวลัยพร ไม่มีความกังวลใดๆ หรือ ถ้าไม่มีวัด ก็ไม่กังวล เพราะเชื่อว่า เดี๋ยวธรรมะจัดสรรให้เอง อย่างเช่น กรณีเจ้านาย นี่ก็ธรรมะจัดสรรให้ จึงไม่มีความกังวลใดๆ เกี่ยวกับการดำเนินชีวิต

เพียงแต่ คิดว่า ควรเตียมตัวไว้ ให้พร้อมตลอดเวลา อย่าไปหวังน้ำบ่อหน้า(ธรรมะจัดสรร

ฝัน

เมื่อคืนฝัน ฝันแปลกดี จำไม่ได้ทั้งหมด จำได้ว่า ฝันเกี่ยวกับหนังสือ โดนล้อมด้วยหนังสือ เหมือนหนังสือมีชีวิต

ความมีสติ ชนะทุกอย่าง

ถึงแม้จะเป็นความฝัน ขนาดในฝัน ยังมีสติ ปรากฏว่า ได้จัดการหนังสือ ที่มีชีวิตเหล่านั้นซะ เรียบหมด หนังสือกระจัดกระจาย หายไปหมด

ตีฝัน

ไม่แน่ใจนะ ถ้าให้ตีความฝันครั้งนี้ว่า เกี่ยวกับการเมือง

เมื่อเช้าดูข่าว เห็นตาเทือก ออกมาแถลงประมาณว่า จะใช้หนังสือสวดมนต์ เป็นอาวุธ

เราฟังแล้วก็คิด เอ๋ หรือฝันเมื่อคืน มาบอกล่วงหน้า ถ้าใช่ล่ะก็ ตาเทือก(หนังสือ) ถูกปราบราบคาบ

บ้านเมืองเรา ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ได้ยาก เพราะ มีคนประเภท กบเลือกนายเยอะ ปัญหาจึงเรื้อรัง เหมือนโรคมะเร็ง ที่กำเริบเป็นระยะๆ

ถ้าทำตามแนวกฏกติกาที่มีอยู่ เมื่อคนเห็นอยู่ว่า เป็นยังไง เขาย่อมมีช่องทาง ในการเลือกมากขึ้น

มกราคม 2014
พฤ อา
« ธ.ค.   ก.พ. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: