งานที่ทำแล้วจบ

งานภายนอก ทำเท่าไหร่ ทำไม่จบ เป็นงานที่ทำตามหน้าที่ มีเหตุ ต้องให้ทำ ตราบใดที่ ยังมีเหตุปัจจัยทั้งเก่า(ที่เคยทำ)และใหม่(ที่ทำใหม่)

งานประเภทนี้ มีสภาวะ เหนื่อยซ้ำซาก แม้กระทั่ง เวลาใกล้ตาย ก็ยังเหนื่อย(การเวียนว่าย ตายเกิด ในวัฏฏสงสาร)

งานภายใน(กายและจิต) เป็นงานที่ ทำแล้วจบ ยิ่งรู้ชัด สภาวะที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง มากเท่าไหร่ งานนั้นๆ เสร็จสิ้น โดยอัตโนมัติ เป็นงานที่ จบแล้ว จบเลย

งานประเภทนี้ เหนื่อยใจในช่วงแรกๆ(ยังยอมรับไม่ได้ และ ที่ยอมรับได้ โดยการกดข่ม บังคับใจ ไม่ให้สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ขณะ ที่เกิดขึ้นจาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย)

เมื่อรู้ชัดสภาวะที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง ของสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเหตุปัจจัยให้ เหนื่อยน้อยลง

ในที่สุด ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป ตลอดชีวิต ที่เหลืออยู่(เหตุของการเกิด ภพชาติปัจจุบันชาติ และ วัฏฏสงสาร สั้นลง)

โฆษณา

๘ – ๑๕ มีค. ๕๗

๘ มีค.๕๗

ทำงานต่างๆในบ้าน เดินสลับยืน ๕ ชม. ทำสมาธิ ๓ ชม.ครึ่ง

ขณะนั่งอยู่ วันนี้ฟุ้งน้อย ไม่ทำให้รำคาญ
๙ มีค. ๕๗

ทำงานต่างๆในบ้าน เดินสลับยืน ๓ ชม. นั่ง ๑ ชม.

ยังมีเพ่งอยู่ วันนี้ดี มีจิตคิดพิจรณา เหตุของอวิชชา การเกิดซ้ำซาก เบื่อหน่าย

รอบ ๒ เดินสลับยืน ๓ ชม. นั่ง ๑ ชม. รู้สึกตัวเป็นระยะๆ ส่วนมาก รู้ที่กาย เช่น ส่วนอก ท้อง แผ่นหลัง ขา

เวทนาที่เกิดขึ้น ปวดมาก แค่รู้ว่ามี เป็นเรื่องปกติ คือ มีหรือไม่มีเวทนาเกิด ก็เป็นเรื่องปกติ
๑๐ มีค.๕๗

อยากไปวัด

เช้านี้ มีความรู้สึก อยากไปวัด พร้อมๆกับ มีอีกจิตคิดขึ้นว่า ไปวัด เสียเวลาเดินทาง ไปกลับ ๔ ชม. ค่าเดินทาง ๑๐๐ บาท

ทำที่ห้อง ได้ทั้งงานบ้าน ได้ทั้งงานเย็บผ้า

มีเสียงย้อนกลับไปว่า ไปวัด ได้ทำเต็มรูปแบบ เต็มเวลา

อีกเสียงย้อนกลับไปว่า แน่ใจหรือ ที่คิดว่า เป็นแบบนั้น ลองคิดทบทวนดู

กลับถึงบ้าน ทั้งเหนื่อย ทั้งเพลียกับการเดินทาง ไหนจะงานบ้าน ที่ยังไม่ได้ทำ

ก็รู้ๆอยู่ งานบ้าน มีให้ทำอยู่ตลอดเวลา หากบอกว่า ไม่มี หรือ ไม่ค่อยมี นั่นคือ การโกหกตัวเอง หรือ แค่คิดมีชีวิตอยู่ไปวันๆ

ไม่คิดจะทำงาน ไหนจะเป็นการเอาเปรียบครอบครัว ทำงานแบบผักชีโรยหน้า

ทำงานถึงเที่ยง เสร็จแล้ว อาบน้ำก่อน ทำสมาธิ เป็นเวลา ๔ ชม.

มีฝัน แต่จำไม่ได้ ตอนฝัน จำได้อยู่ พอกลับมารู้กาย ลืมหมด
๑๑ มีค. ค๗

อยาก-ไม่อยาก

อยากไปวัด ที่อยากไป อยู่ใกล้ที่สุด แต่มีเหตุ ไม่ให้ไป ตามใจอยาก

กับ ไม่อยากไปวัด ที่อยู่ไกล เดินทางไกล แต่มีเหตุ ต้องให้ไป ถึงแม้ ไม่อยากไป

ทั้งสอง ความรู้สึกนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดความทุกข์ เพราะรู้ดีว่า สภาวะจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเหตุปัจจัย ไม่ว่าจะเกิดความรู้สึกนึกคิดใดๆ ก็ตาม
ทั้งสอง สภาวะนะตอนนี้ แค่รู้อย่างเดียว ถึงเวลา เหตุปัจจัย ต้องให้ไปที่ใด ที่หนึ่ง ไม่ว่าจะอยากไป หรือ ไม่อยากไป
ความฝัน

เมื่อคืนมีฝัน เกี่ยวกับคนเก่าๆ ที่เคยทำงานด้วยกัน ฝันเดิมๆซ้ำๆ เคยฝันแบบนี้มาแล้ว หลายครั้ง

อาชีพเดิม คนเดิม แต่สถานที่ไม่ซ้ำกัน รู้แต่ว่า แม้กระทั่งในฝัน รู้สึกถึงความเฉยเมย ที่มีกับบุคคลเหล่านั้น

สภาวะ ณ ตอนนี้ มีเบื่อ(ชีวิต แต่ไม่ใช่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ แค่รู้สึกเบื่อ ชีวิตมีแค่นี้เอง) กับ สุข(เกิดจากสมาธิ) เกิดสลับกัน

กว่าจะเสร็จงานบ้าน ประจำวัน ที่ทำทุกๆวัน ปาเข้าไป ๙ โมงเช้า กว่าๆแล้ว

เหตุที่ต้องทำงานบ้านทุกวัน เพราะ ชอบทะยอย แบ่งงานทำ ไม่ชอบทำงาน ครั้งละเยอะๆ

เวลาเหนื่อย จะทำให้รู้สึกหงุดหงิดง่าย

แต่มีข้อยกเว้นว่า ถ้าวันนั้น ทำสมาธิได้หลายชม. ถึงเหนื่อยงาน แต่ไม่ทำให้หงุดหงิด
เพราะได้พักจิตในสมาธิแบบเต็มอิ่ม( ๔ ชม. ขึ้นไป)

 
๑๒ มีค.๕๗

ความหลงสภาวะ

ความหลงในสภาวะ แรกเจอ เหมือนกันหมด หลงในทิพย์อำนาจ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจาก กำลังของสมาธิ และเกิดจาก เหตุปัจจัยที่มีอยู่ และ เหตุที่กำลังสร้างให้เกิดขึ้นใหม่ ณ ปัจจุบัน ขณะ ทุกๆขณะ ที่เกิดจาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย

เมื่อรู้ชัด ในสภาวะ ที่เกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิได้ รู้ชัดในรายละเอียดต่างๆของสภาวะที่เกิดขึ้นได้ ความหลงในสภาวะที่เกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ ย่อมเบาบางลงไป

ความหลงต่อมา หลงได้ทุกๆขณะ คือ สภาวะสัญญา ที่คิดหลงว่าเป็น ปัญญา แต่ไม่สามารถนำไปกระทำ เพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ คือ ไม่สามารถนำไปกระทำเพื่อ ดับเหตุของการเกิดได้

ความหลงต่อมา หลงว่า คิดว่าอะไร เป็นอะไร โดยการนำไปเปรียบเทียบกับสังโยชน์กิเลส ซึ่งไม่ใช่สภาวะที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง

เพราะ สภาวะที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง ไม่ใช่เรื่องการได้อะไร เป็นอะไร แต่เป็นเรื่องของ ความรู้ชัดในเหตุปัจจัยที่มีอยู่(ผัสสะ) และ การดับเหตุของการเกิด ที่เกิดจาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย

ทำสมาธิช่วงเย็น ๑ ชม.
๑๓ มีค.๕๗

อย่ายึดติด

การยึดติด ยึดมั่นถือมั่น ในคำเรียกต่างๆ ย่อมเป็นอุปสรรค ขัดขวาง กางกั้นสภาวะ ไม่ให้เห็นตามความเป็นจริง ของสิ่งที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง

วันนี้ติดเครื่องกรองน้ำที่ห้อง ไม่ได้ซักผ้า หลังช่างติดเครื่องกรองน้ำเรียบร้อยแล้ว เก็บกวาดเสร็จ ต่อด้วยทำสมาธิ ๔ ชม.
๑๔ มีค.๕๗

เช้านี้ซักผ้า เยอะมาก ตากผ้าเสร็จ ทำงานบ้านเสร็จ ต่อด้วย ทำสมาธิ ๕ ชม.
๑๕ มีค.๕๗

ซักผ้าห่ม ผ้าปู ทำงานบ้านเสร็จ ต่อด้วย ทำสมาธิ ๕ ชม.

เวลาอยู่ในอิริยาบทนอน ไม่ว่าจะเป็นกลางวัน หรือ กลางคืน จะมีสภาวะรู้ชัด สมาธิที่กำลังเกิดขึ้น ขณะอยู่ในอิริยาบทนั้นๆ

การทำความเพียร ทำแบบสบายๆ ทำตามเหตุปัจจัยของตนเอง
จึงไม่ลำบาก เหมือนแรกๆ ที่ยังไม่รู้ชัดในสภาวะ

มีนาคม 2014
พฤ อา
« ก.พ.   เม.ย. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: