สภาวะ

๓ มิย.๕๗

คำว่า สภาวะ หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ประจำวัน ในแต่ละขณะ

ไม่ว่าสิ่งนั้น ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด หรือ ไม่มีความรู้สึกนึกคิด เกิดขึ้น ก็ตาม

ตั้งแต่ลืมตาตื่น จนกระทั่งหลับ ขณะที่กำลังหลับ

และที่มีเกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่

สิ่งที่เรียกว่า สภาวะ เป็นลักษณะอาการที่เกิดขึ้น
ที่มีสภาพธรรมตามความเป็นจริง
ของสิ่ง ที่เรียกว่า ผัสสะ

ตามคำสอน ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทิ้งเป็นแนวทางไว้ เป็นร่องรอย
ซึ่งมีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก จนถึงปัจจุบันนี้

การเริ่มต้นแกะรอย ตามคำสอนที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงเริ่มต้นจาก ผัสสะ

เนื่องจาก ผัสสะ เป็นจุดเริ่มต้น ของการสร้างเหตุแห่งภพชาติปัจจุบัน ให้เกิดขึ้น

และผลของการสร้างเหตุภพชาติปัจจุบัน ให้เกิดขึ้น เป็นเหตุปัจจัย ให้เกิดการเวียนว่าย ในสังสารวัฏ

หากจะแก้ ให้แก้ที่ต้นเหตุ คือ แก้ที่ปัจจุบัน(ธรรมปัจจุบัน ได้แก่ ผัสสะ)

ได้แก่ การดับเหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิด การสร้างเหตุภพชาติปัจจุบัน ให้เกิดขึ้น
กล่าวคือ การไม่สร้างเหตุออกไป(วจีกรรม กายกรรม) ตามความรู้สึกนึกคิด
ที่เกิดขึ้น จาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย

มโนกรรม(ความรู้สึกนึกคิด) เป็นเรื่องของเหตุปัจจัยที่มีอยู่(สังโยชน์)
ห้ามไม่ได้ แค่รู้ว่า มีอยู่

วจีกรรม กายกรรม สามารถห้ามได้ หากรู้ชัด ในผัสสะที่เกิดขึ้น

ฉะนั้น จึงควรเริ่มต้นศึกษาที่ ผัสสะ ว่า

เพราะอะไร เป็นเหตุปัจจัย เมื่อมีผัสสะเกิด

ทำไม สิ่งที่เกิดขึ้น จึงทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด และ ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด

ทั้งที่บางครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งเดียวกันแท้ๆ แค่มีเกิดขึ้นคนละขณะ

การเริ่มต้นศึกษา ควรเริ่มต้นจาก คำสอนที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทิ้งเป็นแนวทางไว้ให้

เกี่ยวกับว่าด้วย ผัสสะ และอุบาย ที่ใช้เป็นเครื่องสลัดออกแห่ง ผัสสะ ที่เกิดขึ้น

การกระทำ เพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ และกระทำเพื่อให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์
จึงเริ่มต้นที่ ผัสสะ

ผัสสายตนสูตรที่ ๓

[๘๗] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ไม่ทราบชัดความเกิด ความดับ คุณ โทษ
และอุบายเครื่องสลัดออกแห่ง ผัสสายตนะ ๖ ตามความเป็นจริง
พรหมจรรย์อันเธอไม่อยู่จบแล้ว เธอเป็นผู้ไกล จากธรรมวินัยนี้

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูล
พระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เป็นผู้ฉิบหายแล้วในธรรมวินัยนี้
เพราะข้าพระองค์ไม่ทราบชัดความเกิด ความดับ คุณ โทษ
และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ตามความเป็นจริง ฯ

พ. ดูกรภิกษุ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักษุเที่ยงหรือ ไม่เที่ยง ฯ
ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ฯ
ภิ. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือ
หนอที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ
ภิ. ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
พ. หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ฯ
ภิ. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือ
หนอที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ
ภิ. ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
พ. ดูกรภิกษุ อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่าย
แม้ในจักษุ แม้ในหู แม้ในจมูก แม้ในลิ้น แม้ในกาย แม้ในใจ เมื่อเบื่อหน่าย
ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณ
หยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ
ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=18&A=990&Z=1026&pagebreak=0

โฆษณา

หวยคร๊าบหวย

๒ มิย.๕๗

อยากมีเงินก้อน

เจ้านายวางแผนอนาคต หากมีเงินสักก้อน จะกลับไปอยู่แพร่ ใช้ชีวิตแบบที่ยายใช้ คือ ปลูกผักสวนครัวกินเอง ไม่เน้นเนื้อสัตว์

ที่เป็นแบบนี้เพราะ เขาอยากมีเวลาสำหรับตัวเองบ้าง(ปฏิบัติ) ไม่ใช่ทำงานงกๆ หาเงินอย่างเดียว อย่างที่เป็นทุกวันนี้

อีกอย่าง ความรู้ และประสพการณ์ จากการทำงาน ที่หลากหลาย ถ้าจะเปิดร้านซ่อมคอมฯ หรือให้ความรู้เกี่ยวกับคอมฯ เขาสามารถเปิดร้านได้ ก็ที่บ้าน ที่แพร่น่ะแหละ

เจ้านายถามว่า ทำยังไงถึงจะได้เงินสักก้อน ที่มากพอ ที่จะเลิกทำงานได้

เราบอกว่า ของฟรี ไม่มีในโลกหรอก ใช้เวลาสิ ค่อยๆเก็บ ทีเมื่อก่อน ยังเก็บได้เลย(เมื่อให้คนอื่นยืมหมด เงินไม่เหลือเก็บ ตอนหลังที่เก็บไว้ได้ ก้มีเหตุให้ซ่อมแซมบ้านจนหมด ตอนนี้กำลังเริ่มเก็บใหม่)

คืนวันก่อนหน้านี้ สักสองสามวัน ก่อนหวยออก เราฝันว่า อยู่ในกลุ่มคน ที่มีแต่ชุดขาว เราโดนคนแก่ ๒ คน แกล้ง เอาขนมมทำให้อยากกิน

เช้ามา เล่าให้เจ้านายฟังว่า ฝันว่า มีคนแก่ ๒ คนมาแกล้ง เอาขนมมายั่วตา ทั้งๆที่ในที่นั้น มีแต่คนแต่งชุดขาว

เจ้านายบอกว่า เล่นหวยดีกว่า

เจ้านายตีเป็นหวยทันที เขาบอกว่า สังเกตุมาหลายครั้งแล้ว ใกล้วันหวยออก วลัยพรมักจะฝัน

หลังวันหวยออก เขากางเลขที่เขียนไว้ พร้อมกับบอกว่า ดูสิ เฉียด ที่เขาเขียนไว้ ๒๙๘ หวยออก ๑๙๘ ข้างล่าง ๑๘

เลขที่เขาเขียนไว้ทั้งหมด อยู่ในกลุ่มเลข ๓ ตัวนี่

เราถามว่า แปด เอามาจากไหน

เขาบอกว่า เป็นเลขที่ชอบ ส่วนคนแก่ เขาตีเป็น ๙ สองคน ตีเป็น ๒)

เขาบอกว่า นี่ถ้าซื้อนะ ถูกด้วย ถึงจะถูกไม่มากก็ตาม

ฉันรู้สึกว่า(ไมไ่ด้พูดออกไป) นี่ถ้าจะบ้าแล้วแฮะ บอกแล้ว ของฟรีไม่มีในโลก

เราอธิบายให้เขาฟังว่า ที่วลัยพรมักพูดประจำว่า ของฟรีไม่มีในโลก หวยก็เช่นกัน

หวยบนดิน มาจากภาษีของประชาชน พูดง่ายๆ เป็นทรัพย์ของแผ่นดิน

หวยใต้ดิน เจ้ามือเป้นคนเสียเงิน เวลามีคนถูก ถ้าเลือกได้ เขาเองก็ไม่อยากจ่าย แต่ที่เขาต้องประกอบอาชีพนี้ เพราะเขาก็อยากได้ทรัพย์ของผู้อื่น

ถ้าหาทรัพย์ด้วยตนเอง โดยการทำงานแบบสุจริต ไม่เล่นอบายมุขทุกชนิด หากรู้จักจับจ่ายใช้สอย ก็สามารถเก็บเงินได้

เงินหวย ไม่ว่าจะทางไหน ล้วนเป็นเงินร้อน ได้มาแล้วร้อน มีเรื่องต้องให้เสียเงินก้อนนั้นไป

ส่วนจะเสียมากกว่าได้ หรือ เสียน้อย(ไม่ค่อยเห็น เห้นมีแต่เกลี้ยง บางคนหมดตัว เป็นหนี้เพิ่ม) ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย และที่เขากำลังทำให้เกิดขึ้นใหม

มิถุนายน 2014
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: