เบื่อ

๑๙ กค.๕๗

บางครั้งขีดเขียนเกี่ยวกับคำเรียกต่างๆ แล้วแต่สัญญาจะเกิด(จิตคิดพิจรณา)

สิ่งที่เขียนลงไป เป็นการเขียนเพื่อดูผัสสะ ที่เกิดขึ้น แล้วให้ค่าในผัสสะที่เกิดขึ้นว่าอย่างไรบ้าง(ตามสัญญาที่เกิดขึ้น) ซึ่งบางครั้ง ดูทันที ดูไม่ทัน เกิดขึ้น ดับไป ไวมาก

เขียนๆลงไปแล้ว ก็มีคิดว่า คำเรียกต่างๆนี้ เป็นเพียงเปลือก กระพี้ ไม่ใช่แก่น เป็นเพียงใบไม้นอกกำมือ ใบไม้ในกำมือ มีแต่การกระทำเพื่อ อนุปาทาปรินิพพาน 

นอกกำมือ มีแต่สัญญา บางคนอ่านแล้ว รู้เรื่องและเข้าใจก็มี บางคนอ่านแล้ว ไม่รู้เรื่องก็มี แถมมาว่าเราอีกว่า เขียนยังไง อ่านไม่รู้เรื่อง(ตามเว็บบอร์ด ที่วลัยพรเข้าไปสนทนา)

นี่แหละ ความปกติของ ความไม่รู้ที่มีอยู่ จึงมักกล่าวโทษนอกตัว แทนที่จะกล่าวโทษในเหตุปัจจัยที่ตนมีอยู่

ตอนนี้มีความคิดเกิดขึ้นเนืองๆ ประมาณว่า หัวใจของวิธีการกระทำ(แก่น) เพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ มีอยู่ ๒ ข้อ คือ

๑. การดับเหตุ ที่จะเกิดต่อจาก สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจาก ผัสสะ หรือ สิ่งที่มีเกิดขึ้น ในชีวิต กล่าวคือ

หากทุกคนรู้ว่า ผัสสะต่างๆ ที่มีเกิดขึ้นในชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด หรือเฉยๆ

เพียงแค่รู้ว่า มีความรู้สึกนึกคิดเกิดขึ้น พยายามไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ที่เกิดจากผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย

หากทำได้แบบนี้ เท่ากับ เป็นการดับเหตุแห่งทุกข์ ที่จะมีเกิดขึ้นในภพชาติปัจจุบัน และ มีผลให้ การเวียนว่ายตายเกิด ในสังสารวัฏ สั้นลง จะกี่ชาติ ไม่ต้องคิด แต่สั้นลงอย่างแน่นอน

๒. การดับเหตุ ที่จะเกิดต่อจาก สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจาก ผัสสะ หรือ สิ่งที่มีเกิดขึ้น ขณะทำความเพียร กล่าวคือ

หากทุกคนรู้ว่า ผัสสะต่างๆ ที่มีเกิดขึ้น ขณะทำความเพียร สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด หรือเฉยๆ เช่น

นิมิต แสง สี เสียง กายสัมผัส ความนึกคิด(จิตคิดพิจรณา)

เพียงแค่รู้ว่า มีสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้น เป็นความปกติของผัสสะที่มีเกิดขึ้น จะเกิดด้วยกำลังสมาธิ สติ สัมปชัญญะ ให้แค่รู้ว่ามีเกิดขึ้น ไม่ต้องใส่การปรุงแต่งลงไป(คำเรียกต่างๆ)

หากทำได้แบบนี้ การทำความเพียรจะก้าวหน้า ไม่ติดกับดักของอุปกิเลสต่างๆ(ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำความเพียร)

เมื่อถึงเวลาเหตุปัจจัยพร้อม สภาวะต่างๆที่มีอยู่ในตำรา จะเกิดขึ้นเองตามเหตุปัจจัย มีผลให้ ภพชาติการเวียนว่ายในวัฏฏสงสาร สั้นลงอย่างแน่นอน

ทั้งการหยุดสร้างเหตุนอกตัว และการทำความเพียร ควรทำ ๒ อย่างนี้ ควบคู่กันไป เพราะการสร้างเหตุทั้งสองอย่างนี้ ต่างฝ่าย ต่างเกื้อหนุน ซึ่งกันและกัน

อาจจะมีคำถามว่า เลือกทำอย่างใด อย่างหนึ่งได้ไหม?

คำตอบคือ วลัยพรรู้วิธีการ จึงนำมาบอกเล่า ส่วนใครจะเลือกวิธีการแบบไหน ขึ้นอยู่กับตัดสินใจเลือกกันเอง

ส่วนวลัยพร ทำทั้ง ๒ อย่าง เพราะ เบื่อทุกข์ ไม่อยากเกิด เกิดมาแล้ว ให้มีชีวิตสุขสบายขนาดไหน ก็ไม่พ้นทุกข์

แถมแรกเกิด ต้องโง่มาก่อน โง่กับกิเลสที่มีอยู่ กว่าจะรู้ ยังไงก็ทุกข์เกิดขึ้นก่อน ขึ้นชื่อว่า การเกิดจึงน่ากลัว

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กรกฎาคม 2014
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: