แค่รู้มากขึ้น

3-01-15

สิ่งที่เกิดขึ้น เดิมๆซ้ำๆ แรกเริ่ม ความไม่ชอบใจ ความไม่พอใจ จะทำให้เกิดการยอมรับสภาพธรรมที่เกิดขึ้นได้ยาก เช่นสภาพธรรมต่างๆ ที่วลัยพรยังติดข้องอยู่

ยายเจ้านาย ไม่ชอบวลัยพรมาก อันนี้เข้าใจความรูื้สึกของยายดี เป็นเรื่องของ ความไม่รู้ที่มีอยู่ และปัจจัยจาก สิ่งที่เคยกระทำร่วมกันมา ไม่รู้กี่กัปป์กี่กัลป์

ตอนนี้ไม่สนใจละว่า ใครจะนำสิ่งที่เขียนนี้ ไปบอกเล่าให้ยายฟัง เพราะสิ่งที่วลัยพรนำมาเขียน ล้วนมีประโยชน์มากว่าเป็นโทษ

ก็ในเมื่อ เขาวิ่งเข้ามาหาเหตุกันเอง และนำไปสร้างกันเอง สภาพครอบครัวของเขาเหล่านั้น จะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเขาเหล่านั้น ปัจจัยจาก ความไม่รู้ที่มีอยู่ จึงหลงกระทำเหตุแห่งทุกข์ให้มีเกิดขึ้นในชีวิต เป็นความปกติของความไม่รู้ที่มีอยู่

ไปแพร่ครั้งนี้ เจอเรื่องเดิมๆซ้ำๆ ที่แรกๆได้ฟังแล้วปริ๊ด ยายเจ้านายชอบใช้คำพูดยุแหย่ คอยเสี้ยมให้ พยายามชักจูงให้เจ้านายคล้อยตาม ในเรื่อง การมีเมียน้อย เพื่อจะได้มีลูกหลาน เพื่อสมบัติยาย จะได้ไม่ตกไปเป็นของคนอื่น

ยายทำแบบนี้มาหลายครั้ง เมื่อพูดกับเจ้านายไม่ได้ผล หันกลับมาหาทางเรา พยายามโน้มน้าวชักจูงเรา ให้เห็นดีงามกับการให้เจ้านายมีเมียน้อย

แรกๆปริ๊ดมาก เราบอกกับยายว่า ยายนี่ กรรมหนักนะ สร้างบาปคนเดียวยังไม่พอ ยังพยายามชักชวนให้คนอื่นเห็นดีเห็นงาม กับเรื่องการผิดศิล ถ้าพูดตามตรงคือ คิดชั่วคนเดียวยังไม่พอ ยังชวนผู้อื่นให้ทำชั่วตาม เรียกว่า นรกสองต่อ ทีนี้ไม่สามารถพูดตรงๆแบบนั้นได้

จึงได้บอกกับยายว่า ยายนี่ สร้างกรรมหนักนะ พยายามทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก ยุให้สามีมีเมียน้อย เห็นดีงามกับผู้ที่ทำผิดศิล หากเกิดชาติต่อไป ยายก็จะถูกคนอื่นทำแบบนี้เช่นกัน

ยายบอกว่า ตายไปแล้ว ไม่รู้หรอกว่าจะไปไหน แล้วยกตัวอย่างให้เราฟังว่า ดูบ้านนั้นสิ มีเมียตั้งหลายคน มีลูกตั้งหลายคน แก่มาสบาย ลูกหลานเลี้ยง

เราบอกว่า ยายรู้ได้ไงว่าสบาย ยายคิดเอาเอง ยายต้องการแบบไหน ไปคุยกับหลานยายเองสิ คือ พูดกับผู้ที่ไม่รู้ ไม่ต่างกับสักแต่ว่าเสียงลอยลม เพราะอีกฝ่ายไม่สนใจสิ่งที่เราพูด เป้าหมายของยายมั่นคง จะหาเมียน้อยให้หลาน เคยหาแล้ว แต่หลานไม่สนใจ ก็ยังไม่ละความพยายาม

เรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อเจอเดิมๆซ้ำๆ เริ่มชินกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย เราจะหลีกเลี่ยงการอยู่สองต่อสองกับยาย หากมีหลงลืมบ้าง พอยายเริ่มพูด เราจะหาวิธีที่ไม่ต้องรับฟังยาย

ไปครั้งนี้ เมื่อยายเห็นว่า ที่ผ่านมา พูดแล้วไม่ได้ผล ยายเอาอีก รอบนี้ เล่นทั้งสองคนเลย ทั้งเราและเจ้านาย

ระหว่างนั่งกินข้าวกัน ยายพูดว่า เมียเฒ่า มีลูกไม่ได้ จะหาเมียใหม่ให้เจ้านาย จะได้มีลูก ไว้พึ่งยามแก่ ไม่ลำบากเหมือนยาย ให้เจ้านายกลับไปอยู่บ้าน ให้ลาออกจากงานที่ทำ

เจ้านายไม่พูดอะไรกับยาย ส่วนเรานั่งอยู่ด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงคิดละว่า จะรังเกียจอะไรเรานักหนา ตอนนี้ไม่มีความคิดแบบนั้น แค่มองแล้ว รู้สึกสังเวชใจกับความไม่รู้ ของผู้คน ไม่ใช่เฉพาะยายคนเดียว แต่กับทุกๆคน ที่ลุ่มหลง หมกมุ่นอยู่กับโลก หลงโลก หลงทรัพย์ภายนอก หลงคิดพึ่งพาผู้อื่น มากกว่าคิดพึ่งพาตนเอง หรือมีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

รับฟังมาก ได้ประโยชน์มาก
จากหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ปัจจัยจาก รู้ชัดสิ่งที่เรียกว่า กิเลส รู้ว่า เหตุจากความไม่รู้ที่มีอยู่ ผู้คน จึงตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส ย่อมหลงกระทำตามแรงผลักดันของกิเลสที่เกิดขึ้น

เมื่อรู้ดังนี้แล้ว ย่อมให้การอโหสิกรรมต่อทุกๆการกระทำของอีกฝ่าย ไม่มีความคิดพยาบาท อาฆาตจองเวรกับอีกฝ่าย มองรอบๆตัว ด้วยความเมตตามากขึ้น สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของตนเอง ช่วยไม่ได้จริงๆ เหตุของใคร ก็ของคนนั้น

สำรวม สังวร ระวัง
แม้กระทั่งข้าวของ เครื่องใช้ของผู้อื่น จะใช้งานใคร ก็ต้องระวัง ระวังทุกย่างก้าว ระวังจนเริ่มติดเป็นนิสัย ทำให้เกิดการคิดก่อนที่จะสร้างเหตุนอกตัวมากขึ้น

ไม่ต้องการให้มีเหตุต่อกัน
มีบางเรื่อง ที่รู้สึกอยู่ในใจ ก็คิดอยู่ว่า จะใช่แบบที่เรารู้ไหมนะ ซึ่งต่อมา ก็รู้ว่า สิ่งที่รู้นั้น เป็นความจริง แบบที่รู้ จึงทำให้เกิดการกระวังกับคนรอบข้างมากขึ้น

คนส่วนมาก มักไม่เคยกล่าวโทษตัวเอง มีแต่กล่าวโทษนอกตัว ประมาณว่า เพราะคนนั้นทำ จึงเป็นแบบนั้นแบบนี้ ไม่เคยกล่าวโทษตัวเองว่า เพราะตัวเองทำเอง ผลจึงเป็นแบบนี้ นี่ก็เป็นเรื่องปกติของความไม่รู้ที่มีอยู่

ชีวิต เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว แรกเริ่ม ย่อมตกอยู่ในวังวนของกิเลส หลงสร้างเหตุใหม่ให้มีเกิดขึ้นเนืองๆ เกิดมาแล้ว ต้องทุกข์ จะทุกข์แบบไหน ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยของผู้นั้น หลงมาก ทุกข์มาก เพราะหลงสร้างเหตุแห่งทุกข์ ให้มีเกิดขึ้นเนืองๆ

ทุกๆการกระทำ ล้วนส่งผลต่อชีวิต จะกระทำเพื่อทำให้ดับ หรือกระทำให้มีเกิดขึ้นใหม่ ขึ้นอยู่กับอวิชชา(ความไม่รู้) ที่มีอยู่

กิเลสที่เป็นแรงผลักดัน ให้เกิดการสร้างเหตุ หากรู้ตามความเป็นจริงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ทำไมสิ่งที่เกิดขึ้น มีผลต่อความรู้สึกนึกคิด หากรู้ชัดตามความเป็นจริงนี้ ย่อมคิดที่จะหยุด มากกว่ากระทำออกไป เพราะไม่รู้ จึงทำ รู้แล้ว มีแต่พยายามหยุด

กิเลส จึงไม่ใช่ตัวปัญหา ตัวที่ก่อให้เกิดทุกๆการกระทำ ล้วนเกิดจาก ความไม่รู้ ที่มีอยู่ ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด ล้วนเกิดจาก ความไม่รู้ที่มีอยู่

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มกราคม 2015
พฤ อา
« ธ.ค.   ก.พ. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: