ความทุกข์

หลายๆคน ที่อาจเจอสภาพที่ทำให้รู้สึกว่า กำลังทำให้เป็นทุกข์

ขอให้มองไปรอบๆตัว สิ่งที่เราคิดว่า ทุกข์ นั้น อาจจะดูไม่มีอะไรเลย หากนำไปเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ ที่เขาเจอสิ่งที่เราคิดว่า เขานั้นทุกข์ยิ่งกว่าเรา ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นเรื่องของเหตุและปัจจัยของแต่ละคน

อวิชชา เป็นเหตุ

เกี่ยวกับ กิเลสต่างๆที่มีอยู่

เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยนะ หากนำไปเทียบกับอวิชชา

เพราะอวิชชาที่มีอยู่เป็นเหตุ ทำให้เกิดการกระทำตามแรงตัณหาความทะยานอยากที่เกิดขึ้น

หากรู้เท่าทันต่อกิเลสที่เกิดขึ้นว่า เมื่อผัสสะเกิด สิ่งที่เกิดขึ้น มีผลกระทบทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด

สิ่งที่เกิดขึ้น(ความรู้สึกนึกคิด ที่เกิดจากชอบใจ-ไม่ชอบใจ) ล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัยที่มีอยู่

หากรู้แบบนี้ได้ อำนาจของตัณหา ความทะยานอยากที่เกิดขึ้น ที่กำลังจะก่อให้เกิดการกระทำใดๆลงไป ย่อมอ่อนกำลังลง จนอาจถึงขั้น ระงับอก ระงับใจ ไม่สร้างเหตุออกไปตามความรู้สึกนึกคิด

แรกๆก็กล้ำกลืนฝืนทนไปก่อน พอเจอบ่อยๆ ก็จะแค่รู้มากขึ้น เกิดก็เพราะเหตุ จางคลายหายไปก็เพราะหมดเหตุปัจจัยต่อกัน

ตราบใดที่ยังมีเหตุและปัจจัยอยู่ จบเรื่องนี้ เจอเรื่องใหม่ต่อ จากสิ่งนั้นบ้าง สิ่งนี้บ้าง นี่เป็นความปกติ เป็นเรื่องธรรมดาของเหตุและปัจจัยที่มีอยู่

ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด ตราบใดที่ยังมีเหตุและปัจจัยอยู่ ไม่มีใครหนีพ้นกรรมหรือการกระทำของตัวเองได้

โฆษณา

วันเกิด

วลัยพรเกิดวันที่ 13 มิย. เป็นคนที่ไม่ให้ความสำคัญกับวันเกิด หรือวันอื่นๆ ที่คนส่วนมากจะให้ความสำคัญกัน

มีน้องคนหนึ่ง ที่วลัยพรให้คำแนะนำเกี่ยวกับสภาพธรรมต่างๆ ที่มีเกิดขึ้นขณะทำความเพียร และ เกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำ ในการดำเนินชีวิต

ทุกๆปี น้องคนนี้ต้องขอนัดเลี้ยงอาหาร ตามแต่ว่า วลัยพรต้องการกินอะไร ซึ่งเคยบอกกับน้องว่า ไม่ต้องเลี้ยงพี่หรอก เอาเงินไปเลี้ยงแม่เถอะ

น้องบอกว่า กับแม่ น้องให้มาตลอดอยู่แล้ว สำหรับวลัยพรนั้น ถือว่า เป็นอาจารย์ เป็นผู้มีพระคุณทางธรรม เขาขอเลี้ยงปีละครั้ง

วันนี้น้องโทรฯมา เราเองยังลืมไปเลยว่า เดือนนี้เป็นเดือนเกิด น้องนัดเจอกัน

เราบอกกับเจ้านายว่า เดี๋ยวจะไปนั่งSizzler นั่งกินสลัด สลัดบาร์ มีทั้งสลัด ทั้งซุป มีของกินเยอะมาก ส่วนอาหารที่สั่งมา เดี๋ยวใส่กล่องกลับมาฝาก

ออกนอกบ้านที ก็เจอเหตุ ที่ทำให้ต้องระวังตัวมากขึ้น

มันไม่ได้เกี่ยวกับน้องที่ไปเจอกัน แต่เป็นคนรอบๆตัว เวลาที่เราสองคนพูดคุยเกี่ยวกับการทำความเพียรกัน

จะให้น้องมาหาที่ห้อง เรารึก็ไม่อยากรับแขก ไปเจอกันข้างนอกจะสะดวกกว่า

อีกอย่าง เหตุของตัวเราเองด้วย เวลาที่มองไปโต๊ะอื่น ที่เขากลับไปแล้ว เห็นอาหารแบบชุด ที่เขาสั่งมากินกัน มันเหลือ มองแล้ว เสียดาย นึกถึงคนที่ไม่มีอันจะกิน

หากไปนั่งฟาสฟู้ดก็เช่นกัน คนส่วนมาก กินทิ้งกินขว้าง ทำให้นึกถึงขอทานข้างทาง

ไม่หลง

วันก่อน หาร้านนวดเท้าที่ราคาถูกกว่าร้านอื่นๆ คิดเป็นชม. ระหว่างนวด มองเห็นการทำงานของเท้า ที่หงิกงอจากการเป็นตะคริว มันเหมือนกับการนั่งดูหนังเงียบ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน อาจจะหลงนะ ประมาณว่า เป็นรูปนามแยกออกจากกัน ให้ความสำคัญว่า มันคืออะไร เรียกว่าอะไร

ตอนนี้แค่มองมัน มันเกิดก็เพราะมีเหตุให้เกิด มันหายไปก็เพราะมีเหตุให้หาย ไม่ใช่คุณวิเศษ หรือมีความวิเศษวิโสใดๆ ก็แค่ผัสสะ ที่เกิดขึ้นเท่านั้นเอง

แต่ตอนที่มองการทำงานของกาย มันก็มีคิดนะ ประมาณว่า เออ… เวลาที่เราใกล้ตาย เราคงจะเห็นการทำงานของกายแบบนี้ โดยที่เราไม่ได้เข้าไปยุ่งกับมัน

มันเป็นเพียงแค่ความคิดที่เกิดขึ้น จะเป็นตามที่คิดหรือไม่ อันนี้ไม่รู้หรอกนะว่า หากมีเกิดขึ้นตามความเป็นจริงของสภาพธรรมนั้นๆ มันจะเป็นอย่างไร

วลัยพรมีความสุขนะ เป็นความสุขกับการทำความเพียร การทำสมาธิ การได้อยู่กับตัวเอง ความสุขแบบนี้ เกิดก็เพราะเหตุ ดับหายไป เมื่อสมาธิจางคลาย อ่อนกำลังลง

ในการดำเนินชีวิต มองเห็นแต่ทุกข์ ทุกข์ของความไม่รู้ ทุกข์ของการที่มีเหตุให้ต้องเกิดอีก

สุขทางโลก ที่คิดเอาเองว่า สุข ล้วนเกิดจากอุปทาน เจออะไรที่ถูกใจ ก็หลงคิดเอาเองว่า นั่นคือสุข แท้จริงแล้ว เดี่ยวทุกข์เกิดตามมาละ

เดินตามรอยพระพุทธเจ้า

เมื่อวาน น้องถามว่า พี่ไปแพร่อีกเมื่อไหร่

เราบอกว่า ไม่รู้สิ แล้วแต่เหตุนะ

พอกลับมาห้อง ญาติเจ้านายโทรฯมาบอกเรื่องโทรฯบ้านยายว่า ยายบอกว่า ให้ยกเลิกโทรฯบ้านไปเลย คือ ที่บ้านยาย มดชอบเข้าไปอยู่ในโทรฯ ทำให้ใช้งานไม่ได้ เคยแก้มาแล้ว นี่ก็เป็นอีก

เราถามเขาว่า จะเอายังไง แล้วบอกเรื่องที่ญาติแนะนำมา ให้ซื้อมือถือให้ยาย

การซื้อมือถือให้ยาย เรื่องเงิน ไม่ใช่ปัญหา ที่มีปัญหาคือ ยายกลัวเกี่ยวกับไฟฟ้า ต้องรบกวนญาติให้ชาร์ทแบต ซึ่งเขาไม่เห็นด้วยกับการซื้อมือถือ ส่วนโทรฯศัพท์บ้าน ที่ไม่ให้ยกเลิก เพราะมีไว้ติดต่อยาย

เราบอกกับเขาว่า เมื่อเป็นแบบนี้ ให้เราไปอยู่กับยายเขาไหม ตามที่เคยคุยกันไว้ คือ ไปกลับทุกเดือน

เขาบอกว่า ถ้ายายไล่ จะว่ายังไง คือ เขาก็รู้ว่า ยายของเขา ไม่ชอบเรา อีกอย่างเขาเคยถามยายว่า จะให้เราไปอยู่ด้วยไหม ยายบอกว่า ไม่ต้อง

คราวก่อน เราเคยเดินทางไปคนเดียว ยายถามว่า จะมาทำไม เปลืองเงิน คือ คนไม่ชอบกัน ให้ทำดีแค่ไหน ก็ทำให้อีกฝ่าย เปลี่ยนใจได้ยาก อันนี้ก็เข้าใจนะว่า เป็นเรื่องของเหตุปัจจัยที่มีต่อกัน สิ่งที่เกิดขึ้นนอกตัว แก้ไม่ได้ ที่แกได้ แก้ที่ตัวเอง ต้องอดทน อดกลั้น ตั้งใจทำความเพียรต่อเนื่องไป แล้วทุกสิ่งจะจบลงไปตามเหตุและปัจจัย ของสภาพธรรมนั้นๆเอง

เรื่องตรงนี้ วลัยพรอดทนได้นะ เพราะรู้ว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นเหตุและปัจจัยที่ตัวเองมีอยู่

เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนกับว่า เราตกอยู่ในที่ทุรกันดาร เราไปไหนไม่ได้ จำต้องอยู่ เมื่อตกอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นนานๆ เราก็จะเริ่มอยู่ได้ท่ามกลางความไม่ชอบใจและชอบใจที่มีอยู่

ไม่ต้องดูอื่นไกล ดูพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นตัวอย่าง เส้นทางที่พระองค์ทรงเดิน ที่ทรงพบเจอ ทั้งพระเทวทัติ ทั้งบุคคลที่ไม่ได้สร้างเหตุมาให้เชื่อกัน

ท้ายสุดแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอยู่ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นได้ โดยที่ไม่มีทุกข์ นี่แหละคือ สุดยอด ความวิเศษของการเดินอยู่ในเส้นทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ว่าจะยุคไหน สมัยใด ต่างก็ผ่านเส้นทางเดียวกันหมด คือ ใจ

เจ้านายอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ ในรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพธรรมต่างๆ ที่มีเกิดขึ้นในชีวิตของแต่ละคน

หนีอะไร ก็หนีได้ แต่ไม่มีใคร สามรถหนีพ้นใจตัวเองได้หรอก ตราบใดที่ยังมีเหตุและปัจจัยอยู่

การเดินเส้นทางนี้ ต้องมีสติให้มาก เพื่อระงับอกระงับใจ ไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่มีเกิดขึ้น ที่เกิดจากความชอบใจและไม่ชอบใจ โดยมีตัวความอยากคอยกระตุ้น มีแต่ว่ากันไป ว่ากันมา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง มันไม่รู้จบ

แค่รู้ว่า มีเกิดขึ้นอยู่ ยิ่งหยุด ชีวิตยิ่งสบาย เพราะไม่ต้องไปสู้รบปรบมือกับใครๆ ไม่ว่าใครสร้างเหตุอย่างไร ไม่มีใครหนีพ้นการกระทำของตัวเองได้(กรรม)

แต่ไม่ว่ายายจะรู้สึกหรือกระทำสิ่งใดต่อวลัยพร จะทำให้เกิดความชอบใจหรือไม่ชอบใจก็ตาม วลัยพรไม่เคยมีจิตคิดพยาบาท จนถึงขั้นสาปแช่งยายนั้น ไม่มี

มีแต่จะคุยกับเจ้านายว่า เราอยากให้ยายมีอายุยืน เผื่อว่าวันหน้า เจ้านายมีเหตุให้กลับไปอยู่บ้าน เขาจะได้ชี้ทางที่ควรเดินให้กับายายเข้าได้ ไม่มากก็น้อย อันนี้ก็แล้วแต่เหตุและปัจจัยของยายเองด้วย และของเจ้านายเองด้วย

เหมือนกรณีเรากับแม่เรา เราช่วยแม่ได้แค่ ได้อยู่กับวัด ได้ทำบุญ ได้ทำความเพียรบ้าง อย่างน้อยๆ อานิสงส์ตรงนี้ เผื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจให้กับแม่ได้ เวลาแม่สิ้นลม จะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี

ตอนนี้แม่ยังแข็งแรงดี แม่ชอบทำสวนเหมือนยาย แม่จอยู่เฉยไม่ได้ ไม่มีคำว่า ว่าง สำหรับแม่ หากไม่ตัดต้นไม้ ไม่ปลูกต้นไม้ ก็นั่งเย็บผ้า เย็บชุดสำหรับใส่เวลาอยู่วัด แม่ตัดเย็บเสื้อผ้าเป็น

อานิสงส์ของแม่คือ เข้าวัด ทำบุญ ทำสาธารณะประโยชน์ให้กับวัด ให้กับคน ได้ทำกรรมฐาน ตรงทำกรรมฐานนี่สำคัญมากนะ เพราะเป็นตัวช่วยตัดภพชาติการเวียนว่ายในสังสารวัฏ ให้สั้นลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความไม่รู้ที่มีอยู่ด้วย ขึ้นอยู่กับการมีกัลยาณมิตรด้วย

มิถุนายน 2015
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: