ศิล

สีลัพพตสูตรที่ ๘ จบ

๙. คันธชาตสูตร
ว่าด้วยกลิ่นหอม

[๘๐] ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย
อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอม ๓ อย่าง ลอยไปตามลมเท่านั้น ลอยไป
ทวนลมไม่ได้
กลิ่นหอม ๓ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. กลิ่นที่เกิดจากราก ๒. กลิ่นที่เกิดจากแก่น
๓. กลิ่นที่เกิดจากดอก
กลิ่นหอม ๓ อย่างนี้แล ลอยไปตามลมเท่านั้น ลอยไปทวนลมไม่ได้ ข้าแต่
พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไปทวนลมก็ได้ ลอยไปตามลม
และทวนลมก็ได้ มีอยู่หรือ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อานนท์ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไป
ทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้ มีอยู่

ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กลิ่นหอมที่ลอยไปตามลม
ก็ได้ ลอยไปทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้ เป็นอย่างไร

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อานนท์ ในโลกนี้สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือใน
ตำบลใดถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ
เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
เว้นขาดจากการลักทรัพย์
เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
เว้นขาดจากการพูดเท็จ
เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นเหตุแห่งความประมาท
เป็นผู้มีศีล มีธรรมงาม มีใจปราศจากความตระหนี่
อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ
ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและการจำแนกทาน อยู่ครองเรือน

สมณพราหมณ์ในทิศทั้งหลายต่างกล่าวสรรเสริญคุณของเขาว่า “สตรีหรือ
บุรุษในบ้านหรือในตำบลโน้นถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ถึงพระธรรมเป็นสรณะ ถึง
พระสงฆ์เป็นสรณะ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ เว้นขาดจาก
การประพฤติผิดในกาม เว้นขาดจากการพูดเท็จ เว้นขาดจากการเสพของมึนเมา
คือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท เป็นผู้มีศีล มีธรรมงาม มีใจปราศ
จากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้ว มีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ
ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและการจำแนกทาน อยู่ครองเรือน”

แม้พวกเทวดาก็กล่าวสรรเสริญคุณของเขาว่า “สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือใน
ตำบลโน้น ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ฯลฯ ควรแก่การขอ ยินดีในการให้ทานและ
การจำแนกทาน อยู่ครองเรือน”

อานนท์ กลิ่นหอมนี้แล ลอยไปตามลมก็ได้ ลอยไป
ทวนลมก็ได้ ลอยไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้
กลิ่นดอกไม้ลอยไปทวนลมไม่ได้
กลิ่นจันทน์ กลิ่นกฤษณา
หรือกลิ่นกะลำพัก ลอยไปทวนลมไม่ได้

ส่วนกลิ่นของสัตบุรุษลอยไปทวนลมได้
เพราะสัตบุรุษขจรไปทั่วทุกทิศ(ด้วยกลิ่นแห่งคุณมีศีลเป็นต้น)

http://www.geocities.ws/tmchote/tpd-mcu/tpd20-3.htm

ศิล

เรื่องศิลในข้อต่างๆนี่ วลัยพรกลัวทุกข์มากกว่าค่ะ มันก็เลยกลายเป็นว่า รักษาโดยไม่ต้องคิดรักษา

มีโรคประจำตัว เป็นภูมิแพ้
เจอความเจ็บป่วยเล่นงาน จนรู้สึกว่า มันทุกข์นะ

ตั้งแต่ระวังการกระทำ เช่น มดตัวน้อย บางครั้งยังมีพลั้งพลาดอยู่
จะว่าอุปทานก็ได้นะ จะทำให้มีอาการคันทั้งตัว ไม่ก็รู้สึกว่า มีมดเข้าหู นอนไม่ได้เลย

ปลวกนี่ ทำให้เข็ดจริงๆ
เคยไปบ้านแฟน มีปลวกขึ้นอิฐ แล้วกำลังลามขึ้นเสาไม้สัก ทางเหนือจะใช้ไม้สักปลูกบ้าน
ยายแฟนจะฆ่าปลวก สงสารคนแก่ ทำเอง ผลคือ กลางคืนไม่ต้องนอน คันทั้งตัว อาบน้ำแล้วก็ยังคัน
ต้องกล่าวขอขมากับปลวกในใจ จะว่าอุทานก็ได้ เพราะอาการค่อยๆทุเลาลง

มอด
เคยนะ มอดขึ้นข้าว ข้าวสารประมาณ 5 กิโล ไล่ออกเท่าไหร่ก็ไม่หมด
จึงนำถุงข้าวเข้าตู้เย็น คือคิดว่า ให้มอดตายเย็น ดีกว่าตากแดด
ผลคือ พอมีเมนส์ ตกเลือดแทบตาย เกือบตายก็ว่าได้ ก็ได้การทำสมาธิและวิธีรักษาสมุนไพรแบบโบราณนี่แหละ ช่วยไว้ได้

อาหาร
หากไม่ได้ยินกับหู ไม่ได้เห็นกับตา ว่ากำลังถูกฆ่า ก็กินได้ปกติ
หากได้ยินกับหู ได้เห็นกับตา หรือคิดว่าน่าจะใช่ จะไม่กิน

การพูดปด กับการไม่รักษาคำพูดนี่ สำคัญมาก เวลาพูดจะระวังเรื่องการรับปาก
พอเผลอ มีหลุดไปบ้าง เอาละ ไอระเบิดระเบ้อ เป็นที่น่ารังเกียจจริงๆ
จึงทำให้ระวังในการตกปากรับคำกับใครๆ แต่เดี๋ยวนี้ใช้วิธีเลี่ยงประมาณว่า
หากมันเป็นความลับส่วนตัว อย่าเล่าให้ฟังเลย กลัวเผลอ

หรือเรื่องงาน หากมีถามว่า จะได้วันนี้ไหม
จะใช้วิธีบอกว่า ถ้าเสร็จแล้วจะบอก (ไม่ด่วน รอได้)

คือจะไม่พยายามรับปากอย่างเด็ดขาด
มันน่ากลัวนะเวลาไอน่ะ เจ็บคอไปหมด

เรื่องลักทรัพย์
อันนี้กล้าพูดได้เต็มปาก ไม่มีความอยากได้ของผู้อื่น
เช่น เจอเงินตกครั้งก่อน 100 บาท เดินหาเจ้าของไม่เจอ จึงนำเงินนั้นไปหย่อนตู้ตามวัด
ที่ไหนได้ มีเหตุให้เสียทรัพย์ ตั้งแต่นั้นมา ไม่คิดจะเก็บเงินที่ตกอยู่กับพื้น ต่อให้เป็นพันด้วย
คือ กลัวน่ะ ของฟรีไม่มีในโลก ได้มาต้องเสียไป แม้ไมได้เจตนาอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่น ที่ทำหล่นไว้ก็ตาม

เวลาซักผ้า ล้วงกระเป๋ากางเกง(แฟน) ที่จะซัก เจอตังค์บ่อย จะคืนให้เขา หลังจากที่กลับมาแล้ว
เหมือนที่เคยอยู่กับน้อง ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน
หากใครวางเงินไว้ แล้วลืม ไม่รู้ว่าเงินที่วางอยู่ เป็นของใคร ต่างคนต่างไม่มีใครเอา
จึงให้เป็นกองกลาง เวลาใครไปวัด นำเงินไปหย่อนตู้

สุรา
อดีตเคยเที่ยวเทค เที่ยวบาร์ ดื่มสุรา (สมัยทำงาน)
เงินมีเพื่อนมาเพียบ เงินหมด เพื่อนหาย

มันก็แปลกนะ สุราไม่มีผลต่อภูมิแพ้
ที่คิดเลิก เพราะโกรธเพื่อนสนิท เผลอแว่บเดียว(ไม่ได้เที่ยวด้วย) ดันไปมีอะไรกับสามีชาวบ้าน
เรื่องนี้ โกรธเพื่อนมาก เพราะตัวเพื่อนก็มีครอบครัว มีลูก ทิ้งลูกทิ้งครอบครัว มาจับผู้ชายคนนี้(มีเงิน)
สุดท้าย ผู้ชายก็ทิ้งเขาไป เพราะเพื่อนไมได้มีแค่ผู้ชายคนนี้คนเดียว(เพื่อนสวย)

ศิลข้อกาเม
ข้อนี้เคยผิดนะ ก็สมัยที่เที่ยวกับเพื่อนน่ะแหละ เจอเพื่อนของเพื่อน คบกันไป
ก็คิดว่าเขาโสด ที่ไหนได้ มีเมียแล้ว

พอรู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว ก็เลิกนะ แรกๆมีอาลัยอามวรณ์บ้าง นี่เรื่องธรรมดา
พอห่างไปนานๆ มันก็ลืมไปเอง

อดีต วลัยพรเป็นคนเก๊นะ เก๊มากๆก็ว่าได้คนกินเหล้า เที่ยวกลางคืน สมัยก่อนเขาถือว่าเก๊นะ
เพื่อนที่ทำงาน บางคนก็ตั้งข้อรังเกียจ หาว่าไม่ใช่แค่เที่ยว
เออนะ มีเพื่อนบางคน เขาก็เชื่อใจ เพราะเขาดูจากคำพูด ดูการกระทำ เขาก็คบด้วย

ที่หันมาทำกรรมฐาน เกิดจาก รถสี่สูบคว่ำ ทำให้คนขับหัวเข่าแตก ต้องใส่เข่าเทียมตลอดชีวิต
ส่วนวลัยพร เวลานั่ง งอเข่าไม่ได้ คลุกเข่าไม่ได้ น่าอายมาก เวลานั่ง ต้องเหยียดขายาว

ที่ทำกรรมฐาน เพราะเชื่อหลวงพ่อจรัญ
ท่านบอกว่า หากทำกรรมฐาน จะหายได้

ตอนแรก ก็รั้นพอสมควร มัมนมีเหตุน่ะ ที่ยอมสยบให้กับหลวงพ่อจรัญ

มันก็ค่อยๆมาเส้นทางนี้นะ
ที่ทำ เพราะกลัวทุกข์ กลัวความผิดหวัง กลัวความเสียใจ คือ มีความกลัว ทำให้ต้องทำ

พอทำมาเรื่อยๆ ชีวิตก็ดีขึ้น
ทางที่เคยมั่วสุม ประตูนั้นก็ปิดสนิท ไม่เคยย่างก้าวเข้าไปอีก

เอาเป็นว่า ศิลทุกข้อ ไม่ได้คิดรักษา แต่เพราะกลัวความทุกข์ ความเจ็บป่วย
จึงทำให้เกิดการระวังด้วยความเคยชิน

อย่างเงินนี่ กลัวเสียเงิน เพราะรู้ว่าของฟรีไม่มีในโลก
เมื่อไม่มีความอยากได้ของใคร ก็จึงไม่ต้องระวังอะไร

ส่วนการทำกรรมฐาน ที่ทำอยู่ เพราะรู้ว่า ทำแล้ว ชีวิตดีขึ้นจริงๆ ที่สำคัญ ทุกข์น้อยลง

มิถุนายน 2015
พฤ อา
« พ.ค.   ก.ค. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: