เบื่อหน่าย

เล่าให้เจ้านายฟังว่า เมื่อใดก็ตาม ที่เราสามารถอยู่กับสิ่งที่ทำให้เกิดความชอบใจ ไม่ชอบใจ โดยความเป็นปกติ(วจี กาย)

เมื่อนั้น สภาพธรรมจะเปลี่ยนไปทันที เจอตัวที่มีเหตุปัจจัยต่อกัน สลับกลับไปมาแบบนี้ มันน่าเบื่อเหมือนกันนะ

นี่แหละเหตุปัจจัยจากความไม่รู้ที่มีอยู่ หลงสร้างเหตุให้มีเกิดขึ้้นใหม่ เดิมๆซ้ำๆ แต่ไม่เคยรู้ว่า กระทำแต่เรื่องเดิมๆซ้ำๆ เวียนว่ายตายเกิดมาไม่รู้กี่กัปป์ กี่กัลล์ กี่อสงไขย
ความผิดพลาด

ในที่นี้หมายถึง กระทำตามความรู้สึกที่มีเกิดขึ้น ขณะนั้นๆ เช่น โมโห โกรธ ตัวนี้คือ ตัวร้ายที่วลัยพรยังมีอยู่นะ วจีกรรมยังมีอยู่นะ ยังอดทนอดกลั้นไมไ่ด้ตลอด

ที่ปล่อยให้เกิดเป็นวจีกรรม เพราะความรำคาญ ความหงุดหงิดกับคำพูดของอีกฝ่าย เป็นเรื่องเดิมๆซ้ำๆ ความพยาบาท อาฆาตจองเวรต่ออีกฝ่าย ความรู้สึกตรงนี้ ไม่มีสักนิดเดียว

คำพูดแต่ละคำพูดที่เปล่งออกมา มีแต่เรื่องความโลภ เรื่องการทำผิดศิล

เมื่อได้เห็นกับตา ได้ยินกับหู มันรู้สึกจิ๊ดจริงๆ ทำบาปคนเดียวยังไม่พอ(ความไม่รู้) ยังมาพยายาม โน้มน้าว ชักชวนให้เราและผู้อื่น ทำบาป ทำท่ากระซิบบ้าง เห็นแล้วจิ๊ดจริงๆ

อยู่คอนโด มีจุดดีคือ สัปปายะเหมาะ อยู่กันสองคนแบบเงียบๆ ไม่คบค้ากับใคร จึงไม่ต้องมีเรื่องราวที่จะต้องพูดกับใครๆ เหตุสั้นลง ผลย่อมสั้นลง

การไปอยู่ต่างที่ เห็นแต่เหตุ แล้วก็เหตุ ความที่ว่า บางครั้ง สติ ยังไม่มีกำลังมากพอจะสะกัดความรู้สึกทงใจที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นๆได้ ยังต้องใช้เรี่ยวแรง ใช้ความพยายามในการสำรวม สังวร ระวังรอบทิศ คนเยอะ เรื่องก็เยอะตามมา

คนหนึ่งคน หากอยู่กับตัวเอง จะนึก จะคิด มันก็จบลงแค่นั้น

คนอยู่สองคน โดยส่วนมาก ไม่พ้นการนินทาคนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ บ้านนั้นเป็นอย่างนั้น บ้านนี้เป็นอย่างนี้ ทีความเลวในหัวใจที่ยังมีอยู่ มองไม่เห็นกัน

เราเองก็รู้ว่า เหตุและปัจจัยอะไรที่ยังมีอยู่ ก็เพียรละ ตามกำลังสติ ปัญญา ที่เกิดจากการสำรวม สังวร ระวัง และการทำความเพียรต่อเนื่อง

ขึ้นชื่อว่า การเกิด ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไร เพศใด ฐานะใด ล้วนเป็นทุกข์

เมื่อไม่อยากทุกข์ จึงพยายามอดทน อดกลั้นต่อเหตุปัจจัยที่ยังมีอยู่ ยังคงใช้เรี่ยวแรงในการระงับในบางสิ่ง บางสิ่งไม่ต้องใช้เรี่ยวแรง แต่เกิดจากความเบื่อหน่าย เมื่อเบื่อหน่าย ใจจึงสงบ ระงับเอง โดยอัตโนมัติ

Advertisements

ไม่หลงทาง

รู้แล้ว ไม่หลงทางหรอก

เล่าให้เจ้านายฟังว่า

วลัยพรเป็นผู้ไม่หลงนะ

ผัสสะต่างๆที่มีเกิดขึ้น เป็นปัจจัยให้เกิดความรู้สึกนึกคิด

บางครั้งทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายในเหตุปัจจัยที่มีอยู่
มักจะพูดกับตัวเองว่า อย่ามาเสียเวลาสอบอารมณ์เลย(ผัสสะ)
เพราะรู้แล้วว่า กิเลสที่เกิดขึ้น มีสิ่งใดบ้าง
ไม่มีวันหลงอีกแล้ว กิเลสสักแต่ว่ากิเลส

พร้อมกับบอกเจ้านายว่า นับวันนี่ เหมือนคนบ้านะ ชอบพูดกับตัวเอง ถามตอบกับตัวเอง มาอีกละสภาวะนี้ เฉยๆนะ

ส่วนเรื่องสอบอารมณ์น่ะ หมดความกระหาย หมดความอยากรู้ตั้งแต่รู้ชัดในผัสสะแล้ว ไม่มีความสงสัย ไม่มีความสนใจเกี่ยวกับความมี ความเป็นนั่นนี่อีกแล้ว(โสดา สกิทาคา อนาคามี อรหันต์)

รู้แล้วว่า หากยังสนใจ ยังให้ค่าความเป็นนั่นเป็นนี่
บ่งบอกถึง ภพชาติของการเกิด ต้องเกิดอีก แล้วจะไปเอามาทำไม

สมบัติทัวร์

การเดินทางไปแพร่ในครั้งนี้ รู้สึกว่า เบาะที่นั่งของสมบัติทัวร์มีการปรับปรุงใหม่(ปรับอากาศพิเศษ/วิไอพี)

เบาะนั่งข้างหน้า หากปรับเอนนอนลงมาเต็มที่ ปกติจะต้องเกยหน้าตักของคนนั่งข้างหลัง(หมดสิทธิ์ปรับที่พักเท้าสูง/กรณีปวดขา ต้องปรับที่พักเท้าตลอด)

ที่เจอมา หงุดหงิดมากกับการปรับเบาะของคนนั่งข้างหน้า เอนมาซะจนสุด แทบจะกองอยู่บนตัก เวลาลุกต้องดึงที่พักแขนขึ้น ไม่งั้น ออกไม่ได้ ติดเบาะข้างหน้าที่ปรับเอนลงมา

เดินทางครั้งนี้ เบาะที่นั่งห่างกว่าเดิม เวลาคนข้างหน้าปรับเบาะเอนจนสุด ก็ไม่มากองอยู่หน้าตัก ที่พักขาจะปรับยังไงก็ได้ เวลาลุก ลุกปกติ ไม่ต้องยกที่พักแขนขึ้น

อาหารว่างที่จัดให้ในรถ มีน้ำดื้ม ขนมปังสองชิ้นเล็ก(ชิ้นละ ๕ – ๑๐ บาท) ชาเขียวกล่อง ผ้าเย็น หลังพักกินอาหารรอบดึก(จอดรถพักทานข้าว) มีชาร้อนแจก เช้ามามีกาแฟร้อนแจก

ขากลับ กลับช่วงกลางวัน ใช้บริการป.๑ (ม.4 ข.) ของสมบัติทัวร์ ที่เคยใช้ รถเก่ามาก เบาะที่นั่งระยะแคบ เหมาะกับคนตัวเล็ก น้ำแอร์หยอดตลอดทาง ตรงที่นั่งอื่น อาหารว่างจัดให้ในรถ ไม่ค่อยมีอไรให้ แค่น้ำดื่ม ขนมปัง ผ้าเย็น

รถจอดพักทานอาหาร มีข้าวราดแกง หากสั่งไข่ด้วย จะคิดเพิ่ม ๑๐ บาท มีก๋วยเตี๋ยวน้ำ รสชาติแบบสักแต่ว่ากินลงท้องไว้ก่อน

ลูกชิ้นปิ้ง ไม้ละ ๑๐ บาท ลูกชิ้นปลากลม อร่อย

ขากลับครั้งนี้ กลับรอง ๑๑ โมงเช้า เบาะที่นั่งปรับเปลี่ยนใหม่ พนักพิงหลังเป็นแบบเบาะลม แนบเนื้อนานๆ รู้สึกร้อน รถค่อนข้างใหม่(ดูจากผ้าม่านและสีเบาะ) ถามพนง. เขาบอกว่า เบาะทำใหม่

อาหารว่าง ครั้งนี้ถูกใจมาก มีของว่างแจกเป็นระยะๆ ของว่างหลัก น้ำดื่ม ขนมปัง กระดาษทิชชู (จัดใส่กล่อง)

รถจอดพักทานข้าว มีกาแฟร้อนแจก(ไม่รับเพราะกินตอนเช้าหนึ่งแก้วที่บ้านยาย) สักระยะมีผ้าเย็นแจก สักระยะแจกโปเต้ มันฝรั่งทอดรสเย็นตาโฟ สักระยะแจกน้ำส้มคั้นเย็นๆ(น่าจะเป็นทิปโป จากรสชาติที่เคยดื่มมา) หลังจากนั้น แจกผ้าเย็น

พนง.ที่ให้บริการ อาจจะพูดจาไม่ค่อยจะถูกใจนัก แต่ไม่คิดอะไรมาก คิดว่า เขาคงเหนื่อย เขาจึงใช้วาจาค่อนข้างห้วนกับผู้โดยสาร

กล่าวโดยรวม การเดินทางครั้งนี้ ให้คะแนนรถป.๑ (ม.4 ข.) ของสมบัติทัวร์ = 8/10

ข่าวล่าสุด ต่อไปหมอชิตจะย้ายไปอยู่แถวรังสิต พยายามอย่าเข้าหมอชิต เพราะจะติดแหง่กอยู่ในรถนานมาก ขาออกไม่เท่าไหร่ ขาเข้าอย่างหนัก

สำรับการเดินทางของเจ้านายและวลัยพร ยังคงใช้สมบัติทัวร์ เพราะอู่อยู่ใกล้ที่พัก(อู่สุคนธ์) ไม่ก็ไปขึ้นที่วิภาวดี(หากวันนั้นเจ้านายทำงาน จะนัดเจอกันที่นั่น)

อู่สุคนธ์ ไม่ค่อยมีอาหารขาย มีแต่เครื่องดื่ม อาจเพราะด้านนอกอู่ มีอาหารต่างๆขายเป็นระยะๆก็ได้

อู่วิภาวดี มีอาหาร เครื่องดื่มวางขายหลากหลาย ร้านค้ามีให้เลือกเยอะ รสชาติ ราคา ค่อนข้างโอเค ไม่ถูกและไม่แพง สมน้ำสมเนื้อ

พระอภิธัมปิฎก-คัมภีร์วิสุทธิมัค

ช่วงอยู่แพร่ ยืมหนังสือพระไตรปิฎกจากวัดมาอ่านที่บ้าน

หยิบหนังสือพระอภิธัมปิฎก เปิดอ่านเนื้อหา
ไม่แตกต่างกับอ่านหนังสือคัมภีร์วิสุทธิมัค

ต้นตอของการตีความคำว่า ชาติ ที่หมายจำเพราะว่า คือ การเกิด การคลอดออกมาจากท้องแม่ มาจากการอธิบายความของท่านพุทธโฆษาจารย์ ผู้แปลความภาษาบาลี

ท่านพุทธโฆษาจารย์ ได้เขียนอธิบายไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ก่อนที่ท่านจะมาอธิบายความภาษาบาลีให้เป็นภาษาไทยนั้น ท่านยังไม่หยั่งลงในปฏิจจสมุปบาท แต่ได้เขียนอธิบายความตามที่ท่านได้ศึกษามา ท่านเขียนอธิบายเท่าที่ท่านรู้

ใจ

จะอยู่แห่งหนตำบลใด

สบายหรือลำบากกาย

หนีไม่พ้นคือ ใจ

ไม่ต้องไปสอบอารมณ์ที่ไหนเลย

การสอบอารมณ์ จุดประสงค์ของการสอบอารมณ์ คือ

การตรวจดูสภาวะของผู้ปฏิบัติ ขณะจิตเป็นสมาธิ
อารมณ์ต่างๆที่มีเกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิ

ก่อนเกิด กำลังเกิด เกิดขึ้นแล้ว กำลังคลาย จนกระทั่งดับหายไป
การสอบอารมณ์ ต้องการดูตรงนี้ ดูความรู้สึกตัว ขณะจิตเป็นสมาธิของผู้ปฏิบัติ
เพราะเป็นเรื่องของ ผัสสะต่างๆ ที่มีเกิดขึ้นขณะจิตเป็นสมาธิ ที่มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเกิดขึ้นร่วมด้วย(สติ สัมปชัญญะ)

ผู้สอบอารมณ์ ต้องรู้ชัดในรายละเอียดของสภาพธรรมที่มีเกิดขึ้นตามความเป็นจริง รายละเอียดต่างๆ ที่มีเกิดขึ้น ขณะจิตเป็นสมาธิ

ไม่ใช่พูดแต่เรื่องญาณนั้น ญาณนี่
หากยังมีญาณนั้น ญาณนี้ นี่คือ ความหลงของผู้ที่สอบอารมณ์(อจ.)
และผู้ที่ถูกสอบอารมณ์(ศิษย์) จึงจมแช่กับสิ่งที่ถือมั่นในสิ่งที่เรียกว่า นั่นนี่

การให้ทาน

สารีบุตร ! บุคคลบางคนในโลกนี้ ให้ทานโดยไม่มีความหวังผล … ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เมื่อเราให้ทานอย่างนี้ จิตจะเลื่อมใส เกิดความปลื้มใจและโสมนัส

แต่ให้ทานเป็นเครื่องปรุงแต่งจิต เขาให้ทาน คือ ข้าว นํ้า … ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาเหล่าพรหมกายิกา

เขาสิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่แล้ว
เป็นผู้ไม่ต้องกลับมา คือ ไม่มาสู่ความเป็นอย่างนี้.

สุทินนัง วะตะเมทานัง อาสวะขะยาวะหัง

นิพพานัง ปัจจโยโหตุ

สาธุ

การอยู่คนเดียวสบาย

เมื่อพระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นเข้าก็มาก็กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่ามาอยู่จำพรรษาพระองค์เดียวในป่าไม่ลำบากหรือ

พระองค์ตรัสตอบทำนองว่า ไม่ลำบากเพราะมีช้างปาเลยยกะคอยดูแล เหมือนคนมีเพื่อนดีอยู่ด้วยกันก็มีความสุข

การมีเพื่อนไม่ดีแม้มีมากเท่าใดก็เป็นทุกข์ การอยู่คนเดียวสบายเสียดีกว่า

ปเร จ น วิชานนฺติ มยเมตฺถ ยมามฺหเส
เย จ ตตฺถ วิชานนฺติ ตโต สมฺมนฺติ เมธคา.

“ก็ชนเหล่าอื่นไม่รู้ตัวว่า
‘พวกเราพากันย่อยยับอยู่ในท่ามกลางสงฆ์นี้’

ฝ่ายชนเหล่าใดในหมู่นั้นย่อมรู้ชัด,
ความหมายมั่นกันและกัน
ย่อมสงบเพราะการปฏิบัติ
ของชนพวกนั้น.”

มรณะ มรณัง

วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ วันไหนๆ วินาทีใด

สุดท้าย ต้องตาย

อย่ามานั่งเสียใจ ขณะกำลังจะหมดลมหายใจ

ลมหายใจเฮือกสุดท้าย ระลึกสิ่งใด

หากยังมีเหตุให้ต้องเกิด ไปเกิดภพภูมินั้นทันที

ความตาย

สัตว์ทั้งปวง ทั้งที่เป็นคนหนุ่ม คนแก่
ทั้งที่เป็นคนพาลและบัณฑิต
ทั้งที่มั่งมี และ ยากจน
ล้วนแต่มีความตายเป็นที่ไปถึง ในเบื้องหน้า.
เปรียบเหมือนภาชนะดินที่ช่างหม้อปั้นแล้ว
ทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งที่สุกแล้ว และยังดิบ
ล้วนแต่มีการแตกทำลายเป็นที่สุด ฉันใด
ชีวิตแห่งสัตว์ทั้งหลายก็มีความตายเป็นเบื้องหน้าฉันนั้น

วัยของเรา แก่หง่อมแล้ว ชีวิตของเราริบหรี่แล้ว
เราจักละพวกเธอไป
สรณะของตัวเองเราได้ทำไว้แล้ว

ภิกษุ ท. ! พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท
มีสติ มีศีลเป็นอย่างดี
มีความดำริอันตั้งไว้แล้วด้วยดี
ตามรักษาซึ่งจิตของตนเถิด

ในธรรมวินัยนี้ ภิกษุใดเป็นผู้ไม่ประมาทแล้ว
จักละชาติสงสาร ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้.
มหา. ที. ๑๐/๑๔๑/๑๐๘.

อุปาติสูตร

๙. อุปาติสูตร
[๑๔๕] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี

ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคประทับนั่งในที่แจ้งในความมืดตื้อในราตรี เมื่อประทีปน้ำมันลุกโพลงอยู่

ก็สมัยนั้นแล ตัวแมลงเป็นอันมากตกลงรอบๆ ที่ประทีปน้ำมันเหล่านั้น ย่อมถึงความทุกข์ ความพินาศ ความย่อยยับ

ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ทรงเห็นตัวแมลงเป็นอันมากเหล่านั้น ตกลงรอบๆ ที่ประทีปน้ำมันเหล่านั้นถึงความทุกข์ ความพินาศ ความย่อยยับ ฯ
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

สมณพราหมณ์พวกหนึ่งย่อมแล่นเลยไป
ไม่ถึงธรรมอันเป็นสาระ

ย่อมพอกพูนเครื่องผูกใหม่ๆ
ตั้งมั่นอยู่ในสิ่งที่ตนเห็นแล้วฟังแล้วอย่างนี้
เหมือนฝูงแมลงตกลงสู่ประทีปน้ำมัน ฉะนั้น ฯ

จบสูตรที่ ๙

Previous Older Entries

ตุลาคม 2015
พฤ อา
« ก.ย.   พ.ย. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: