ทำตัวให้เหมือนความเคี้ยวเอื้อง

 
เมื่อมีสิ่งเกิดขึ้น(ผัสสะ)

สิ่งที่เกิดขึ้น มีผลกระทบทางใจ ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด

จงทำตัวให้เหมือนควายเคี้ยวเอื้อง เคี้ยวอย่างช้าๆ

การจะนึกคิดกระทำสิ่งใดก็ตาม คิดให้นานๆ
โดยมีพระธรรมคำสอน ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสสอนไว้
เป็นตัวอย่าง ของการกระทำทุกๆการกระทำ

เหมือนการโพสบทความธรรมะ
ต้องมีหลักฐานอ้างอิงแน่ชัดว่า มีปรากฏอยู่ในพระธรรมคำสอน
ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสสอนไว้จริงๆ

จึงเป็นการดำรงพระสัทธรรมไว้ได้นานเท่านาน
แสนนาน จนกว่า มีการสัทธรรมปฏิรูปบังเกิดขึ้น
พระธรรมคำสอน ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสอนไว้
จึงเริ่มเลือนลาง จางหายไป มีสัทธรรมปฏิรูปเกิดขึ้นแทน

การทำความเพียร

หากสิ่งที่พบประสพเจอมาตัวเอง จากการทำความเพียร
สิ่งที่ถูกรู้นั้นๆ ต้องตรงกับพระธรรมคำสอน ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสไว้ทุกประการ

โฆษณา

จงจำให้ขึ้นใจ

สำหรับผู้ที่มาแสดงความคิดเห็น ในบทความธรรมะที่วลัยพรได้โพสไว้

มีหลายๆคน ที่ได้นำข้อคิดเห็นั้นๆ ทิ้งลงถังขยะ เพราะเหตุอันใดงั้นรึ

เพราะบุคคลจำพวกนี้ หนานแน่นด้วยอวิชชา

ความรู้ที่นำมาบอกกับวลัยพร ก้ลอกเขามา และไม่ใช่พระธรรมคำสอน ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสอนไว้

ดังตัวอย่างนี้

==============================

เข้าใจผิดหรือเปล่า?
วิโมกข์ หมายถึง หลุดพ้น ไม่ใช่ ตาย ซึ่งในพระใตรปิฎก(ฉบับธรรมทาน) ปรากฏอยู่ในเล้มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตก-สุตตนิบาท หน้า ๑ ข้อ ๑ (และแล่มอื่นอื่นๆ อีกมาก) ซึ่งปรากฏความดังนี้

“[๑๗] ความเร่าร้อนย่อมไม่มีแก่ผู้ที่มีทางไกลอันถึงแล้ว ผู้มีความโศกปราศไปแล้ว ผู้พ้นวิเศษแล้วในธรรมทั้งปวง ผู้มีกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวงอันละได้แล้ว ท่านผู้มีสติย่อมขวนขวายท่านย่อมไม่ยินดีในที่อยู่ ท่านละความห่วงใยเสีย เหมือนหงส์สละเปือกตมไป ฉะนั้น ชนเหล่าใดไม่มีการสั่งสมมีโภชนะอันกำหนดแล้ว มีสุญญตวิโมกข์ …”

ส่วนที่ท่านกล่าวในรายละเอียดนั้นเป็น “ชนกกรรม”(กรรมแต่งให้เกิด, กรรมที่เป็นตัวนำไปเกิด ซึ่งก่อนหมดลมหายใจจะปรากฏนิมิตที่เป็น “คติ” ของเขาเมื่อหมดลมหายใจ

ที่ให้ความเห็นมาก็เพื่อให้เจ้เาใจได้ถูกต้อง หากไม่เป็นประโยขน์ก็ลบออกเสีย

===================================

เข้ามาอ่านกัน แต่สักว่าอ่าน เรื่อง ความหลุดพ้น ก็เคยนำมาโพสไว้แล้วว่า หลุดพ้นจากกิเลส ที่มีเกิดขึ้นในใจตน

ซึ่งเป็นการนำ พระธรรมคำสอน ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสไว้เกี่ยวกับความหลุดพ้น

ต้องหมั่นฝึกตนให้มากๆ

เมื่อยังไม่แน่ใจอะไรที่แน่ชัด

จงมีพระธรรมคำสอน ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสไว้ เป็นที่พึ่งที่อาศัย

จงมีตนเป็นประทีป เป็นที่พึ่งที่เกาะ
โดยการรู้ชัดอยู่ภายในกายและจิตเนืองๆ

เวลาคิดทำสิ่งใด จะได้มีสติระลึกถึงคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรสไว้
จะได้มีเวลาคิดพิจรณาว่า สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ

ไม่ใช่ปล่อยให้ก้าวล่วงออกมาทางกาย วาจา
โดยการประมาณในบุคคลอื่น ทำนองว่า ต้องเป็นอย่างงั้น อย่างงี้
ตามสิ่งที่ตนคิดว่าเป็น คิดว่าใช่ ในความเห็นของๆตน

ขนาด เวทนา ตัณหา อุปทาน ที่มีเกิดขึ้นในใจตน ยังไม่รู้เท่าทัน
นับประสาอะไรกับการทำนายทายทักผู้อื่นว่า จะต้องเป็นอย่างงั้น อย่างงี้

แทนที่จะเพียรละ โดยการกำหนดรู้ ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของตัณหา อุปทาน
กลับปล่อยใจ ปล่อยกาย ให้กระทำตามความทะยานอยาก
จึงกลายเป็น การสร้างกรรมใหม่ ให้มีเกิดขึ้นอีก

คำที่ควรกล่าว

เมื่อเห็นผู้ใด โพสสิ่งใดก็ตาม
หากมีข้อสงสัยว่า มีอยู่ในพระธรรมคำสอนไหม

ควรจะใช้คำพูดในการถามว่า
บทความที่โพสนี้ มีอยู่ในพระธรรมคำสอนมั๊ย
หากมี ช่วยนำมาลงให้อ่านหน่อย

ผู้ฝึกตน ฝึกเพื่อละ สละออก
ไม่ใช่ฝึกเพื่อเอาเข้าหาตัว

ความมี ความเป็นอะไรๆในสิ่งที่คนกันเอาเองว่า ตนมี หรือตนเป็น
มันเป็นเพียงแค่สัญญา ไม่สามารถนำไปกระทำเพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ได้หรอก

หากนำมากระทำเพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ได้
คงไม่มาใช้คำพูดเที่ยวประมาณในบุคคลอื่น

สัญญา ที่เกิดขึ้น หากอโยนิโสมนสิการ
ย่อมไม่สามารถนำสัญญาหรือความรู้ต่างๆ ที่คิดเอาเองว่าเป็นปัญญา
เมื่อนำมาเพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ ย่อมไม่สามารถทำได้

เพราะอะไรน่ะรึ
เหตุปัจจัยจาก ความสำคัญมั่นหมาย ในสิ่งที่ตนคิดว่ารู้
ความสำคัญมั่นหมาย ว่าตนเข้าถึงความเป็นนั่น เป็นนี่ในสมุมมติ

เหตุปัจจัยจาก อวิชชาที่มีอยู่
ความไม่รู้ชัดใน “ผัสสะ” ที่มีเกิดขึ้นตามความเป็นจริง
ย่อมหลงกระทำตาม เวทนา ตัณหา อุปทาน ภพ(ความรู้สึกนึกคิด) ที่มีเกิดขึ้น

 

พฤศจิกายน 2016
พฤ อา
« ต.ค.   ธ.ค. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: