การกระทำทุกอย่าง ล้วนเกื้อหนุนให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ
แม้แต่ในอิริยาบทนอน ก็มีสัปปายะเกื้อหนุนเช่นกัน

.

การรู้ชัดในลักษณะอาการที่มีเกิดขึ้นของจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ
ตั้งแต่ก่อนเกิด กำลังเกิด และดับไป
ทำให้เกิดการทำความเพียร 24 ชม.

.

เวลานอน ไม่ได้นอนพื้น ไม่ได้นอนเตียง
ที่นอน เป็นโซฟาปรับเอนนอนได้ ตามการทิ้งตัว
ก่อนนอนทุกคืน จิตเป็นสมาธิ จนกระทั่งดับไป
ปัจจุบัน เกิดความรู้ชัดยิ่งกว่าเมื่อก่อน

.

เดี๋ยวนี้ เวลาทำสมาธิ จะดูใจเป็นหลัก
เมื่อมีความหน่วงเกิดขึ้น อาการคล้ายๆง่วงนอน แต่ไม่ได้ง่วง
จะทำสมาธิในตอนที่ความหน่วงแห่งจิตมีเกิดขึ้น
ขณะหลับตาลง โอภาสเกิดทุกครั้ง

.

การเจริญสมถะและวิปัสสนา
เพื่อละเหตุแห่งทุกข์

การทำความเพียรในอิริยาบท ยืน เดิน นั่ง นอน(ทำกรรมฐาน)
และการสำรวม สังวรระวัง ความรู้สึกนึกคิด
ที่มีเกิดขึ้นจากผัสสะ เป็นปัจจัย(ในแต่ละขณะ)

ทั้งสองอย่างนี้ ต่างฝ่ายเกือหนุนซึ่งกันและกัน
การกำหนดรู้ในผัสสะเนืองๆ และผลของการกำหนดรู้ผัสสะ
ทำให้นิวรณ์ต่างๆไม่ค่อยมี
จิตย่อมตั้งมั่นเป็นสมาธิเนืองๆ

.
การที่จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิเนืองๆ
ย่อมเห็นตามความเป็นจริง

สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์
สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา

.
ไม่เที่ยง
แปรปรวนตามเหตุและปัจจัย(กรรมและการให้ผลของกรรม)

.
เป็นทุกข์
เพราะถือมั่น(อุปทานขันธ์ ๕)

.

อนัตตา ไม่ใช่ตัวตน
เกิดเพราะเหตุ(เหตุปัจจัยที่มีอยู่)
ดับเพราะเหตุ(ไม่สานต่อ)
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของสิ่งที่มีเกิดขึ้น(ผัสสะ)

.

สมาธิสูตร

[๑๔๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเจริญสมาธิเถิด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมรู้ตามความเป็นจริง
รู้อะไรตามความเป็นจริง

.
รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า รูปทั้งหลายไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุวิญญาณไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า จักษุสัมผัสไม่เที่ยง

รู้ตามความเป็นจริงว่า สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา
ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่เที่ยง ฯลฯ

รู้ตามความเป็นจริงว่า ใจไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า ธรรมารมณ์ทั้งหลายไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริว่ามโนวิญญาณไม่เที่ยง
รู้ตามความเป็นจริงว่า มโนสัมผัสไม่เที่ยง

รู้ตามความเป็นจริงว่า สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา
ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยไม่เที่ยง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเจริญสมาธิเถิด
ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นแล้วย่อมรู้ตามความเป็นจริง ฯ

จบสูตรที่ ๖

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

กรกฎาคม 2017
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: