อวิชชา สังขาร วิญญาณ

๖ พค. ๖๑

ยังคงมีความรู้สึกประหลาดใจอยู่
หลายครั้งต่อหลายครั้ง เวลาที่สัญญาจะเกิด ที่เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดความรู้ชัดในลัษณะอาการที่มีเกิดขึ้นตามความเป็นจริงของคำเรียกนั้นๆ ไม่มีการเริ่มต้นจากคำเรียกนั้น มักจะเป็นคำเรียกอื่นๆก่อนเสมอ

แล้วจิตจะวิตกวิจารณ์ มือก็คลิกๆหาอ่านโน่นนี่ แล้วมีเหตุปัจจัยให้เจอกับคำเรียกนั้นๆอีกครั้ง(ซึ่งลืมไปแล้ว) พอได้อ่านอีกครั้ง จะมีภาพผุดขึ้นมา เรียงลำดับเหตุปัจจัยของความมีเกิดขึ้นของคำเรียกนั้นๆ

อ่านเจอคำกล่าวทำนองว่า การที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เป็นอนัตตา คือไม่สามารถบังคับ บัญชาได้

อ่านแล้วก็ค้านในใจว่า การบรรลุ มรรค ผล นิพพานนั้น เป็นเรื่องของเหตุปัจจัย ส่วนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ใช้ปราบความเห็นผิด ความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕

.
จากนั้นหานั่นนี่อ่าน เกี่ยวกับหัวใจพระพุทธศาสนาที่มีคนนำมาสนทนากัน ยังคงอ่านไปเรื่อยๆ จนเจอเรื่องโลกธรรม ๘ อีกครั้ง ทำให้เกิดการทบทวนความมีเกิดขึ้นของโลกธรรม ๘ อีกครั้ง

คราวนี้มีภาพผุดขึ้นมา
เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา
เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา
เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน
เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ
เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ
เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา มรณะ โสกะ
ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปยาส
ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้
ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้

.
หากเป็นโสดาบัน สกิทาคา อนาคามี
สภาวะที่มีเกิดขึ้นขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ จะเป็นแบบนี้
ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปยาส แล้ววกกลับไปเริ่มต้นที่ผัสสะใหม่

หากเป็นอรหันต์ จะมีแค่ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา(อุเบกขา)
ส่วนผลของกรรมที่เคยกระทำไว้ ยังคงให้ผลอยู่ ได้แก่ ชรา มรณะ(โลกธรรม ๘) เพียงแต่ผลของกรรมนี้สิ้นไป เพราะไม่สามารถทำให้จิตใจของท่านหวั่นไหวได้ สักแต่ว่ามีเกิดขึ้นเท่านั้นเอง

.

ทำให้หวนนึกถึงสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ นี่ก็ลืมไปแล้วเหมือนกัน
จนวันนี้มีเหตุปัจจัยให้ไประลึกถึงอีก

“วิธีการปฏิบัติวิปัสสนาวงศ์พระอรหันตะ คือ การตั้งสติกำหนดอย่างแรงกล้าในอนุปัสสนาทั้ง ๔ มีกายานุปัสสนาเป็นต้น ตามที่สมเด็จพระทศพลเจ้าทรงพระกรุณาประทานไว้ในพระสูตรต่างๆ โดยเฉพาะพระมหาสติปัฏฐานสูตร

เมื่ออินทรีย์ทั้ง ๕ มีสัทธินทรีย์เป็นอาทิ พระวิปัสสนาญาณอันประเสริฐ จักเกิดขึ้นในสันดานของผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่มีวาสนาบารมี ตั้งแต่พระวิปัสสนาญาณขั้นต้น จนถึงมรรคญาณ ผลญาณ และปัจจเวกขณญาณในที่สุด”

สมัยที่อ่านในตอนนั้น มีความรู้สึกแปลกใจว่า ทำไมต้องตั้งสติกำหนดอย่างแรงกล้าด้วย แล้วทำไมต้องเฉพาะสติปัฏฐาน ๔ เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ เข้าใจละว่าทำไมต้องตั้งสติกำหนดอย่างแรงกล้า

.

จิตกระหวัดไปถึงสภาวะที่เคยมีเกิดขึ้นขณะทำกาละ(หัวใจวาย) ขณะนั้น ถึงแม้ทุกขเวทนาจะแรงกล้า แต่สติคมชัดยิ่งนัก มีความรู้สึกตัวตลอด ใช้การกำหนดรู้หนอ จะได้มีสติรู้ทันเวทนาที่กำลังมีเกิดขึ้น ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็ไม่รู้จะทำแบบไหน

สภาวะที่มีเกิดขึ้นตรงนี้ ทำให้รู้ว่า เพราะเวทนาที่เกิดขึ้นมีกำลังมาก ความรักตัวกลัวตาย ย่อมมีเกิดขึ้นแก่ผู้ที่ยังไม่เบื่อหน่ายภพชาติของการเกิด

เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร(กายสังขาร วจีสังขาร จิตสังขาร)
หมายถึง กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่เคยกระทำไว้
บางคนเห็นเป็นภาพปรากฏขึ้นทางตา
ได้ยินเสียงทางหู
ได้กลิ่นทางจมูก
ได้รู้รสทางลิ้น
ได้สัมผัสทางกาย
และทางมโนทวาร

บางคนอ่านแล้วเอ๊ะ ทำไมเหมือนผัสสะ ที่เราเคยพูดถึงบ่อยๆ
ตรงนี้คนละอย่างคนละสภาวะกัน
ผัสสะ เป็นเรื่องของปัจจุบัน เป็นเรื่องผลของกรรมที่เคยกระทำไว้ ส่งมาให้รับผล ในรูปแบบของผัสสะ/สิ่งที่มีเกิดขึ้นในชีวิต

ด้วยเหตุปัจจัยนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น จึงส่งผลกระทบทางใจทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด

.
ส่วนตรงนี้เป็นเรื่องของในอดีต คือ กรรมในอดีตที่เคยกระทำไว้ ขณะจะทำกาละ มีสภาวะต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้น แม้กระทั่งการทำกรรมฐานจนเกิดความรู้ชัดขณะจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิในรูปฌาน อรูปฌาน

บางที่ใช้คำว่า หวนระลึกถึง บุญ บาป ที่เคยกระทำไว้

.

เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ
วิญญาณตรงนี้หมายถึง วิญญาณ ๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลตกอยู่ในอวิชชา
ถ้าสังขารที่เป็นบุญปรุงแต่ง วิญญาณก็เข้าถึงบุญ
ถ้าสังขารที่เป็นบาปปรุงแต่ง วิญญาณก็เข้าถึงบาป
ถ้าสังขารที่เป็นอเนญชาปรุงแต่ง วิญญาณก็เข้าถึงอเนญชา ฯ

.

นี่เป็นความผิดแผกแตกต่างของผัสสะ ที่มีเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเรื่องของวิบากกรรม หรือผลของกรรม ได้แก่ โลกธรรม ๘

กับสภาวะที่มีเกิดขึ้นขณะทำกาละ ซึ่งจะเรียกทางอ้อมว่า ผัสสะ ก็ได้
แต่ถ้าเรียกแบบนั้น จะทำให้ความหมายใน อวิชชา สังขาร วิญญาณ เปลี่ยนไป

เพราะอวิชชา สังขาร วิญญาณ ไม่ใช่เรื่องของผลของกรรมที่เป็นโลกธรรม ๘

แต่เป็นเรื่องของกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่เคยกระทำไว้

คนละเรื่อง คนละสภาวะกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สิงหาคม 2018
พฤ อา
« พ.ค.   ต.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: