เจ้านาย

19 กพ. 62

พูดถึงสภาวะมรรค ผล
ขณะที่เกิดอนุโลมญาณ มรรคญาณ ผลญาณ
ที่มีเกิดขึ้นในโสดาบันและอนาคามี

ทุกคนสามารถอ่านได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดอุปกิเลส
ประมาณว่า ถ้ารู้ว่าแล้วทำให้จดจำสภาวะ ไม่ต้องกังวล
เพราะท่องไปเถอะ เมื่อสภาวะมีเกิดขึ้น จะจำไม่ได้เลย

ขณะเกิดสภาวะอนุโลมญาณ มรรคญาณ ผลญาณ
ความรู้ที่มีอยู่ที่เคยอ่านมา ฟังมา หรือศึกษามา จะลืมหมด
สิ่งที่มีเกิดขึ้น ขณะนั้นๆ มีเกิดขึ้นเหมือนมีเกิดขึ้นในชีวิต
ทั่งๆที่ ขณะทำกรรมฐาน ก็ยังไม่รู้ว่ากรรมทำกรรมฐานอยู่

จะมาคิดพิจรณาว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คิดไม่ได้หรอก
ไม่ใช่เพราะห้ามคิด แต่จะเกิดไปตามสภาวะ ถ้ากลัวตายหรือมีความหวาดเสียว สะดุ้ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กลับมารู้ที่กาย

แล้วจะพยายามให้มีเกิดขึ้นอีก จะไม่มีเกิดแบบเดิมไม่ได้
แล้วแต่เหตุปัจจัยของแต่ละคน

อย่างตัวอย่างสภาวะของเจ้านาย
เขาบอกว่า ตอนนั้น เห็นเขายืนอยู่ปากเหว สูงมาก
เขากลัวมาก กลัวจะตกลงไป พอคิดแบบนี้ จึงมารู้สึกตัว

เขาบอกว่า เขาไม่รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น เหมือนเกิดเรื่องจริง ถ้าเขารู้ว่าเป็นเรื่องไม่จริง จะกระโดดลงไป จะดูสิว่า สภาวะอะไรมีเกิดขึ้นต่อไป

เราถามเขาว่า ที่เราให้คำแนะนำมาตลอดว่าควรทำไงบ้างนั้นไม่ได้ทำตามเหรอ

เขาบอกว่า ตอนที่เกิด จำไม่ได้สักอย่าง จะรู้อยู่กับสภาวะที่มีเกิดขึ้นขณะนั้นๆ แบบเหมือนเกิดขึ้นจริง หวาดเสียวมาก กลัวตกลงไป

.
ถ้าเป็นแบบนี้ สิ่งที่เราเขียนเล่าเรื่องสภาวะต่างๆ หรือคำเรียกต่างๆ ไม่ทำให้เกิดอุปกิเลส แต่ควรศึกษาไว้ เวลาวันไหนมีสภาวะที่เจอกับตัวเอง จะได้รู้ว่า สภาวะที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสภาวะใด เช่น

เมื่อมีสภาวะกายแตก กายระเบิด จะได้รู้ว่า เกิดจากกำลังสมาธิที่มีเกิดขึ้นขณะนั้นๆ จะได้ทำให้ไม่น้อมใจเข้าสู่ความเป็นนั่นนี่

หรือสภาวะสันตติบัญญัติขาด,ฆนบัญญัติแตก เกิดจากของการกำหนดต่อเนื่อง จะได้ทำให้ไม่น้อมใจเข้าสู่ความเป็นนั่นนี่

แม้กระทั่งโอภาส ที่สว่างแบบไม่สามารถอธิบายได้ เกิดขึ้นจากกำลังสมาธิที่มีเกิดขึ้น ขณะนั้นๆ จะได้ไม่ให้ค่าเป็นนิพพาน

สภาวะใดก็ตาม ถ้าไม่ใช่สภาวะมรรค ผล ตามที่เขียนไว้ สภาวะอื่นๆที่มีเกิดขึ้น ให้รู้ไว้ว่า สักแต่ว่ามีเกิดขึ้นเท่านั้นพอ

สำหรับตัณหา แบบ อ่านแล้วเกิดความอยากได้โสดาบันฯลฯ อยากรู้เห็น อยากอยากแบบนี้ดี จะได้ตั้งใจทำความเพียรให้มาก ไม่ท้อถอย มีเวลาจะได้ทำให้มากๆ

ฉะนั้น ทุกคนสามารถอ่านได้ ไม่ต้องกังวลว่า อ่านแล้วจะทำให้ติดอุปกิเลส ไม่ติดแน่นอน เมื่อรู้ว่าหรืออะไร จะติดได้ยังไง ที่เกิดอุปกิเลส ล้วนเกิดจากอวิชชาที่มีอยู่

.

ถามเจ้านายว่า ประมาณแล้วที่เจอสภาวะยืนปากเหว
เขาบอกว่า จำสภาวะได้แม่น ก็ประมาณ 5 ปีกว่า
หลังจากนั้นไม่เคยมีเกิดขึ้นอีก

ที่เป็นอย่างนี้ ไม่ใช่อะไรหรอก
อาจจะเขาไม่ได้ทำกรรมฐานเหมือนเมื่อก่อน
เน้นแบบรักษาศิล คือ พยายามไม่สร้างเหตุนอกตัว

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มีนาคม 2019
พฤ อา
« ก.พ.   เม.ย. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: