สภาวะขณิกมรณะ กับ สภาวะทิสากากะ

สภาวะขณิกมรณะ กับ สภาวะทิสากากะ

.
เขียนค้างไว้เกี่ยวกับการอธิบายรายละเอียดสภาวะขณิกมรณะ
ที่เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดความเบื่อหน่ายภพชาติของการเกิด

เขียนลำบาก ภายในว่างเปล่า

 

.

ตัวแยกสภาวะที่ทำให้รู้ชัดปฏิบัติสบาย(จิต) และปฏิบัติลำบาก(จิต) ก่อนเข้าสู่อนุโลมญาณ มรรคญาณ ผลญาณ

จะรู้ชัดในสภาวะที่มีเกิดขึ้นในแต่ละขณะๆๆๆ ขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 ต้องสมดุลย์  ที่มีเกิดขึ้นขณะรู้ชัดอยู่ภายในกายและจิต

.
28 ก.ย. 2013

สภาวะทุกๆสภาวะที่เกิดขึ้น จะมีจุดเด่นเฉพาะตัว สภาวะสังขารุเปกขาญาณ ก็เช่นเดียวกัน

สภาวะ สังขารุเปกขาญาณ นอกจาก เกิดจากการปล่อยวาง โดยตัวสภาวะจิตเองแล้ว

ยังมีอีกสภาวะหนึ่ง ที่เกิดขึ้นเด่นชัด เกิดขึ้นร่วมทุกครั้ง ที่มีสภาวะสังขารุเปกขาญาณเกิด

นั่นคือ ทิสากากะ หมายถึง การเข้าสู่ความดับ ในแต่ละ ขณะจิต

เอวเมว สเจ สงฺขารุเปกฺขาญาณํ สนฺติปทํ นิพฺพานํ สนฺตโต ปสฺสติ สพฺพํ สงฺขารปฺปวตฺตํ วิสชฺเชตฺวา นิพฺพานเมว ปกฺขนฺทติ โน เจ ปสฺสติ ปุนปฺปุนํ สงํขารารมฺมณเมว หุตฺวา ปวตฺตติ.

สังขารุเปกขาญาณนี้ก็เป็นเช่นนี้ ถ้าจะเห็นพระนิพพานอันเป็นสันติบท ก็ปล่อยความเป็นไปของรูป,นามสังขารทั้งหมดแล่นตรงเข้าสู่พระนิพพานอย่างเดียว เช่นเดียวกับนกกาบินหาฝั่งก็บินไปเลยไม่กลับมา

ถ้าไม่เห็นพระนิพพานก็จะกลับมาเอารูป,นามสังขารเป็นอารมณ์อีกหลายครั้ง เหมือนกาบินไปแล้วไม่เห็นฝั่งก็กลับมาที่เรืออีกฉะนั้น นี้เป็นลักษณะของสังขารุเปกขาญาณชั้นสุดยอด

กล่าวโดยสภาวะ
จิตจะมีสมาธิแรงมาก จิตจะงุบลงไป หลายๆครั้ง
จิตงุบหรือจะเรียกว่า จิตตกภวังค์หรือจิตสัปปะหงกก็ได้
อาการเหมือนกับหัวสัปปะหงก แต่นี่เกิดภายใน เกิดที่จิต
เนื่องจากกำลังของสมาธิแรงมาก

สังขารุเปกขาญาณกับทิสากากะ
ลักษณะอาการที่เกิดขึ้น คือ จิตรู้ชัดอยู่ในรูปนามได้ดี สติ สัมปชัญญะดี สมาธิมีกำลังแนบแน่นดี จิตเป็นอุเบกขา คือ รู้ชัดอยู่กับรูปนาม กับ เกิดสภาวะดับ สลับไปมาแบบนี้

สภาวะดับ คือ เกิดที่จิต มีอาการเหมือนคนสัปหงก แต่เป็น จิตสัปหงก อาการนี้บางครั้งเกิดแค่ครั้งเดียว บางครั้งเกิดเป็นสิบๆครั้งขึ้นไป ไม่แน่นอน

แต่ละครั้งที่เกิดการดับแต่ละครั้ง จะมีโอภาสเกิดขึ้นสว่างมากๆ แบบไม่มีประมาณ คือ สว่างกว่าปกติในโอภาสที่เกิดโดยทั่วๆไป จะมีสติรู้ตัวตลอดขณะที่เกิดสภาวะนี้ ดับก็รู้ว่าดับ คือตอนที่ดับไปแล้ว จิตจะงุบลงไป แล้วถึงจะรู้ตัว ก่อนงุบจะไม่รู้

อาการที่เกิดขึ้นภายใน ไม่ส่งผลไปที่ภายนอก คือไม่ได้เกิดที่กายภายนอก เช่น หัวสัปหงก ภายนอกนั่งตัวตรงปกติ ไม่มีอาการงูบหรือโงกแต่อย่างใด ขณะที่เกิดสภาวะจิตสัปหงกนี้

สภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากความง่วง หรือนิวรณ์ครอบงำแต่อย่างใด แต่เกิดจากกำลังของสมาธิที่มีกำลังมาก นี่แหละคือสภาวะทิสากากะ ที่ต่อยอดจากสภาวะสังขารุเปกขาญาณ จะผ่านสภาวะที่เห็นแจ้งจากจิตได้ ต้องผ่านสภาวะสองขั้นตอนนี้เท่านั้น
ขั้นตอนอื่นๆ แค่ข้อปลีกย่อย ไม่ใช่สภาวะหลักที่แท้จริง

นกทิสากกาะ
สภาวะนี้ต่อเนื่องจากสภาวะสังขารุเปกขาญาณ เปรียบเสมือนนกทิสากากะที่นักเดินเรือใช้ในการหาเส้นทางของการเดินเรือ

พายุที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินเรือ คือกิเลสนี่เอง เช่น ถ้าสภาวะกำลังดำเนินอยู่ แล้วเกิดอาการดีใจ หรือสภาวะใดแทรกเข้ามา

สภาวะจะหยุดทำงานทันที กลับไปรู้อยู่กับรูปนามเหมือนเดิม หรือ อีกสาเหตุคือ กำลังของสมาธิไม่มีกำลังมากพอที่จะผ่านสภาวะนี้ไปได้

เหตุฉะนี้พระพุทธองค์จึงทรงตรัสไว้เรื่องสัมมาสมาธิหรือจตุตถฌานที่เป็นสัมมาสมาธิ ว่าเป็นสมาธิที่เกื้อหนุนในมรรค เพราะสภาวะนกทิสากา จะใช้กำลังสมาธิมากๆ มากกว่าสภาวะสังขารุเปกขาญาณ

ต่อจากสภาวะยอดสังขารุเปกขาญาณนี้ จะเป็น อนุโลมญาณ ว่าด้วย ความดับ

อนุโลมญาณ (นำมาจากหนังสือ วิปัสสนาทีปนีฎีกา)
สภาวะดับเทียม
การเข้าสู่ความดับ เป็นจุดสุดยอดของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมมัฏฐาน เพราะความดับที่ไม่แท้อาจเกิดขึ้นได้โดยเหตุหลายประการคือ-

๑. ดับด้วย ปิติ

๒. ดับด้วย ปัสสัทธิ

๓. ดับด้วย สมาธิ ( ขาดความรู้สึกตัว )

๔. ดับด้วย ถีนมิทธะ

๕. ดับด้วย อุเปกขา

ทั้ง ๕ ประการนี้เป็นความดับเทียม ใช้ไม่ได้ เป็นการล่อให้หลงเข้าใจผิด ส่วนมากเกิดในอุทยัพพยญาณอย่างอ่อน ๑ ในมุญจิตุกัมยตาญาณ ๑ ในสังขารุเปกขาญาณ ๑ ถ้าเกิดขึ้นในญาณเหล่านี้ พึงตัดสินเลยว่าเป็นของเทียมใช้ไม่ได้

ส่วนความดับที่แท้จริง ที่พึงประสงค์ในการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานนี้ ก็คือ ดับโดยมรรค

ขณะที่สังขารุเปกขาญาณถึงความแก่กล้าที่สุด สังขารอารมณ์ซึ่งอ่อนละเอียด มีอาการสม่ำเสมอเป็นธรรมดานั้น ก็จะค่อยๆเร็วขึ้นๆจนถี่มาก

แล้วกลับช้าลงไปเป็นธรรมดาอีก ต่อไปจะมีอาการเร็วขึ้นๆแล้วค่อยๆช้าลงอีก เป็นอยู่อย่างนี้บ่อยๆ โดยเป็นไปตามสภาวะของญาณ อุปมาในเรื่อง ทิสากากะ

……………………………………………………………..

อันนี้ ก็ยังไม่ใช่ จะจบเพียงแค่นี้ ยังมีต่ออีก

……………………………………………………………
27-05-2019

สภาวะขณิกมรณะ กับ สภาวะทิสากากะ เป็นสภาวะเดียวกัน แตกต่างจากลักษณะอาการที่มีเกิดขึ้น

สภาวะทิสากากะ มีเกิดขึ้นในสภาวะปฏิบัติสบาย ที่มีเกิดขึ้นขณะจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ(สัมมาสมาธ) สมถะเกิดก่อน วิปัสสนาญาณเกิดที่หลัง ก่อนเข้าสู่ความดับ

สภาวะขณิกมรณะ มีเกิดขึ้นในสภาวะปฏิบัติลำบาก ที่มีเกิดขึ้นในขณะดำเนินชีวิต วิปัสสนาเกิดก่อน สมถะเกิดที่หลัง ก่อนเข้าสู่ความดับ

หากยังไม่เข้าสู่ความดับ สภาวะต่างๆจะดำเนินต่อไปตามเหตุปัจจัย(กรรมและผลของกรรม)

โฆษณา

พฤษภาคม 2019
พฤ อา
« เม.ย.   มิ.ย. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: