กามุปาทาน

๖ พค. ๖๑

กามุปาทาน ได้แก่ กามราคะ ปฏิฆะ

๑. อย่างหยาบ มีเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
กล่าวคือ กามอารมณ์ทั้ง ๕ ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง กายสัมผัส
มากระทบทวารทั้ง ๕ แล้วมีความยินดีพอใจเป็นอย่างมาก 
จนถึงสามารถจะล่วงอกุศลกรรมบถได้

เช่น ความพอใจในรูปารมณ์ที่มากระทบ
สามารถให้กระทำกรรมอันเป็นกาเมสุมิจฉาจารได้ เป็นต้น
ปฏิฆะ ก็ทำนองเดียวกัน เพียงแต่เป็นเรื่องของ ความยินร้าย ความไม่พอใจ

.

โสดาปัตติมรรคประหาณสังโยชน์ได้ ๕ อย่าง คือ
สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส
อปายคมนียกามราคะ อปายคมนียปฏิฆะ

.

ถ้านำมากล่าวโดย กิเลส ๑๐ อย่าง ทิฏฐิและวิจิกิจฉา
โสดาปัตติมรรคประหาณได้โดยเด็ดขาด

ทิฏฐิกิเลส ได้แก่ สักกายทิฏฐิ คือความเข้าใจผิดในขันธ์ ๕
เข้าไปยึดมั่น ถือมั่น ว่าปัญจขันธ์นี้เป็นของตน
เป็นสัตว์ เป็นบุคคล,เรา,เขา

วิจิกิจฉากิเลส ได้แก่ ความลังเลสงสัย
หมายเอาเฉพาะ ความสงสัยในพระรัตนตรัย

พระพุทธเจ้ามีจริงมั๊ย

พระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้มีจริงมั๊ย
ปฏิบัติตามแล้วได้ผลจริงมั๊ย

พระสงฆ์สาวก ที่เป็นพระอริยะมีจริงมั๊ย
สามารถดับกิเลสได้จริงมั๊ย
ที่สามารถบรรลุมรรค ผล นิพพานได้ มีจริงมั๊ย

สำหรับผู้ที่ปฏิบัติจนประจักษ์แจ้งแก่ใจตน
ได้แก่ อนุโลมญาณ มรรคญาณ ผลญาณ
ที่มีเกิดขึ้นตามความเป็นจริง

จนกระทั่งแจ้งในนิพพานตามความเป็นจริง
วิจิกิจฉาย่อมถูกทำลายเป็นสมุจเฉทประหาณ
ไม่มีการกำเริบเกิดขึ้นอีกต่อไป

.

โสดาบันบุคคลนั้น ย่อมเห็น รูป,นาม ขันธ์ ๕ นี้
สักแต่ว่าสภาวธรรมเท่านั้นไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
ได้แก่ การรู้แจ้งแทงตลอดในอุปทานขันธ์ ๕
ที่มีเกิดขึ้นตามความเป็นจริง
ขณะเกิด อนุโลมญาณ มรรคญาณ ผลญาณ
และโดยความเห็นดังนี้จึงละสักกายทิฏฐิได้

เมื่อละสักกายทิฏฐิได้แล้ว
กรรมใดที่เป็นทุจริตอันจะนำไปสู่อบาย ก็ย่อมไม่กระทำกรรมนั้น

แต่ถึงแม้จะละสักกายทิฏฐิได้ ก็ยังไม่สามารถจะละมานสังโยชน์ได้
ฉะนั้น ถึงแม้จะเห็นรูป,นาม ขันธ์ ๕ ไม่ใช่ตัวตนแล้วก็จริง แต่ยังเห็นเป็นเราเป็นเขาอยู่ ความยินดีพอใจในอารมณ์ที่มากระทบจึงยังมีอยู่

โฆษณา

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: