๑๗ เมย.๕๕ (สติดี ดูหนังไม่สนุก)

๑๗ เมย.๕๕ (สติดี สมาธิดี ดูหนังไม่สนุก)

ทำตามสภาวะ

สติดี สมาธิดี ก็เป็นเหตุให้ดูหนังไม่ค่อยสนุก ฉากเตะ ต่อย ฟันกัน ต่อสู้กัน ภาพที่มองเห็น มองเห็นเป็นจังหวะ เห็นน้ำหนักที่กระทำ เห็นความหนักเบาในภาพ เหมือนจังหวะช้า ไม่ถึงขั้นภาพสโลว์ เป็นเหตุให้เกิดช่องว่างของจังหวะท่วงท่าของการกระทำ ทำให้เห็นสภาวะแอคชั่นชัดเจน

ดูตอนกลางคืน หน้าจอของโน๊ตบุ๊ค ภาพที่มองเห็นยังเป็นภาพหน้าจอขยายใหญ่ขึ้นแบบเดิม จาก 14 นิ้ว เป็น 21 นิ้ว ภาพที่มองเห็นเหมือนเวลาไปดูหนังในโรงหนัง มองเห็นคีย์บอร์ดเป็นเวที หน้าจอโน๊ตบุ๊คเป็นจอหนัง

When You Believe

เรื่องเก่า นำมาเล่าใหม่ เพราะมันยังรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

ชีวิตนับวันมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต
มันดูเหมือนเรื่องบังเอิญแต่ไม่บังเอิญ อะเมซิ่งจริงๆ

บางวัน เราจะง่วงนอนแต่หัวค่ำ บางวันก้ตาสว่างยันสว่าง
จะให้นอนยังไงก็ไม่หลับ คืนนี้ก็เช่นกัน จิตมันเอิบอิ่มมาหลายวันแล้ว

ช่วงนี้ ชีวิตเป็นอะไรที่ เรามองแล้วก็มอง
เออเนอะ มันไม่มีอะไเที่ยงจริงๆเลย ช่างพลิกผันได้ดีแท้ๆ

นี่แหละ ชีวิตที่เลือกได้เองจริงๆ
แต่ไม่เหมือนแบบที่เคยคาดหวังเอาไว้ มันแตกต่างโดยสิ้นเชิง
แบบชนิดที่เรียกว่า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามันจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้

Many nights we pray with no proof anyone could here
ทุกๆค่ำคืน เราสวดอ้วนวอน โดยไม่รู้เลยว่าจะมีใครได้ยิน

In our hearts a hopeful song. We barely understood.
ในใจของเรานั้นมีเสียงเพลงแห่งความหวังที่เราก็ไม่อาจเข้าใจ

Now we are not afraid. Although we know there’s much to fear
แต่ตอนนี้เราไม่มีความกลัวอีกต่อไปแม้จะรู้ว่าจะต้องเจอมันอีกมาก

We were moving mountains long before we know we could
เราได้กำจัดภูเขานั่นไป ก่อนที่เราจะรู้ตัวซะอีก

Chorus :

There can be miracles when you believe
เมื่อเธอศรัทธา จะบังเกิดปาฏิหาริย์

Though hope is frail. It’s hard to kill
แม้ความหวังจะเปราะบางนัก แต่ยากจะสูญสลาย

Who knows what miracles. You can achieve
ใครจะไปรู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อใด เธอจะพบเจอมัน

When you believe somehow you will.
เมื่อเธอศรัทธาจริงใจ เธอจะได้พบเจอ

You will when you believe
เธอจะได้พบปาฏิหาริย์ เมื่อเธอเชื่อมั่นศรัทธา

In this time of fear
ในช่วงเวลาแห่งความกลัว

When prayer so often proves in vain,
เมื่อคำอ้อนวอนั้นดูเหมือนจะไร้ประโยชน์

Hope seems like the summer birds too swiftly flown away
ความหวังเป็นเหมือนนกในฤดูร้อนซึ่งบินจากไปอย่างรวดเร็ว

And now I’mstanding here
ในตอนนี้ฉันยืนอยู่ตรงนี้

My heart so full.I can’t explain
หัวใจของฉันมันช่างเต็มตื้นอย่างอธิบายไม่ถูก

Seeking faith and speaking words
แสวงหาความเชื่อมั่น และเปล่งวาจา

I never thought I’d say
ที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้พูดออกไป

[Chorus]

They don’t always happen when you ask
มันไม่เกิดขึ้นตามที่เราร้องขอเสมอไป

And it’s easy to give in to your fear
แล้วมันก็ง่ายที่จะยอมแพ้ต่อความกลัว

But when you’re blinded by your pain
แต่เมื่อใดความเจ็บปวดทำให้เธอตาบอด

Can’t see your way safe through the rain
ไม่อาจเห็นหนทางท่ามกลางสายฝน

Thought of a still resilient voice

ขอจงคิดถึงเสียงที่หลุดพ้นซึ่งความเจ็บปวด

Says love is very near
พูดว่า ความรักนั้นอยู่ใกล้เธอแค่ไหน

Shaolin (2011) เส้าหลินสองใหญ่

เป็นภาพยนต์อีกหนึ่งเรื่องที่น่าดู ได้ทั้งแง่คิด แนวทางและหลักธรรม
เรานั่งดูจนใกล้จะจบ วิลัยที่อยู่ด้วยกันลงมาอาบน้ำ ได้คุยเรื่องหนังนี้กัน เขาถามว่านิกายนี้ถือศิลแบบไหน

เราบอกว่า ถือศิลแบบบ้านเรานี่แหละ

เขาพูดว่า ถือศิลอะไร ทำไมถึงมีทะเลาะกัน ตีกัน

เราบอกว่า เขาดูที่สภาวะคือรักษาใจ
พอดีเขาเดินเข้าห้องน้ำไป เราเลยไม่ได้อธิบายให้เขาฟังต่อ

หนังเรื่องนี้ต้องดูต่อเนื่อง ตอนช่วงที่หลิวเตอะหัวอยู่ในวัดเส้าหลิน แล้วได้ตัดสินใจขอบวช สิ่งที่ท่านเจ้าอาวาสท่านพูดกับหลิว กับลูกศิษย์และกับเฉินหลง คำพูดนั้นไม่มีแตกต่างกับสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ ให้รักษาใจ นี่แหละศิลข้อใหญ่ ซึ่งเขานำไปใช้ในหลักของเซน

หากแม้นเราสามารถรักษาใจเราได้ ทุกๆเรื่องราว ย่อมดำเนินไปตามสภาวะเอง
การที่ดูหนังหรือแม้กระทั่งการตีความอะไรก็ตาม คนทุกคนไม่มีความแตกต่าง ต่างตีความตามที่ตัวเองนั้นรู้ รู้ตามสภาวะของแต่ละคนเท่านั้นเอง

ถ้าเราสามารถเข้าใจในเรื่องราวของสภาวะ เราจะไม่มีข้อมาถกเถียงกันเลย เพราะมันไม่มีถูกหรือผิด

ไม่มีการวิพากย์วิจารณ์ใคร เพราะมันมีแต่เรื่องของเหตุที่กระทำและผลที่ได้รับ ตลอดจนความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสิ่ง เป็นเหตุให้เราสามารถอยู่ในทุกๆสถานะการณ์และสามารถรับมือกับทุกๆสภาวะที่เกิดขึ้นได้มากขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการกล่าวโทษนอกตัวแต่อย่างใด

อยู่คนเดียว

ผู้ที่เจริญสติ ไม่ว่าจะใช้ชีวิตคู่หรือใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ก็ล้วนแต่มีความสุข เพราะสามารถรู้อยู่ในกายและจิตได้เนืองๆ

ที่ใช้ชีวิตคู่ก็เพราะมีเหตุ

ที่อยู่คนเดียวก็เพราะมีเหตุ

สู้ต่อไป

เดินก้าวไปบนทาง ที่แสนลำบาก
ใจและกายเหนื่อยจน หมดแรงอ่อนล้า
จำต้องทนฝืนทุกข์ตรม ไม่หมดลมหายใจต้องสู้
สู้ต่อไป..สู้ต่อ..ฮ้าฮา

เดินต่อไปเถอะเดิน แม้ไม่เห็นทาง
อะไรกีดขวางบอกใจ ต้องข้ามให้ไหว
แม้อาจล้มลุกคลุกคลาน ไม่ว่านานแสนนานจะสู้
ก็รู้ทั้งรู้ไม่สู้ ไม่เหลืออะไร

แม้จะมองไม่เห็นทาง โลกสลัวไร้แสงสว่าง
ไร้คนช่วยนำทาง..ฮ้าฮา
แต่ใจบอกตัวไม่ต้องกลัว เกิดเป็นคนชีวิตต้องสู้
สู้จนยิบตา ดูให้ดี

จะมองแต่โลกในแง่ดี ชีวิตนี้แสนมีคุณค่า
ที่ผ่านมายิ่งทำให้เรา แกร่งแข็ง
สักวันชะตาต้องหมุนเวียน เปลี่ยนแปรผันทุกข์ตรมคลี่คลาย
และฝันที่เราฝันใฝ่ จะกลายเป็นจริง

เป็นคนชอบฟังเพลง ฟังแล้วได้ข้อคิดจากเพลงเสมอๆ
เพลงนี้ก็เช่นกัน ” เพลงสู้ต่อไป ” ขับร้องโดยคุณชาร์ค & เสก

เนื้อเพลงนำมาจากhttp://adrich501191.wordpress.com/2010/11/12/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5/
และอีกเพลง ชื่อเพลง ” สู้ต่อไป ” แต่ขับร้องโดยคุณจตุพร แต่งโดย คุณวิสา

หยุดร้องไห้เถิดที่รัก หากเหนื่อยนักจงพักใจ
รู้ว่าทนแค่ไหน หนักอย่างไรเข้าใจเธอ

อย่าไปยึดติดชีวิต อย่าไปคิดจริงจังเกินไป
ยั้งอารมณ์อ่อนไหว หักห้ามใจห่วงตัวเอง

* ลมยังพัดเย็น ฉ่ำ สายธารยังไหลเรื่อยริน
อันคนเราเดินดิน ยังไม่สิ้นอัปจนหนทาง

** ให้เราล้มเพื่อจะลุก ผ่านความทุกข์โดยระวัง
หวังยังคงต้องหวัง ตราบชีพยังสู้ต่อไป

ขออภัยที่ลงแต่เนื้อเพลง ไม่ได้ลงคลิป เนื่องจากอาจเป็นการสร้างเหตุให้กับคนอื่นๆโดยไม่ได้เจตนา ชอบเนื้อเพลงที่เขาแต่งขึ้นมา ความหมายใช่เลยทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอกและภายใน
คือในกายและจิตเรานี่แหละ การเจริญสติจะทำให้เราเห็นแบบนั้น

แรกๆการปฏิบัติ เราอาจจะยังเหมือนคนที่มองไม่เห็นอะไรเลย อันนี้แล้วแต่เหตุที่ทำมาของแต่ละคนนะ แต่ตัวเองเป็นแบบนั้น มองไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ แต่ยังคงทำ เพราะอย่างน้อยยังมีที่ยึดเหนี่ยวของจิตใจ

แถมให้อีกเพลงเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่อาจจะเกิดการท้อถอย

คนเรา มีหัวใจ
ใช่ว่ามีไว้เป็นเครื่องใน
กายล้ม เซลงไป
แต่หัวใจให้ตั้งเอาไว้
ไม่ยอมล้ม
ถ้าโดนไม่เต็มเต็ม
เต็มเต็ม เต็มเต็ม
ลุกขึ้นใหม่
ถ้าต้องล้มก็ต้องลุก
ไวไว ไวไว ไวไว
ใครจะยอม
จะยอมกันได้ไง
ใครจะยอม
จะยอมก็ยอมไป
ใครจะยอม
แต่เราไม่ยอมใคร
ถ้าไปยอม
ไปยอมมันเอาตาย
ใครจะยอม
จะยอมกันได้ไง
ใครจะยอม
จะยอมก็ยอมไป
ใครจะยอม
แต่เราไม่ยอมใคร
ถ้าไปยอม
ไปยอมมันเอาตาย
คนเราต้องมั่นคง
เดินให้ตรง
ตั้งฉากพื้นดิน
คนเราไม่ต้องบิน
แค่เดินดินได้ก็พอแล้ว
ไม่ยอมล้ม
ถ้าโดนไม่เต็มเต็ม
เต็มเต็ม เต็มเต็ม
ลุกขึ้นใหม่
ถ้าต้องล้มก็ต้องลุก
ไวไว ไวไว ไวไว
ใครจะยอม
จะยอมกันได้ไง
ใครจะยอม
จะยอมก็ยอมไป
ใครจะยอม
แต่เราไม่ยอมใคร
ถ้าไปยอม
ไปยอมมันเอาตาย
ใครจะยอม
จะยอมกันได้ไง
ใครจะยอม
จะยอมก็ยอมไป
ใครจะยอม
แต่เราไม่ยอมใคร
ถ้าไปยอม
ไปยอมมันเอาตาย
ใครจะยอม
จะยอมกันได้ไง
ใครจะยอม
จะยอมก็ยอมไป
ใครจะยอม
แต่เราไม่ยอมใคร
ถ้าไปยอม
ไปยอมมันเอาตาย
ใครจะยอม
จะยอมกันได้ไง
ใครจะยอม
จะยอมก็ยอมไป
ใครจะยอม
แต่เราไม่ยอมใคร
ถ้าไปยอม
ไปยอมมันเอาตาย

http://www.songded.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%8C%20%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A5/%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%81.html

ล้มแล้วล้มอีกก็ยังไม่สายเกินไป ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่
นั่นคือ ทุกคนยังมีโอกาส

อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป

 

ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของแต่ละคน ล้วนเกิดจากการกระทำของแต่ละคนน่ะค่ะ
ความไม่รู้นี่แหละ ตราบใดที่ยังมีความไม่รู้ ตราบนั้นภพชาติยืดยาวต่อไปเรื่อยๆค่ะ

เมื่อยังมีความไม่รู้ ย่อมก่อเหตุต่างๆลงไปด้วยความไม่รู้
เราจึงต้องเจริญสติ เพื่อจะได้อยู่กับปัจจุบันให้ทันค่ะ

อยู่กับปัจจุบันได้มากเท่าไหร่ ภพชาติสั้นลงไปเรื่อยๆค่ะ
เมื่อไม่มีเหตุ ผลย่อมไม่มี

เหตุเกิดจากอุปทาน ที่เราไปหลงให้ค่าต่อสิ่งที่มากระทบ
หรือสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะก่อให้เกิดความชอบหรือชังก็ตาม

แล้วเราเอาตัวเราเอง ลงไปตัดสินหรือลงไปร่วมกระทำกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
หรือ สิ่งที่มากระทบ นั่นคือ เราได้หลงสร้างเหตุลงไปด้วยความไม่รู้
ล้วนเป็นการก่อภพก่อชาติใหม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

ปวดฟัน/ดูหนังโรแมนซ์

http://www.youtube.com/watch?v=i4rC76z7rZI&feature=related

ดูฉบับเต็มๆจากเว็บ ดูจนจบแล้วรู้สึกว่าเป็นหนังที่น่ารัก แต่ชอบเพลงประกอบภาพยนตร์ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ

ดาวนับล้านที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
จะมีไหมนาที่ลอยอยู่เองเฉยๆ
ไม่ยอมโคจรหมุนไปไหนเลย
ไม่เคย ไม่เห็นเลยสักดวง

ดาวของฉันเธอว่าห่างไกลลิบๆ
แต่ดาวไหนๆมันก็อยู่ไกลกันทั้งนั้น
ดาวของเธอฉันว่าก็เหมือนกัน
กี่ปีแสงนั้นอย่านับเลย

* เมื่อดาวโคจรมาเจอะกัน
ฤดูก็เปลี่ยนผัน การหมุนก็ผันแปร
เมื่อเธอกับฉันมาเจอะกัน ชีวิตก็เปลี่ยนผัน
เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจ (ให้ใกล้กัน)

** (เกิดอาการ)เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง
เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ
และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน(ไปทั่วฟ้า)

ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย
ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างๆ
ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง
มีเส้นทางหมุนของตัวเอง

Step Up 3

เหตุของแต่ละคนสร้างมาแตกต่างกันไป แนวทางการปฏิบัติของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปตามเหตุของแต่ละคน เนื่องจากความไม่รู้ยังมีอยู่ จึงมีการแบ่งแยกแนวทางปฏิบัติว่าอันนี้ดี อันนี้ไม่ดี แต่โดยสภาวะตามความเป็นจริง ไม่มีอะไรดีหรือไม่ดี มีแต่การให้ค่าตามอุปทานที่ยังยึดมั่นถือมั่นในรู้ของแต่ละคนที่คิดว่าตัวเองนั้นเอง มันมีอยู่นั่นเอง นี่แหละเหตุ ตราบใดที่ยังมีเหตุ ผลก็ย่อมมีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ตามเหตุปัจจัยของแต่ละคน

ได้ดูหนังเรื่อง Step Up 3 เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่รู้สึกชื่นชอบเป็นพิเศษ ชื่นชอบในการแสดงของแต่ละคน ชื่นชอบในการได้แสดงออกของแต่ละคน ได้ติดตามดูมาตั้งแต่เวอร์ชั่นที่ 1 จนมาถึงเวอร์ชั่นนี้ ดูแล้วได้แง่คิดมากมาย เมื่อก่อนดูแล้วเห็นแต่ความสนุก ความเบิกบานของแต่ละตัวละคร ตอนนี้ดูแล้วเห็นเรื่องการปฏิบัติ

การเต้น หากไม่มีสติ สัมปชัญญะ ไม่มีสมาธิ การเต้นแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย โดยเฉพาะการอยู่ร่วมกัน การเต้นร่วมกับคนอื่นๆที่ประสานท่วงท่า ท่วงทำนองไปด้วยกัน ใจประสานใจ

นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุของการเจริญสติ ทำให้มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่า ผลของการเจริญสติของแต่ละคนนั้นได้ผลแค่ไหน ตัวเขาเท่านั้นที่จะรู้ได้ด้วยตัวเอง

ทุกๆคนจะสามารถรู้ผลของการเจริญสติได้ด้วยตัวเอง ว่าปฏิบัติแล้วได้ผลมากน้อยแค่ไหน อันดับแรก ต้องยอมรับตามความเป็นจริงในสิ่งที่ตัวเองนั้นเป็นอยู่และมีอยู่จริง คือ กิเลสในใจที่มีอยู่และที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้นๆ

ตัววัดผลหรือตัวสอบอารมณ์คือ สิ่งที่เกิดขึ้นหรือตัวมากระทบนั่นเอง สภาวะนี้แหละคือคำตอบที่ถูกต้องและเป็นตัววัดผลของจิตแต่ละคน เหตุของใคร ผลของคนนั้น เพียงแต่จะยอมรับได้ไหมเท่านั้นเอง

หากยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ สภาวะย่อมจบลงได้ไว เมื่อไม่มีการต่อยอด คือ ไม่มีการตอบโต้ใดๆ มีแต่การยอมรับ เหตุใหม่ย่อมไม่มีเกิดขึ้น เมื่อเหตุเก่าหมดลงไป เหตุใหม่ไม่สร้างขึ้นมาอีก ผลที่จะเกิดขึ้นใหม่ย่อมไม่มี เมื่อไม่มีผล เหตุที่จะเกิดขึ้นใหม่ย่อมไม่มี ภพชาติจึงสั้นลงไปเรื่อยๆเพราะเหตุดังนี้นี่เอง

เมื่อผู้ใดเข้าใจในเรื่องราวของสภาวะได้ ย่อมเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ เราจึงไม่มีมาว่ากัน มีแต่จะยอมรับซึ่งกันและกัน ใครจะเป็นอะไรยังไงนั่นคือเหตุของเขา
ผลที่ได้รับของเขานั้น จึงแสดงเหตุออกมาให้เห็นเป็นแบบนั้น เราจึงไม่ควรไปว่ากัน ว่ากันมากเท่าไหร่ ติติงผู้อื่นมากเท่าไหร่ ผลที่ได้รับยิ่งส่งให้กลายเป็นเหตุใหม่ให้เกิดมากขึ้นเรื่อยๆแก่คนๆนั้น

นี่แหละความไม่รู้ จึงก่อเหตุลงไปด้วยความไม่รู้ เมื่อรู้แล้ว จะไม่มีการมาว่ากันเลย มีแต่จะเป็นเพื่อนพึ่งพา เป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน เมื่อเข้าใจ เมื่อรู้ในตัวเองได้ ย่อมเข้าใจและรู้ในตัวผู้อื่นเช่นกัน เพราะเขา,เรานั้น ไม่มีความแตกต่างกันเลย แม้แต่สักนิดเดียว

เหตุที่ทำให้ทุกคนแตกต่างกันไป เพราะกิเลสในใจของแต่ละคนนั่นเองที่เป็นเหตุให้ทุกคนแตกต่างกันไป สภาวะของแทุกๆคนเหมือนกันหมด ไม่มีแตกต่างกันเลย มันมีแต่กิเลส

ไม่ว่าจะทำก่อนหรือทำที่หลังก็ตาม สภาวะของทุกๆคนเสมอกัน เพียงแต่ ใครจะมีสติ สัมปชัญญะ รู้อยู่กับปัจจุบันได้ทันเท่านั้นเอง เราจึงต้องมาฝึกเจริญสติเพราะเหตุนี้ เพื่อมีสติ สัมปชัญญะเป็นที่พึ่งพา เพื่อควบคุมจิตได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถไปบังคับจิตให้เป็นไปดั่งใจที่ต้องการได้

มีกำลังของสติ สัมปชัญญะมากแค่ไหน ย่อมมีขอบเขตการควบคุมได้แค่นั้นเอง แค่ตามกำลังที่มีอยู่ จึงจำเป็นต้องมีกำลังเสริมมาช่วย หรือตัวช่วยพิเศษ คือ สมาธิ หากกำลังของ สติ สัมปชัญญะอ่อนตัวลง กิเลสย่อมเกิดขึ้นในจิตได้อย่างง่ายดาย

แต่หากมีกำลังของสมาธิหล่อเลี้ยงอยู่ จะเปรียบเสมือนมีกำแพงแก้วอีกหนึ่งชั้น ที่คอยควบคุมจิตอีกชั้นหนึ่ง เป็นเหตุให้ กิเลสไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงในจิตได้ในระดับหนึ่ง สภาวะของแต่ละคนจึงแปรเปลี่ยนตลอดเวลา เพราะกิเลสไร้รูปแบบตายตัวแน่นอน มีตั้งแต่หยาบๆ จนกระทั่งละเอียดสุดๆ ยากที่จะคาดเดาได้

ไม่มีตัวตน

http://www.youtube.com/watch?v=4Gd7hopDHwQ

หนังเรื่อง ปลายเทียน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เคยดู แล้วยังชอบดูอยู่ ชอบดูหนังเกี่ยวกับกาลเวลา

BECAUSE OF YOU-Kelly Clarkson

ผลกระทบจากสภาวะเก่ายังคงมีอยู่ เมื่อมีการกระทบอีกครั้ง ความรู้สึกสะเทือนใจยังคงมีอยู่ ทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุนะ ตราบใดที่ยังไม่ยอมรับตามความเป็นจริงในสิ่งที่ตัวเองนั้นมีอยู่และเป็นอยู่จริง ยังหลงเล่นกับกิเลส ตราบนั้น สภาวะยากที่จะเห็นตามความเป็นจริงได้ เราเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะนั่นคือเหตุของเขา ที่เขาสร้างมันขึ้นมาเอง ทั้งๆที่รู้ ไม่ใช่ไม่รู้ แต่ยังไม่ยอมรับตามความเป็นจริง ผลเลยเป็นแบบนี้แหละ ทุกคนต้องช่วยตัวเอง ทำแทนกันไม่ได้ ถ้าทำได้ เราทำแทนไปนานแล้ว นี่ทำไม่ได้จริงๆ เหตุใครสร้าง คนนั้นต้องรับผลไปตามเจตนาที่ตั้งใจทำลงไป

ทุกๆสภาวะที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีผลกระทบให้จิตกระเพื่อมหรือไม่กระเพื่อมก็ตาม ล้วนคือ บททดสอบหรือข้อสอบที่เราต้องดู ต้องรู้ ต้องยอมรับทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ไปคิดแก้ไขใดๆ ขอแค่ให้รู้ลงไปแล้วอยู่กับสภาวะนั้นๆ ดูลงไปบ่อยๆ รู้ลงไปบ่อยๆ

บางครั้งสภาวะหลายๆสภาวะอาจจะเลือนหายไป จนอาจทำให้เข้าใจผิดไปได้ว่า คงไม่มีหลงเหลืออีกแล้ว ที่ไหนได้ บทที่จะถูกให้ทำข้อสอบ สภาวะนั้นๆจะโผล่มาแบบไม่ให้เราตั้งตัว นั่นแหละของจริง สภาวะที่เกิดขึ้นในขณนั้นๆ ความรู้สึกขณะนั้น นั่นคือ สิ่งที่เรายังคงมีและยังคงเป็นอยู่ ส่วนจะเกาะเกี่ยวไว้มากน้อยแค่ไหน ก็แล้วแต่เหตุที่ทำไว้และเหตุที่สร้างขึ้นมาในปัจจุบันอีก

i will not make the same mistakes that you did
ฉันจะไม่มีทางทำผิดพลาดซ้ำๆอย่างที่เธอได้ทำ

i will not let myself cause my heart so much misery
ฉันจะไม่ปล่อยตัวฉันเองให้หัวใจของฉันต้องทุกทรมาณ

i will not break the way you did you feel so hard
ฉันจะไม่ทำลายแผนที่เธอสร้างขึ้นด้วยความเอาจริงเอาจัง

i’ve learned the hard way, to never let it get that far
ฉันได้เรียนรู้แผนของเธออย่างหนัก เพื่อจะไม่ปล่อยมันให้เป็นอย่างนี้อีกต่อไป

*because of you, i never stray too far from the sidewalk
เนื่องจากเธอ ฉันจะไม่หลองจากทางเดินอีก

because of you i learned to play on the safe side so i don’t get hurt
เนื่องจากเธอ ฉันได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยไม่เจ็บปวด

because of you i find it hard to trust not only me, but everyone around me
เนื่องจากเธอ ฉันได้พบว่ามันยากที่จะไว้ใจได้ ไม่ใช่ฉันเท่านั้น แต่เป็นทุกๆคนรอบๆตัวฉัน

because of you i am afraid
เป็นเพราะว่าเธอ ฉันกลัว

i lose my way and it’s not to long before you point it out
ฉันสูญเสียทางของฉัน มันก็ไม่นานนักก่อนที่จะถึงจุดที่เธอจากไป

i cannot cry because i know that’s weakness in your eyes
ฉันไม่สามารถร้องไห้ได้ เพราะว่าฉันรู้ ฉันเห็น ดวงตาของเธอที่เต็มไปด้วยความอ่อนแอ

i’m forced to make a smile, a laugh, every day of my life
ฉันได้สู้กับการหลอกลวง จากรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ทุกๆวันในชีวิตของฉัน

my heart can’t possible break when it wasn’t even whole to start with
หัวใจของฉันไม่สามารถหยุดเต้นไปได้ในเมื่อมันยังไม่ใช่ทั้งหมดทั้งหมดที่ทำให้ตกใจ

*because of you, i never stray too far from the sidewalk
เนื่องจากเธอ ฉันจะไม่หลองจากทางเดินอีก

because of you i learned to play on the safe side so i don’t get hurt
เนื่องจากเธอ ฉันได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยไม่เจ็บปวด

because of you i find it hard to trust not only me, but everyone around me
เนื่องจากเธอ ฉันได้พบว่ามันยากที่จะไว้ใจได้ ไม่ใช่ฉันเท่านั้น แต่เป็นทุกๆคนรอบๆตัวฉัน

because of you i am afraid
เป็นเพราะว่าเธอ ฉันกลัว

**i watched you die,heard you cry every night n your sleep
ฉันได้เห็นเธอตาย ได้ยินเธอร้องไห้ ทุกๆคืนที่เธอนอนหลับ

i was so young you should have known better than to lean on me
ฉันยังเป็นวัยรุ่น เธอจะได้รู้ว่าไม่มีใครดีกว่าที่จะขอความช่วยเหลือจากฉันอีกแล้ว
you never thought of anyone else you just saw your pain
เธอไม่เคยจะคิดเกี่ยวกับใครต่อใครนอกจากนี้ ที่จะมองว่าสมควรแล้วที่เธอจะต้องเจ็บ
and now i cry in the middle of the night, for the same damn thing
และตอนนี้ฉันได้ร้องไห้แค่พอประมาณในคืนนี้ เพื่อสิ่งที่มันบัดซบเดิมๆ
because of you i never stray too far ftom the sidewalk
เนื่องจากเธอ ฉันจะไม่หลงจากทางเดินอีก
because of you, i learned to play on the safe side so i don’t get hurt
เนื่องจากเธอ ฉันได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างไรให้ปลอดภัยไม่เจ็บปวด
because of you i tried my hardest just to forget everything
เป็นเพราะเธอ ฉันได้พยายามด้วยความทรมาณที่จะลืมทุกๆสิ่ง
because of you i don’t know how to let anyone else in
เป็นเพราะว่าเธอฉันไม่รู้ว่าทำอย่างไรที่จะมองหน้าคนอื่นๆในเวลานี้อย่างไร
because of you i’m ashamed of my life because it’s empty
มันเป็นเพราะว่าเธอฉันถึงได้อับอายเนื่องจากชีวิตของฉันมันไม่เหลืออะไรเลย
Because of you , i’m afraid
มันเป็นเพราะเธอ ฉันหวาดกลัวเหลือเกิน

http://solno07.exteen.com/20101203/because-of-you-kelly-clarkson

ตราบใดที่ยังมีความไม่รู้ คนเรามักชอบกล่าวโทษนอกตัวเนืองๆ มากกว่าจะย้อนกลับมาทบทวนดูตัวเอง หาได้ยากยิ่งนัก หากทุกคนสามารถรู้ตามความเป็นจริงได้ ทุกๆคนคงจะมีใบหน้าที่แจ่มใส ความทุกข์คงเข้ามาเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ จะมีแต่ความเมตตาและให้อภัยซึ่งกันและกัน ชีวิตมีแค่นี้เอง มันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านี้เลย ทำไมไม่รู้จักใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้อย่างคุ้มค่า ใช้ทุกๆลมหายใจที่มีอยู่ให้คุ้มค่า ทุกเวลา ทุกวินาทีที่ผ่านไป เรากำลังทำอะไรกันอยู่ เคยนั่งทบทวนดูจิตตัวเองบ้างไหม วันนี้ได้ทำอะไรที่เกิดประโยชน์ให้กับตัวเองและผู้อื่นบ้าง

มีหน้าที่ที่ต้องทำคือ เจริญสติ ทำแค่นี้แหละ อย่าทอดทิ้ง ทำให้ต่อเนื่องเหมือนชาร์ทแบตตลอดเวลา สภาวะใดๆที่เกิดขึ้น ขอให้ยอมรับตามความเป็นจริง แค่ดู แค่รู้ลงไป แล้วอยู่กับสภาวะนั้นๆ ไม่ว่าสภาวะนั้นจะก่อให้เกิดความรู้สึกใดๆเกิดขึ้นก็ตาม ยอมรับไปตามนั้น แล้วตัวสภาวะจะจบลงด้วยตัวของสภาวะนั้นๆเอง

วันนี้ ถือว่าสิ่งที่เราทำมาออกดอกออกผลมาต่อเนื่อง เช้านี้ มีครอบครัวหนึ่งได้โทรฯมาขออโหสิกรรมต่อเรา ในสิ่งที่เขาเคยให้ค่าแบบผิดๆในตัวเรา เราให้การอโหสิกรรมแก่เขา ทั้งๆที่ในใจเรานั้น ไม่ได้มีอะไรที่ค้างคาในใจกับเขามานานแล้ว เราและเขามีเหตุร่วมกัน ผลจึงเป็นเช่นนั้น เรายอมรับและเงียบ ไม่เคยโต้แย้งหรือไปคิดอธิบายสิ่งใดๆให้เขาฟัง

ส่วนอีกครอบครัว ถึงแม้เขาจะไม่ได้ขออโหสิกรรมต่อเราโดยตรง แต่ท่าทีของเขาอ่อนลงให้กับเรา เริ่มกลับมาทักทายพูดคุยกับเรา เราคุยกับเขานะ ปกติดี ไม่มีความรู้สึกอะไรกับเขา เรื่องทุกเรื่องล้วนมีเหตุมาก่อน ผลจึงเป็นเช่นนั้น

นี่แหละ ไม่ว่าจะเสียงชื่นชมหรือเสียงตำหนิติติงหรือเสียงให้ร้ายทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ว่าใครจะทำอะไรยังไงกับเราก็ตาม ยอมรับหมด ไม่เคยนำมาเก็บให้เกิดความทุกข์ใจ แค่ดู แค่รู้ เจริญสติต่อไป เหตุมี ผลย่อมมี เราแค่ยอมรับ เมื่อก่อนทำไม่ได้หรอกนะถ้าเจอแบบนี้ ยอมไม่ได้เลย ก็เราไม่ได้ทำนี่ จะเอาเราไปว่าแบบนั้นได้ยังไง เรื่องมันถึงไม่จบ ภพชาติถึงได้ยืดยาวเพราะเหตุนี้แหละ เราทำเขา เขาทำเรา ความเจ็บช้ำน้ำใจก่อให้กลายเป็นความพยาบาทกันไปโดยไม่รู้ตัว

ย้อนรอยเพลงสักนิด อ๊อด คีรีบูน


ตายใจ เวอร์ชั่นนักร้องสวย เสียงใส


เหมือนไม่เคย เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ถูกนำมาฝึกในการเล่นกีต้า ไปไม่รอดเพราะนิ้วแตก


ฝากลมบอกดาว


รัก คิดถึง และห่วงใย


ปลูกรัก


สะพานรัก


โอ้รัก


ลมรัก


เพียงในใจ


ไร้คู่


รักนี้เหมือนฝัน


เจ็บแล้วจำ


ตลอดกาล


อดีตรักยามเย็น


โอ้นกน้อย


หากรัก


รอวันฉันรักเธอ

ยังมีอีกมากมายเพลงของคีรีบูน เสียงนักร้อง เสียงดนตรีสมชื่อวงคีรีบูนจริงๆ

สภาวะนี้เริ่มกลับมาเยือนอีกครั้ง เล่นเอาเราไม่หลับไม่นอน เราแค่รู้ไป ดูไป
นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้นะ ครั้งสุดท้ายที่เกิดสภาวะนี้ เราไม่ค่อยจำอะไร แค่รู้ เฝ้าดูมันไป

สภาวะในตอนนี้ โดนกิเลสทั้งหลายมะรุมมะตุ้มอยู่
ได้แต่มองนะ สติทันบ้าง ไม่ทันบ้าง แต่ไม่ได้ก่อเหตุอะไรออกไป

ก็มีบางครั้งนะที่อยากจะพูดว่า เซงโว๊ยยยยยยยย

Previous Older Entries

มีนาคม 2017
พฤ อา
« ก.พ.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: