ความรู้สึกตัว

ก่อนหน้านั้น ก่อนจะหลับ จะรู้ชัดว่า จิตกำลังเป็นสมาธิอยู่
แล้วก็รู้สึกวูบ ดับลงไป(หลับ)

มีการเปลี่ยนแปลงที่ละนิด

เริ่มรู้ชัดว่า จิตกำลังเป็นสมาธิ สุขที่เกิดจากสมาธิกำลังเกิด
สักพัก ค่อยๆดับลงไป(หลับ)

แต่ไม่ได้มีเกิดขึ้นบ่อยๆ
มีเกิดขึ้นบ้าง มีวูบดับลงไปบ้าง

ความรู้สึกตัว

ระยะหลังๆ ความรู้สึกตัว มีเกิดมากขึ้น
ทำให้รู้ชัดในอาการจิตเป็นสมาธิ และสุขที่เกิดจากสมาธิ
ที่กำลังมีเกิดขึ้น ก่อนที่จะค่อยๆดับลงไป

ระหว่างคืน หากรู้สึกตัวกลางดึก
จะรู้ว่า จิตกำลังเป็นสมาธิอยู่

เดี่ยวนี้มีเกิดขึ้นบ่อยๆ
ก่อนจะหลับ จะรู้ว่า จิตกำลังเป็นสมาธิอยู่
ความปีติ อิ่มเอิบใจ ความสุขใจ ที่เกิดจากสมาธิ มีเกิดขึ้นอยู่
รู้ไปตามอาการที่มีเกิดขึ้นไปสักพัก ก่อนที่จะขาดความรู้สึกตัว

ตอนเช้า ก่อนลุกจากการนอน(นอนราบกับพื้น)
สิ่งแรกที่รู้สึกตัว ตอนนั้นคือ จิตเป็นสมาธิอยู่ ความสุข อิ่มเอิบใจ
ที่เกิดจากสมาธิ กำลังมีเกิดขึ้นอยู่ รอจนสมาธิคลายตัว จึงลุกขึ้น

นี่เองที่เรียกว่า
นอนก็เป็นสุข(สุขจากสมาธิ)
ตื่นก็เป็นสุข(สุขจากสมาธิ)

ที่รู้สึกได้ เกิดจากความรู้สึกตัว
ไม่ได้เกิดจาก การจดจ้องดู เพื่อจะรู้

Advertisements

หัวใจวาย(ความตาย)-วุฏฐาคามินีวิปัสสนา

นาม-รูป รูป-นาม กายและจิตแยกจากกัน คนละส่วน

เมื่อวาน คุยกับเจ้านายเรื่องผัสสะ
พร้อมกับบอกว่า อยู่ที่บ้านเขา เห็นผัสสะ ที่มีเกิดขึ้น ชัดดีแท้ๆ
ยิ่งรู้ชัด ยิ่งเบื่อหน่ายภพชาติของการเกิดที่ยังมีอยู่

วันนี้ ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ รู้ชัดในสภาวะ “หัวใจวาย”
ได้ชิมลาง “ความตาย” อีกครั้งหนึ่ง

รู้สึกถึง อาการเต้นของหัวใจ การบีบตัวของหัวใจ
ปลายเท้าที่สั่นระริก ลักษณะเหมือนปลาที่ถูกทุบหัว

กายและจิต แยกจากกัน ไม่ปะปนกัน
กายส่วนกาย จิตส่วนจิต
สิ่งที่เกิดขึ้นกับกาย ใจที่รู้

รู้ชัดทีละขณะของสภาพธรรมที่มีเกิดขึ้น
ใจที่นิ่งสงบ รู้แบบสงบ แค่ดู แค่รู้

เมื่อสมาธิคลายตัว
สิ่งแรกที่รู้สึกได้ชัด “อาการเจ็บตรงหัวใจ”

ยังไม่ลุกขึ้นทันที
กำหนดรู้ไปตามความรู้สึกที่มีเกิดขึ้น

ความรู้ในครั้งนี้ กล่าวคือ
หากมีสติ สัมปชัญญะ มีสมาธิ
มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ขณะจิตเป็นสมาธิ

กายและจิตแยกจากกัน ทำงานคนละส่วน

เรื่องหัวใจวาย ไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับกาย สักแต่ว่ามีเกิดขึ้น
ใจส่วนใจ รู้ว่ามีสิ่งเกิดขึ้นเท่านั้นเอง

ความรู้สึกตัว

สภาวะเปลี่ยนไป ในเรื่อง สภาวะความรู้สึกตัว

การที่มีความรู้สึกตัว เกิดขึ้นเองเนืองๆ ในคราวนี้ เป็นความรู้สึกตัว ที่เกิดขึ้นเอง จากการเต้นของชีพจร ตามจุดต่างๆของร่างกาย

จากการเต้นปกติ กลับกลายเป็น แรงสั่นสะเทือน เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ส่งผลให้ ไม่ว่าจะอยู่อริยาบทไหน หรือ ทำอะไรอยู่ก็ตาม จะเกิดความรู้สึกตัว เกิดขึ้นร่วมเป็นระยะๆ

ผลของสภาวะความรู้สึกตัวที่เกิดขึ้นเนืองๆ ทำให้ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ต้องหยุดชะงัก เพราะแรงสั่นสะเทือนของร่างกาย

การเต้นของหัวใจ แรง เร็วบ้าง ช้าบ้าง รู้สึกถึงความหนักหน่วง ตามจังหวะของหัวใจ ขณะที่กำลังเต้นอยู่ รู้ชัดจังหวะของการเต้น โดยไม่ต้องใช้มือจับดู

ขณะที่หยุด รู้อยู่กับความรู้สึกตัวที่เกิดขึ้น เป็นระยะๆ มีผลในการดำเนินชีวิต

เช่น เวลาจะเลือกซื้อของ ทำให้เกิดการพิจรณาตลอดถึง ความจำเป็น รีบใช้ไหม รอได้ไหม จำเป็นมากไหม

เรียกว่า มีตัวหยุด ในการซื้อ

นี่คือ ผลของการทำความเพียรต่อเนื่อง

สภาวะก้าวหน้ามากขึ้น เกิดจากการทำกรรมฐาน ผสมผสานกับ การหยุดสร้างเหตุนอกตัว

สิ่งที่มีเกิดขึ้นในชีวิต ที่มีผลกระทบทางใจ ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิด

พยายามไม่คล้อยตามกิเลสที่เกิดขึ้น ขณะผัสสะเกิด

แค่รู้ว่ามี หยุดการสร้างเหตุนอกตัว ระงับได้ทันมากขึ้นเรื่อยๆ

การดำเนินชีวิต จึงสงบจากเหตุภายนอก เพราะไม่สานต่อ

เป็นเหตุปัจจัยให้ รู้ชัดอยู่ ภายในกายและจิตมากขึ้น

การทำกรรมฐาน จิตที่เป็นสมาธิ กำลังสมาธิที่เกิดขึ้น ยังไม่มากพอ

แค่งุงิ เกิดๆดับๆ ไม่แนบแน่นเหมือนเมื่อก่อน แค่รู้ แค่ทำต่อเนื่อง

เมื่อไม่ให้ค่าต่อสภาวะที่เกิดขึ้น(คำเรียกต่างๆ)

ทำให้ไม่ตกหลุมพรางกิเลส(อุปกิเลส) สภาวะจึงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ไม่ติดไม่ขัด

ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม

ไม่แตกต่างจากสภาวะอื่นๆ คือ เริ่มจากหยาบ จนกระทั่งละเอียด

เริ่มจากหยาบ ได้แก่ การรู้ชัดในสภาวะ สัมมาสมาธิ
คือ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่

เริ่มรู้ชัดรายละเอียดของสภาวะมากขึ้น คือ จิตเป็นสมาธิเนืองๆ
รู้ชัดตามจุดชีพจรต่างๆในร่างกาย

รู้ชัดรายละเอียดมากขึ้นอีก คือ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ยืน เดิน นั่ง นอน
จะมีสองสิ่งนี้เกิดขึ้นร่วมกัน คือ

สมาธิเกิดขึ้นเนืองๆ รู้ชัดภายในกายและจิตอัตโนมัติ
จิตจะรู้เองในการเต้นของหัวใจ และตามจุดชีพจรต่างๆของร่างกาย

นั่งอยู่หน้าจอแบบนี้ก็ยังรู้
ทั้งหัวใจเต้น ชีพจรที่เต้นตามจุดต่างๆของร่างกาย รู้หมด

เหตุนี้ ไม่ว่าจะทำอะไร สติจึงเกิดทันเนืองๆ คือ
มีสติรู้อยู่กับปัจจุบัน(สิ่งที่กำลังจะทำ รู้ทันมากขึ้น)

เวลานอน จะพลิกตัว จะขยับตัว หรือเปลี่ยนอิริยาบท
จะมีความรู้สึกตัวเกิดขึ้นตลอด

พอรู้สึกตัว จะรู้ชัดถึง สมาธิที่กำลังเกิดขึ้นอยู่

เหตุนี้ นอนก็เป็นสุข(สมาธิ)

จะลุกขึ้นในตอนเช้า ก็เป็นสุข(สมาธิ)

ความเบื่อหน่าย จึงเกิดขึ้นเองตามเหตุปัจจัย

ชีวิตนี้ มีแค่นี้เองหนอ เกิด-ดับๆๆๆๆ

ยิ่งหยุด(ภายนอก) ยิ่งรู้ชัด(ภายใน)

ผลคือ รู้ชัดทั้งนอกและใน ได้แก่
เหตุของการเกิดและการดับเหตุของการเกิด

สภาวะเปลี่ยนไป(สภาวะความรู้สึกตัว)

๙ ตค.๕๖

เมื่อก่อน หลังการปฏิบัติทุกครั้ง เวลากำหนดจิตแผ่เมตตา กรวดน้ำ

จิตจะเป็นสมาธิต่อเนื่องบ้าง ไม่ต่อเนื่องบ้าง

เดี๋ยวนี้ การกำหนดแผ่เมตตา กรวดน้ำ เวลาไหนก็ได้
พอตั้งจิตกำหนดปั๊บ สมาธิเกิดขึ้นทันที เกิดอย่างต่อเนื่อง

สภาวะทุกวันนี้ สมาธิมักเกิดขึ้นเนืองๆ
ทั้งกลางวัน และกลางคืน มีความรู้สึกตัวเกิดขึ้นเนืองๆ มากกว่าเมื่อก่อน

ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ไม่ต้อง ปฏิบัติตามรูปแบบ
จะนั่ง จะนอน จะยืน จะเดิน สมาธิเกิดขึ้นเนืองๆ
สุขเกิดบ้าง สงบเกิดบ้าง มีโอภาสเกิดเป็นระยะๆ

เป็นเหตุให้ เวลาที่ผัสสะเกิด
จะรู้ชัดในสภาวะที่เกิดขึ้น ชัดมากกว่าเมื่อก่อน

เป็นเหตุให้ รู้สึกตัวต่อเหตุที่เกิดทันมากขึ้น
ดับเหตุที่ตัวเอง ได้ทันมากขึ้น

สภาวะความรู้สึกตัว ตอนนี้ มองว่า คือ การรู้ชัดอยู่ภายในกาย
เช่น การเต้นของชีพจร ตามจุดต่างๆของร่่างกาย การเต้นของหัวใจ
ทำให้เกิดความรู้สึกตัวเกิดขึ้นเนืองๆ

ไม่ใช่จับได้แค่แป๊บๆ หรือเกิดขึ้นแค่แป๊บๆ หรือเอานิ้วไปจับ
หรือจ้องจะจับ เพราะอยากรู้ ไม่ใช่แบบนั้น

สภาวะรู้สึกตัวที่ได้กล่าวไปแล้วนี้
มีอาการเกิดขึ้นเนืองๆ เกิดทั้งกลางวันและกลางคืน
เกิดทุกอิริยาบท ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม

ตอนที่รู้ชัดในสภาวะนี้ แรกๆก็รำคาญ เนื่องจากยังไม่เคยชินกับสภาวะนี้
พอเริ่มชิน รู้ว่า เป้นความปกติของสภาวะ ความรู้สึกรำคาญจะหายไปเอง

ตอนนี้ ที่มีทำให้รู้สึกรำคาญอยู่ คือ การเต้นของชีพจรข้างหู
เสียงดังก้องอยู่ในหู ทำให้รู้สึกรำคาญ ต้องเอานิ้วกด ตรงชีพจรข้างหูไว้

ตุลาคม 2017
พฤ อา
« ก.ย.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: