สภาวะของนิวรณ์

ฟุ้งซ่าน อาการของมันคือ ความคิดที่เกิดขึ้นกระซ่านกระเซ็น มันจะคิดๆๆๆๆๆๆ คิดแบบไม่หยุดจนทำให้รู้สึกรำคาญมากๆ ทำให้เกิดความรำคาญสุดๆ เป็นเหตุให้ จิตรู้อยู่ในกายได้ยากมากๆ ความฟุ้งซ่านตัวนี้แหละ สภาวะนี้ที่เรียกว่า นิวรณ์

ถ้าแค่ขั้นฟุ้ง คือ มีความคิดแต่ไม่รำคาญ สภาวะแบบนั้น จิตมีโอกาสที่ยังรู้อยู่ในกายได้บ้าง แต่ถ้าถึงขั้นไม่ใช่แค่ความฟุ้งหรือแค่เกิดความคิดแต่ไม่ได้รำคาญอย่างใด สภาวะความคิดแบบนี้ ไม่จัดเป็นนิวรณ์

นี่นะ ผลของการเจริญสติ นอกจากได้ทั้ง สติ สัมปชัญญะและสมาธิได้ ยังทำให้เกิดปัญญาแยกแยะรายละเอียดสภาวะของความคิดที่เกิดขึ้นได้ว่า ตัวไหนเป็นสภาวะนิวรณ์ ตัวไหนเป็นตัวปัญญา

การที่มีความคิดแล้วสามารถรู้อยู่ในกายได้ นี่เป็นสภาวะสัมมาสมาธิเกิด คือ มีตัวสติ สัมปชัญญะและสมาธิทำงานร่วมกัน ถ้าทั้งสามตัวนี้ไม่ได้ทำงานร่วมกัน สภาวะนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ส่วนจะรู้อยู่ในกายได้แค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับกำลังของสมาธิ บางครั้งอาจจะรู้สั้นๆหรือรู้ได้ยาวๆ ไม่แน่นอน เรียกว่า รู้ทั้งความคิดที่เกิดขึ้น และรู้การเคลื่อนไหวของกายไปด้วย คือรู้ทั้งรูป,นาม

เหตุที่สามารถแยกแยะสภาวะแบบนี้ได้ เกิดเนื่องจากช่วงที่เกิดสภาวะสูญเสียสมาธิ จนไม่มีกำลังของสมาธิเหลือแม้แต่สักนิดเดียว ช่วงนั้นเดินจงกรมเยอะมากๆ เดินครั้งละ ๔ ชั่วโมง จึงจะต่อด้วยการนั่ง

เนื่องจากไม่มีสมาธิเลยแม้แต่สักนิด เวลาเดินหรือนั่ง จิตจะเกิดอาการฟุ้งจนถึงขั้นฟุ้งซ่าน ทำให้จิตเป็นสมาธิได้ยากมากๆ แค่ตั้งมั่นสั้นๆหรือรู้แค่กายในระยะสั้นๆยังทำไม่ได้เลย

Advertisements

ธันวาคม 2017
พฤ อา
« พ.ย.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: