สนทนากับหลวงพ่อพุธ แก้ปัญาเรื่องการเป็นสมาธิตลอดเวลา

หลังจากที่ได้เจอหนังสือ ที่ปกหนังสือเหมือนในนิมิตแล้ว ก็ไปโคราชทันที เพื่อจะไปหาหลวงพ่อพุธ
ไปวัดป่าสาละวันครั้งแรกลำบากมากๆ ถามเขาตลอดทาง จำได้ว่าจ้างสามล้อพาไป
รู้สึกว่าจะเสียตังค์ไป50บาท ไปที่วัดก็ไม่เจอหลวงพ่ออีก เขาบอกว่าหลวงพ่ออยุ่วัดที่แปดริ้ว
เราก็คิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยมาใหม่ ขอเบอร์โทรจากทางวัดมา เราโทรไปหาหลวงพ่อ
คนที่รับสายเป็นผู้หญิง เขาก็ไม่ให้คุย อ้างว่าหลวงพ่อติดธุระอยู่ จำได้ว่า ไปโคราชถึง 4 ครั้ง
โทรฯอยู่หลายครั้ง ไม่เคยได้คุยเลย ไม่ไหวแล้วไปโคราช ค่ารถแพงมากๆ ไกลก็ไกล ค่ารถก็หลายต่อ
สุดท้ายจุดธูปอธิษฐานถึงหลวงพ่อ ว่าขอให้ได้คุยกับหลวงพ่อ ได้คุยจริงๆ
เราถามหลวงพ่อว่า ขณะที่เราไม่ได้ทำสมาธิ เช่นเวลาทนข้าว คุยกับเพื่อนหรือทำกิจกรรมอื่นๆอยู่
ทำไมเราถึงเป็นสมาธิตลอดเวลา  เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เพราะเวลาเป็นสมาธิขึ้นมา
มันจะรู้เลย มันจะสงบจากกิจกรรมที่ทำอยู่ทันที  หากกำลังมองอยุ่ มันก็เห็นเหมือนภาพสามมิติ
หลวงพ่อได้เมตตาอธิบายให้ฟังว่า มันไม่มีอะไรหรอก เกิดเนื่องจากจิตเราเร็วเกินไป
ท่านบอกว่า ให้เราเริ่มใหม่ เริ่มนับหนึ่งใหม่  เริ่มจาก 1 2 3 4 ท่านไม่บอกว่าคืออะไร ก็งงเด้
(คือจะต้องมี วิตก วิจารณ์ ปิติ สุข เอกัคคตา)
มันจะเห็นชัดเจนขณะที่เกิดแต่ละขั้น  แล้วจะทำให้ชำนาญในการเข้าออกสมาธิ
เรามาคิดๆย้อนหลังดู มิน่า หลวงพ่อสมชายถึงโยนหนังสือให้เราฝึกกสิณเอง
ทีแท้หลวงพ่อท่านรู้หนอ รู้ว่าพอเราจับปั๊บ เราจะทำได้เอง เพราะของเคยทำมาแล้ว
และที่เราไปรู้เรื่องอะไรต่อมิอะไรต่างๆ บางทีก็ได้ยินเสียงเขาคิดทั้งที่เขาไม่ได้พูด
มันเกิดจากฤทธิ์ของฌานนี่เอง อีกอย่างนึงที่เราสงสัยมาตลอดว่าทำไมถึงไม่สนใจเรื่องฌาน
เพราะรู้แล้วว่าไม่ใช่ทางที่พ้นทุกข์ เราจึงไม่สนใจ การปฏิบัตินี่ดีจริงๆ ทำให้อ่านตัวออก บอกตัวได้

พองหนอ ยุบหนอ

 
หลังจากที่ได้เหินห่างเรื่องการปฏิบัติไปนาน
ทำมั่ง ไม่ทำมั่ง เวลาผ่านไปหลายปี
 
มีอยู่วันหนึ่ง พี่ที่ทำงานชวนไปนั่งสมาธิ คราวนี้คนที่สอนเราเป็นฆราวาส แขนขวาท่านขาด
ชื่อพระอาจารย์ สุวรรณ (เปิดสมุดดูเพราะลืมชื่อท่าน) ท่านเป็นอาจารย์สอนกัมมัฏฐานที่นครพนม พระธาตุพนม
 
เราเป็นคนชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ก็ตกลงไปกับพี่เขา
จำได้นิดนึงว่า ท่านแขนขาดเพราะโดนฟ้าผ่า แต่จำไม่ได้ว่า ฟ้าผ่าท่านเพราะท่านกำลังทำอะไร
 
ท่านอ.จ.ให้กำหนดใช้พองหนอ ยุบหนอ แทนพุทโธ
 คือหายใจเข้ากำหนดพองหนอ หายใจออก กำหนดยุบหนอ
 แต่ไม่ได้ให้ดูอาการท้องที่พองยุบ ให้ตามลมหายใจอย่างเดียว
 
ที่นี่แปลกกว่าที่เราเคยเจอมา ………..
 เวลาสวดมนต์เสร็จ พอนั่งสมาธิปั๊บ ท่านให้หายใจถี่ๆแรงๆ
 ยังไม่ต้องกำหนดองค์ภาวนาใดๆทั้งสิ้น เราทำตามที่ท่านบอก เหมือนจะขาดใจ มันบอกไม่ถูก
 
บางคนก็ลุกขึ้นรำ บางคนก็ทุบทำร้ายตัวเอง
 บางคนก็อาเจียน ต้องเอากระโถนตั้งไว้ตรงหน้า
 
ท่านบอกว่า การทำเช่นนี้เพื่อปรับความสมดุลการหายใจ
 และเป็นการแก้กรรมด้วย อะไรๆที่อยู่ในตัวเราจะได้ออกมา
 (ที่ให้หายใจถี่ๆแรงๆ นานด้วยนะไม่ใช่แป๊บเดียว)
 
วันแรกๆเราทำก็ยังปกติดี เพียงแต่รู้สึกเหมือนเราจะขาดใจ
 เวลานั่งสมาธิ ท่านจะให้นั่ง 3 ช.ม.เต็มๆ ปวดก็ต้องทน ห้ามขยับ ท่านจะคอยพูดตลอด
 
วันที่3 มันแปลกมากๆ 2 วันแรกก็ปกติดี
 วันที่3นี่ ร้องไห้ใหญ่เลย ร้องไห้เหมือนจะขาดใจตาย
 เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องร้อง พยายามบังคับให้ตัวเองหยุดร้องก็บังคับไม่ได้
 รู้ตัวตลอดขณะที่ร้อง แต่เหมือนมันซ้อนๆกันยังไงก็ไม่รู้ มันน่าเกลียดมากๆเลยในความรู้สึกของตัวเราเอง
 
คิดดูก็แล้วกันร้องเหมือนรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย
 ทั้งสะอึกสะอื้น น้ำลายไหลย้อย น้ำลายเต็มพื้นเลย
 
สักพักก็หยุดเอง พอหยุดก็เข้าสมาธิเลย
 ทีนี่ไม่รู้อะไรละ ได้ยินแต่เสียงอาจารย์ท่านพูดอย่างเดียว
 อย่างอื่นไม่รู้ละ จะปวดจะเมื่อยนี่ไม่มีเลย ทั้งๆที่2วันแรกจะเป็นจะตาย ปวดจนน้ำตาไหล
 
เพราะท่านจะคอยพูดไม่ให้ขยับตัวอย่างเด็ดขาด
 นิมิตเยอะมาก (มาตอนนี้เพิ่งรู้ว่า ตอนนั้นติดนิมิต)
 
เหมือนอาจารย์ท่าจะรู้ว่าแต่ละคนเห็นอะไร ท่านพูดไปเรื่อยๆ
 หลังจากมีอาการร้องไห้หนักๆอยู่ 7 วัน
 
อาการนั้นก็หายไปเอง อาจารย์บอกว่า ….. 
 เจ้ากรรมนายเวรเขามาทวง เราเคยทำความทุกข์ใจให้กับเขาไว้มาก
 
ปฏิบัติมีนิมิตเยอะมาก ตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาเรียกว่า นิมิต
 เพราะอาจารย์ท่านไม่เคยบอกอะไร มีแต่ถามว่าเห็นอะไรกันบ้าง
 
หลังจากที่หยุดร้องไห้แล้ว ต่อจากนั้นมา เมื่อหายใจถี่ๆหนักๆ
 มันจะรวมตัวเป็นสมาธิเลย จะมีแสงสว่างมากๆเวลาเป็นสมาธิ
 
อาจารย์บอกว่าเราปฏิบัติได้ก้าวหน้ากว่าคนอื่นๆ
 ตอนนั้นก็ดีใจอ่ะนะ ก็เหมือนคนเรียนหนังสือแล้วครูมาชม
 
ปฏิบัติอยู่เกือบ 2 ปี ไปบ้านอ.จ.ทุกวัน ไปตั้งแต่ทุ่ม กลับบ้านเกือบ 5 ทุ่ม
 ตอนนั้นยังทำงานอยู่ เราต้องกลับมาเข้าเวรเที่ยงคืนทุกวัน
 
ก่อนถึงเวลาเข้าเวร เราจะนอนที่ห้องพักเวร
 แล้วเราก็จะมาปฏิบัติต่อที่ห้องพักเวร
 
มีวันหนึ่ง เรากำหนดอยู่ดีๆ ตอนนั้นเรางงมากๆ
 ไม่รู้ว่ามันคืออะไร อยู่ดีๆก็เหมือนร่างกายเราหายไป
ลมหายใจก็หายไป รู้แต่ท้องพองยุบอย่างเดียว
 
แบบท้องมันกระเพื่อมเบาๆ แล้วเหมือนเห็นมีตัวเราซ้อนอยู่อีกร่างนึง
 มีความรู้สึกเหมือนร่างนั้นมันจะหลุดออกมา
 
ตอนนั้นยอมรับเลยว่ากลัวมากๆ กลัวตาย
 มันบอกความรู้สึกไม่ถูก กลัวว่าถ้าร่างข้างใน
 หลุดออกไปแล้วเราจะต้องตาย นี่มันกลัวแบบนี้
 
เราฮึดสู้เลยตอนนั้น เท่าที่จำได้นะ เพราะเรื่องนี้มันนานมาแล้ว
 จำได้ว่าลุกขึ้นเลย เดี่ยวนั้นเลย ไม่ยอมนั่งอีกเลย
 
วันต่อมาเล่าให้อ.จ.ฟัง ท่านบอกว่า …..
 ทีหลังอย่ากลัว ปล่อยให้หลุดออกมาเลย ไม่ตายหรอก
 
ตั้งแต่นั้นมา หลังจากปฏิบัติที่บ้านอ.จ.แล้ว
 เวลากลับมาขึ้นเวร เราไม่ยอมทำอีกเลย
 ทำทีไรก็จะเป็นแบบเดิมทุกที เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร
 อ.จ.ก็ไม่อธิบายให้ฟัง ถามก็ตอบว่าไม่มีอะไร
 
จุดหักเหของชีวิต ………..
 
อยู่มาวันหนึ่ง เรานั่งแล้วมองเห็นภาพๆหนึ่ง
 เป็นภาพต้นมะพร้าว ใบมันร่วงลงในน้ำๆเน่าๆ
 ( ความรู้สึกเรามันบอกว่า น้ำนั้นมันเน่า )
 
เสร็จแล้ว มันงอกขึ้นมาเป็นต้นไม้ต้นเล็กๆ เหมือนต้นหญ้า
 มันงอกขึ้นมาเต็มไปหมด เราก็ถามท่านว่ามันคืออะไร
 
ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าไปพูดอะไรที่ไม่ถูกใจท่านเข้า
 ท่านบอกว่า ต่อไปคุณก็เป็นเหมือนเป็ดน่ะแหละ
 ต้องกลับไปกินอาจม ของมันเคยกิน  อีกแปดปีคุณจะได้กลับมาปฏิบัติใหม่
 
เราน่ะตอนนั้นอายมากๆเลย เล่นมาว่าเราแบบนั้น
 คนก็เยอะ ว่าเราได้แสบมากกก
 
เริ่มมีเค้าบอกเหตุว่าคำพูดท่านั้นเป็นจริง…….
 
เราไม่เคยเล่นหวย ความที่ว่านั่งสมาธิแล้วเห้นตัวเลข
 เลยไปลองซื้อ ถูกด้วยนะ บ้าหวยไปเลย
 
จำได้ละ ว่าทำไมอ.จ.ถึงโกรธ …….
 
ก็มาวันหนึ่งเราไปเดินห้าง เจอปกหนังสือเล่มหนึ่ง
 เหมือนในนิมิตที่เราเห็นเลย เป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำสมาธิของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย
 
เราก็เลยบอกอ.จ.ไปว่า ที่เราเห็นนี่คือหนังสือพวกนี้
 มีทั้งหมดสี่เล่ม เราอ่านแล้วมันดีมากๆเลย
 
ต่อมาสำนักอ.จ.จัดทัวร์บุญบ่อย เราไม่ค่อยได้ไป เพราะไม่ชอบ
 ก็เลยไม่ค่อยได้ไปบ้านอ.จ. ต่อมาไม่นานอ.จ.ก็ปิดสำนัก
 ช่วงนั้นปัญหาของอ.จ.กับผู้ปฏิบัติเกิดเยอะมาก
 
ต่อมาชีวิตได้เป็นดั่งที่อ.จ.กล่าวไว้จริงๆ
 
ชีวิตหักเหแบบสุดๆ เลิกปฏิบัติไปเลย
 มีแต่เพื่อน กินและเที่ยวๆๆๆๆ
 
ผ่านไปสิบกว่าปีได้ วันนั้นไปทำบุญวัดอโศการาม
 ได้เจออ.จ. ได้กราบและกล่าวขออโหสิกรรมต่อท่าน
 ทุกชีวิต ย่อมเป็นไปตามวิบากกรรมของแต่ละคน

พุทโธ

 
รู้จักพุทโธ  ตอนแม่พาไปวัดพุทโธภาวนา อยู่ที่สามพราน
 
จำได้ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งแม่ป่วยมีเลือดออก กินยาอะไรก็ไม่หยุด
 
ขุดมดลูกก็ไม่หาย แม่เลยไปรักษาที่ร.พ.จุฬาต่อ หมอผ่าตัดมดลูกทิ้ง
 
แม่เป็นเนื้องอกที่มดลูก ผลการส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ แม่เป็นมะเร็ง ระยะที่ 1
 
เราได้แนะนำให้แม่ไปหาวัดที่มีการปฏิบัติกรรมฐาน
 
แม่ไปหาป้าที่อ่อนนุช ป้าพาแม่ไปนครปฐม ไปวัดพุทโธภาวนา
 
ช่วงนั้นแม่หายหน้าไป ตัวเราเองก็ยุ่งกับงานจนไม่ได้สนใจสอบถาม
 
เจอแม่อีกครั้ง แม่มาหาที่ทำงาน ( คิดย้อนหลังทีไรรู้สึกละอายใจทุกที )
 
แม่หายจากมะเร็ง อาการที่เลือดไหลไม่หยุด ก็หายสนิท
 
ทั้งที่ตอนนั้นผ่าตัดแล้ว เลือดก็ยังไหลอยู่  แม่มาชวนไปปฏิบัติที่วัดพุทโธ
 
ไปกับแม่เพราะเกรงใจแม่ อีกอย่างอยากไปเที่ยวด้วย
 
ไม่ได้คิดว่าจะปฏิบัติอะไร แค่งานที่ทำก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว
 
คนที่มาวัดนี้เยอะมากๆ ห้องน้ำต้องแย่งกันเข้า ต้องตื่นตั้งแต่ตี1
 
ตี2 เพื่อรออาบน้ำแล้วค่อยไปนอนต่อ เพราะตี4 จะไม่มีห้องน้ำว่าง
 
มีพระมาเทศน์ให้ฟัง เราชอบฟังพระเทศน์อยู่แล้ว
 
ฟังมาตั้งแต่เด็ก เลยติดเสียงเทศน์ มันทำให้รู้สึกสงบ
 
พระท่านสอนเรื่องการกำหนดลมหายใจเข้าออก
 
โดยใช้ หายใจเข้า – พุท  หายใจออก – โธ
 
เรารู้สึกว่ามันง่ายมาก แม่บอกว่าเราหัวดี บางคนยังทำไม่ได้เลย
 
เพราะหายใจไม่ทันกับการกำหนด แต่เราไม่เป็น ทำได้สบายๆๆ
 
กลับมาบ้านก็ทำมั่งไม่ทำมั่ง ไม่ได้สนใจอะไร
 
มาชวนเพื่อนที่ทำงานไป ไม่มีใครไปสักคน
 
เขาบอกว่ามันไกลไปอยู่ตั้งนครปฐม
 
ครั้งแรกกสิณ นี่ก็มาพุทโธ ก็ยังไม่ได้สนใจ

สิงหาคม 2017
พฤ อา
« ก.ค.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: