ปัญญินทรีย์

[๘๖๙] ก็ปัญญินทรีย์เป็นไฉน?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีปัญญา
ประกอบด้วยปัญญาเครื่องกำหนดความเกิดความดับ อันประเสริฐ
ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ

หมายเหตุ;

“เป็นผู้มีปัญญา ประกอบด้วยปัญญา
เครื่องกำหนดความเกิดความดับ อันประเสริฐ
ชำแรกกิเลส ให้ถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ ”

ตรงนี้หมายถึง ไตรลักษณ์
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

อย่างหยาบ ได้แก่
อนิจจัง
ทุกขัง
อนัตตา

๑. มีเกิดขึ้นจาก การกำหนดรู้ใน
ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปทาน ภพ
ที่มีเกิดขึ้นขณะดำเนินชีวิต
เป็นการละอุปทานขันธ์ ๕ ที่มีอยู่
เป็นสภาวะของ ศิล ที่เป็นไปเพื่อสมาธิ

๒. มีเกิดขึ้นจาก การกำหนดรู้ใน
ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปทาน ภพ
ที่มีเกิดขึ้นขณะจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ
เป็นการละอุปทานขันธ์ ๕ ที่มีอยู่
เป็นสภาวะของ สมถะ ที่เป็นสัมมาสมาธิ

อย่างกลาง ได้แก่
อนิจจานุปัสสนา
ทุกขานุปัสสนา
อนัตตานุปัสสนา

กล่าวคือ มีเกิดขึ้นเนืองๆ
เหตุปัจจัยจาก การเพียรละ โดยการกำหนดรู้

๑. มีเกิดขึ้นจาก การกำหนดรู้ใน
ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปทาน ภพ
ที่มีเกิดขึ้นขณะดำเนินชีวิต
เป็นการละอุปทานขันธ์ ๕ ที่มีอยู่
เป็นสภาวะของ ศิล ที่เป็นไปเพื่อสมาธิ

๒. มีเกิดขึ้นเกิดจาก การกำหนดรู้ใน
ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปทาน ภพ
ที่มีเกิดขึ้นขณะจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ
เป็นการละอุปทานขันธ์ ๕ ที่มีอยู่
เป็นสภาวะของ สมถะ ที่เป็นสัมมาสมาธิ

อย่างละเอียด ได้แก่
อนิมิตวิโมกข์
อัปปณิหิตวิโมกข์
สุญญตวิโมกข์

มีเกิดขึ้นเฉพาะในสภาวะจิตดวงสุดท้าย
หากยังไม่ทำกาละ เป็นลักษณะอาการของอุปทานขันธ์ ๕
ที่มีเกิดขึ้นตามความเป็นจริง

หรือที่เรียกว่า มรรคญาณ

กล่าวคือ เมื่อมรรคญาณเกิด
ผลญาณย่อมมีเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

Advertisements

ปัญญาไตรลักษณ์ – ปัญญาวิมุตติ

ปัญญาไตรลักษณ์

เป็นปัญญาที่เกิดจากการเห็นสภาวะไตรลักษณ์ ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง เป็นเหตุให้รู้ ตามความเป็นจริงว่า ทุกสรรพสิ่งล้วน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามเหตุและปัจจัยของสิ่งที่เกิดขึ้น

เกิด-ดับๆๆๆๆๆ อยู่อย่างนั้น เป็นปกติ ถึงแม้จะมีเรา หรือไม่มีเรา เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ก็ตาม

เมื่อตาเห็นรูป … ตากระทบรูป ..เมื่อเกิดผัสสะ หรือการกระทบ การทำงานของอายตนะภายนอกกับภายในจะทำงานร่วมกัน

เช่น เมื่อตามองเห็นสิ่งต่างๆ ย่อมมองเห็นเพียงสภาวะภายนอกที่เกิดขึ้น

แต่สภาวะภายในที่ซ้อนอยู่ย่อมมองไม่เห็น บัญญัติซ้อนปรมัตถ์

เมื่อมีเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับสภาวะที่เกิดขึ้น ตามเหตุปัจจัยที่มีอยู่ เป็นเหตุให้ เห็นสภาวะไตรลักษณ์ แบบหยาบๆว่า

ความทนอยู่ไม่ได้ ความบีบคั้น เรียกว่า ทุกข์

ความแปรปรวน ไม่แน่นอน เรียกว่า อนิจจัง

ไม่สามารถบังคับให้เป็นตามที่ต้องการได้ เรียกว่า อนัตตา

เมื่อยังมีเราเข้าไปเกี่ยวข้อง จะเห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ที่ละเอียดมากขึ้นอีก

โดยการไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ที่เกิดจาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย ประกอบด้วยการทำความเพียรต่อเนื่อง

เมื่อถึงเวลา เหตุปัจจัยพร้อม สภาวะไตรลักษ์ จะเกิดขึ้นตามความเป็นจริง จะไม่มีคำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เป็นสภาวะไตรลักษณ์ สักแต่ว่า ไตรลักษณ์ เมื่อนั้น จิตจะเกิดการปล่อยวาง โดยไม่ต้องคิดปล่อยวาง

ปัญญาวิมุตติ

เกิดจาก การทำความเพียรต่อเนื่อง แล้วมีสัมมาสมาธิเกิดขึ้น ไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นภายในกายและจิต ใช้หลักโยนิโสมนสิการ

เมื่อถึงเวลาเหตุปัจจัยพร้อม จะเกิดสภาวะสุมจเฉทประหาน(เจโมวิมุตติ) ที่เกิดขึ้นเอง ตามเหตุปัจจัย

เป็นเหตุให้แจ้ง สภาวะนิพพาน ตามความเป็นจริง เป็นเหตุให้แจ้ง สภาวะปฏิจจสมุปปบบาท ตามความเป็นจริง 

เป็นการดับเหตุของการเกิด เวียนว่ายในวัฏฏสงสาร จึงมีชื่อเรียกว่า ปัญญาวิมุตติ 

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์]
๑. อานิสังสวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค

เมื่อใด ภิกษุเป็นผู้มีศรัทธา ๑

มีศีล ๑

เป็นพหูสูต ๑

เป็นธรรมกถึก ๑

เข้าไปสู่บริษัท ๑

แกล้วกล้าแสดงธรรมแก่บริษัท ๑

ทรงวินัย ๑

ระลึกชาติก่อนได้หลายชาติ คือ ๑ ชาติบ้าง ๒ ชาติบ้าง ฯลฯ ระลึกชาติก่อนได้หลายชาติพร้อมทั้งลักษณะทั่วไป

และชีวประวัติอย่างนี้ ๑

เห็นหมู่สัตว์ ฯลฯ ด้วยตาทิพย์อันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์
รู้ชัดถึงหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรม ๑

ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ
เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน ๑

เมื่อนั้น ภิกษุจึงชื่อว่า เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยองค์นั้น อย่างนี้
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แล
จึงชื่อว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเลื่อมใสได้รอบด้าน และเป็นผู้บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง

วิชชาสูตรที่ ๑๐ จบ
อานิสังสวรรคที่ ๑ จบ

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. กิมัตถิยสูตร ๒. เจตนากรณียสูตร
๓. ปฐมอุปนิสสูตร ๔. ทุติยอุปนิสสูตร
๕. ตติยอุปนิสสูตร ๖. สมาธิสูตร
๗. สารีปุตตสูตร ๘. ฌานสูตร
๙. สันตวิโมกขสูตร ๑๐. วิชชาสูตร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า :๑๖ }

ธันวาคม 2017
พฤ อา
« พ.ย.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: