จิต พลิกนิดเดียว ชีวิตเปลี่ยน

๓ มค.๕๗

เหตุของความไม่รู้(อวิชชา)

เมื่อคืน เจ้านายดูรายการเจาะใจ ทางยูทูป เป็นคลิปย้อนหลัง เกี่ยวกับการปฏิบัติ แขกรับเชิญ เป็นพระ(ผู้เป็นอาจารย์) กับ ฆราวาส(ลูกศิษย์)

เจ้านายถามว่า วลัยพร จำผู้ชายคนนี้ได้ไหม?

เราบอกว่า จำได้สิ คนที่เคยเล่าว่า เขาเคยเป็นคนเลว แล้วมากลับตัวได้ เกิดความศรัทธาในการปฏิบัติมาก ถึงขั้น เปิดสถานปฏิบัติธรรม(เป็นคนมีเงิน)

เราฟังการสนทนาระหว่าง พระกับฆราวาส ไปสักพัก ได้บอกกับเจ้านายว่า อย่าไปฟังเลย มีแต่การสร้างเหตุของการเกิดทั้งคู่ ตัวอาจารย์ก็ไม่รู้ ตัวศิษย์ ก็ไม่รู้ ในเรื่อง เหตุปัจจัยของแต่ละคน ไม่รู้ชัดในผัสสะที่เกิดขึ้น

ไปฟังหลวงพ่อเยื้อนเถอะ อย่างน้อยๆ หลวงพ่อเยื้อน ไม่ว่าใคร พูดแต่เรื่อง สภาวะที่เกิดขึ้น ขณะปฏิบัติ เหมือนเล่าสู่กันฟัง ฟังแบบนั้นเถอะ ไม่ก็ฟัง หลวงพ่อพุธ ก็ได้

สองคนนี้ ทั้งพระและฆราวาส มีแต่การกล่าวเปรียบเทียบของตนกับคนอื่นๆ คนอื่นไม่ดี ไม่ถูก มีแต่ตัวตน คือ ว่าคนอื่น แต่ทีตัวกู ของกู ที่ว่าเขา กลับมองไม่เห็น

ไปพูดสภาวะของคนอื่นๆ ทำนองว่า คนอื่นๆน่ะ พูดสวยงาม เช่น เห็นความเกิดดับ เห็นไตรลักษณ์ เห็นความไม่มีตัวตน

แต่ทีเวลาซักผ้า ล้างเท้า ซักผ้า ล้างเท้า ให้อาจารย์ของตนได้ ทีให้ ทำให้คนอื่น กลับทำไม่ได้ มีแต่ตัวกู ของกู เลยทำไม่ได้ นี่เขาว่าคนอื่นนะ ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์

แท้จริงแล้ว สิ่งที่เขานำมาพูด มันคนละเรื่องกันเลย การรู้ชัดในสภาวะที่เกิดขึ้น กับ สภาวะที่เกิดขึ้นจาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย คนละเรื่องกัน

สภาวะภายนอก

ส่วนผัสสะที่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิดต่างๆนานา ล้วนเกิดจาก เหตุปัจจัยที่มีอยู่ของตน และ เหตุปัจจัย ที่มีกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่เคยกระทำร่วมกันมา

นี่แหละ คือ เหตุของ ความไม่รู้ที่มีอยู่ จึงหลงสร้างเหตุออกไป(วจีกรรม กายกรรม) ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น

สภาวะภายใน 

การที่เห็นสภาวะการเกิดดับ การเห็นไตรลักษณ์ การเห็นสักแต่ว่าเห็น เป็นเรื่องของ สติ สมาธิ สัมปชัญญะ ที่เกิดขึ้น ขณะนั้นๆ

การทำความเพียร อยู่ในอิริยาบทใดก็ตาม หากเห็นความเกิดดับของสภาวะ หรือเห็นไตรลักษณ์ หรือเห็นสภาวะใดๆเกิดขึ้นก็ตาม

เมื่อเจอสภาวะเหล่านี้ เดิมๆซ้ำๆ จิตจะเกิดการปล่อยวาง สภาวะที่เกิดขึ้น ลงไปเอง สภาวะการปฏิบัติ ย่อมดำเนินอย่างต่อเนื่อง

หากแม้นว่า เจอสภาวะดังที่กล่าวมา นำไปเทียบเคียงกับตำรา แล้วทำให้เกิด ความยึดมั่นถือมั่นกับสภาวะที่เกิดขึ้น หลงคิดว่า ได้อะไร เป็นอะไร สภาวะอุปกิเลส ย่อมเกิดขึ้น เป็นเหตุให้ สภาวะแทนที่จะก้าวหน้า กลับจมแช่อยู่แค่นั้น จนกว่า จะรู้ว่า หลง

เรื่องหลวงพ่อเยื้อน ได้บอกกับเจ้านายว่า ให้ฟังสภาวะการปฏิบัติ ที่ท่านพบเจอมา อย่าสนใจเรื่อง ปริยัติ ที่ท่านำมาเปรียบเทียบกับสภาวะ

เพราะ ท่านพูดตามความเข้าใจของท่านเอง ท่านอ่านหนังสือไม่ออก ท่านจึงไม่สามารถนำไปเทียบเคียงกับพุทธวจนะ หรือ พระไตรปิฎกได้ ท่านคาดเอาเอาเอง อย่าได้ใส่ใจ เกี่ยวกับสภาวะปริยัติ ที่ท่านนำมาพูด

ฟังสภาวะที่ท่านเจอมาน่ะแหละ เพราะ สภาวะที่ท่านพูดมาทั้งหมด ทุกคนต้องเจอ เหมือนกันหมด คือ “ความตาย”

ตั้งแต่ สภาวะเริ่มเกิด กำลังเกิด เกิดแล้ว หลังจากเกิด จะรู้ชัดในสภาวะเหล่านั้นหมด

ผู้ที่ผ่านสภาวะความตายมาแล้ว เวลาพูดเรื่องสภาวะความตายนี้ จะเหมือนกันหมดทุกคำพูด ทุกสภาวะ ไม่มีความแตกต่างเลย แม้แต่สักนิดเดียว

สำหรับ การจำมาพูด จะดูการกระทำ จะรู้ทันทีว่า แค่จำมาพูด ยังไม่เคยผ่านสภาวะความตาย ไม่ว่าจะรู้ปริยัติ หรือ ไม่รู้ปริยัติก็ตาม เพราะ สภาวะความตายแล้วเกิดใหม่ทันที หลอกกันไม่ได้หรอก

 

พลิกนิดเดียว

ขอให้รู้ไว้นะ ไม่ว่าจะป่วย หรือไม่ป่วย หากทำความเพียร หรือ ไม่ทำความเพียรตามรูปแบบก็ตาม

หากเจอสภาวะความตาย จงอย่ากลัวตาย ปล่อยกาย ปล่อยใจ ให้รู้ไปตามสภาพที่เกิดขึ้น

จงมีสติ ท่องเอาไว้ว่า ความตายไม่มีอยู่จริง สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้

พลิกนิดเดียว เหตุของ การเกิดเวียนว่ายในวัฏฏสงสาร เปลี่ยนทันที

การทำความเพียร ส่วนมาก มุ่งเรื่อง สติ เพราะ เหตุนี้

หากมีสติ สามารถพลิกจิตได้ทันที

ที่พลิกจิตไม่ได้ เกิดจาก เหตุปัจจัยที่มีอยู่ และ ที่กำลังทำให้เกิดขึ้นใหม่

สิงหาคม 2017
พฤ อา
« ก.ค.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: