ภริยาสูตรที่ ๑๐

ตรวจสอบ คุณสมบัติว่า จัดเป็นภรรยา ประเภทใด

วลัยพร เป็นคู่ครอง ประเภท

ภริยาใดอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูลทุกเมื่อ
ตามรักษาสามีเหมือนมารดารักษาบุตร
รักษาทรัพย์ที่สามีหามาไว้ได้
ภริยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่า มาตาภริยา
ภริยาเสมอด้วยมารดา

“ภริยาสูตร”

พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล
ชุด 91 เล่มมหามกุฎราชวิทยาลัย
เล่ม 37 หน้า 197-200 (ปกสีน้ำเงิน)
พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔

๑๐. ภริยาสูตร

[๖๐] ครั้งนั้น เมื่อเวลาเช้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร
เสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
ประทับนั่งบนอาสนะที่ปูลาดแล้ว

ก็สมัยนั้นมนุษย์ทั้งหลาย
ในนิเวศน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีส่งเสียงอื้ออึง
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ
ถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามว่า
ดูก่อนคฤหบดี เหตุไรหนอ
มนุษย์ทั้งหลายในนิเวศน์ของท่านจึงส่งเสียงอื้ออึง
เหมือนชาวประมงแย่งปลากัน

อนาถบิณฑิกเศรษฐีกราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
นางสุชาดาคนนี้ข้าพระองค์นำมาจากตระกูลมั่งคั่ง
มาเป็นสะใภ้ในเรือน
นางไม่เชื่อถือ แม่ผัว พ่อผัว สามี
แม้แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
นางก็ไม่สักการะเคารพนับถือบูชา

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสเรียกนางสุชาดาหญิงสะใภ้ในเรือนว่า
มานี่แน่ะนางสุชาดา

นางสุชาดาหญิงสะใภ้ในเรือนทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ
ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า
ดูก่อนนางสุชาดา
ภริยาของบุรุษ ๗ จำพวกนี้ ๗ จำพวกเป็นไฉน คือ

ภริยาเสมอด้วยเพชฌฆาต ๑
เสมอด้วยโจร ๑
เสมอด้วยนาย ๑
เสมอด้วยแม่ ๑
เสมอด้วยพี่สาวน้องสาว ๑
เสมอด้วยเพื่อน ๑
เสมอด้วยทาสี ๑

ดูก่อนนางสุชาดา
ภริยาของบุรุษ ๗ จำพวกแล
เธอเป็นจำพวกไหนใน ๗ จำพวกนั้น

นางสุชาดากราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
หม่อมฉันยังไม่รู้ทั่วถึงความแห่งพระดำรัส
ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วโดยย่อนี้ได้โดยพิสดาร
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ขอประทานพระวโรกาส
พระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงแสดงธรรมแก่หม่อมฉัน
โดยที่หม่อนฉันจะพึงรู้ทั่วถึงเนื้อความ
แห่งพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสโดยย่อนี้ โดยพิสดารเถิด.

พ. ดูก่อนนางสุชาดา
ถ้าอย่างนั้น เธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว

นางสุชาดาหญิงสะใภ้ในเรือน
ทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า
ภริยาผู้มีจิตประทุษร้าย
ไม่อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูลยินดีในชายอื่น
ดูหมิ่นสามี เป็นผู้อันเขาซื้อมาด้วยทรัพย์
พยายามจะฆ่าผัว
ภริยาของบุรษเห็นปานนี้เรียกว่า วธกาภริยา
ภริยาเสมอด้วยเพชฌฆาต

สามีของหญิงประกอบ ด้วยศิลปะธรรม
พาณิชยกรรม และกสิกรรม ได้ทรัพย์ใดมา
ภริยาปรารถนาจะยักยอกทรัพย์ แม้มีอยู่น้อยนั้นเสีย
ภริยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่า โจรภริยา
ภริยาเสมอด้วยโจร

ภริยาที่ไม่สนใจการงาน เกียจคร้าน
กินมาก ปากร้าย ปากกล้า ร้ายกาจ
กล่าวคำหยาบ ข่มขี่ผัวผู้ขยันขันแข็ง
ภริยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่า อัยยาภริยา
ภริยาเสมอด้วยนาย

ภริยาใดอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูลทุกเมื่อ
ตามรักษาสามีเหมือนมารดารักษาบุตร
รักษาทรัพย์ที่สามีหามาไว้ได้
ภริยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่า มาตาภริยา
ภริยาเสมอด้วยมารดา

ภริยาที่เป็นเหมือนพี่สาว น้องสาว
มีความเคารพในสามีของตน
เป็นคนละอายบาป เป็นไปตามอำนาจสามี
ภริยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่า ภคินีภริยา
ภริยาเสมอด้วยพี่สาวน้องสาว

ภริยาใดในโลกนี้เห็นสามีแล้วชื่นชมยินดี
เหมือนเพื่อนผู้จากไปนานแล้วกลับมา
เป็นหญิงมีตระกูล มีศีล มีวัตรปฏิบัติสามี
ภริยาใดสามีเฆี่ยนตี ขู่ตะคอกก็ไม่โกรธ
ไม่คิดพิโรธโกรธตอบสามี อดทนได้
เป็นไปตามอำนาจสามี
ภริยาของบุรุษเห็นปานนี้เรียกว่า ทาสีภริยา
ภริยาเสนอด้วยทาสี

ภริยาที่เรียกว่า วธกาภริยา ๑
โจรีภริยา ๑
อัยยาภริยา ๑
ภริยาทั้ง ๓ จำพวกนั้น
ล้วนแต่เป็นคนทุศีลหยาบช้า ไม่เอื้อเฟื้อ
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงนรก

ส่วนภริยาที่เรียกว่า มาตาภริยา ๑
ภคินีภริยา ๑
สขีภริยา ๑
ทาสีภริยา ๑
ภริยาทั้ง ๔ จำพวกนั้น เพราะตั้งอยู่ในศีล
ถนอมรักไว้ยั่งยืน เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติ.

ดูก่อนนางสุชาดา
ภริยาของบุรุษ ๗ จำพวกนี้แล
เธอเป็นภริยาจำพวกไหน ใน ๗ จำพวกนั้น.

ส. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ขอพระผู้มีพระภคเจ้า โปรดทรงจำหม่อมฉันว่า
เป็นภริยาของสามีผู้เสมอด้วยทาสี.

จบ ภริยาสูตรที่ ๑๐

Advertisements

ตุลาคม 2017
พฤ อา
« ก.ย.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: