มนสิการ

 มนสิการ แปลว่า ทำไว้ในใจ หรือใส่ใจ แยกออกเป็นสองอย่างคือ
 
๑. อุปายมนสิการ
 
ทำไว้ในใจ  จนพบช่องทางแห่งความสำเร็จ เช่น กำหนดตามแนว แห่งสติปัฏฐาน ๔ คือ กำหนดกายบ้าง กำหนดเวทนาบ้าง กำหนดจิตบ้าง กำหนดธรรมบ้าง 
 
 เมื่อผู้ปฏิบัติกำหนดไปๆ ศิล สมาธิ ปัญญา ก็จะแก่กล้าขึ้นมาดดยลำดับๆไป วิปัสสนาญาณทั้ง ๑๖  ก็จะดำเนินเต็มที่ จะละสักกายะทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส เสียได้โดยอย่างเด็ดขาด  เป็นสมุจเฉทปหาน อย่างนี้ชื่อว่า พบช่องทางแห่งความสำเร็จแล้ว
 
๒. ปถมนสิการ
 
ทำไว้ในใจ  จนพบช่องทางไปสู่ทางดับทุกข์ ดับกิเลส จนพบทางเดิน ของพระอริยเจ้า คือ จนเข้าถึงซึ่งพระอมตะมหานฤนิพพานเป็นวาระสุดท้าย ที่เกิดมีอยู่แล้ว  ก็ย่อมเจริญยิ่งๆขึ้นไป จนทำให้ผู้ปฏิบัตินั้นได้สิ้นอาสวกิเลส สิ้นทุกข์ สิ้นภพชาติ
Advertisements

ตอกย้ำซ้ำๆ

  

สร้างเหตุอย่างไร ย่อมได้รับผลเช่นนั้นบาปเมื่อทำแล้ว ย่อมตกเป็นนมรดกแก่ผู้ทำนั่นเอง จะไปยื่นโยนโอนมอบให้แก่ผู้อื่นหาได้ไม่

หรือจะปัดเป่าชำระล้างโดยวิธีใดๆ ย่อมทำให้หมดไปไม่ได้เช่นเดียวกัน

เพราะบาปไม่ใช่มลทินของร่างกายหรือสิ่งโสโครก จะได้ชำระล้างให้หมดจดไปได้

เอถ ปสฺสถิมํ โลกํ จิตฺตํ ราชรถถูปมํ

อตฺตนาว กตํ ปาป อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ

อตฺตนา อกตํ ปาป อตฺตนา ว วิสุชฺฌติ

สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย.

ทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง ไม่ทำบาปเอง ย่อมหมดจดเอง

ความหมดจดและความเศร้าหมองเป็นของเฉพาะตัว คนอื่นทำคนอื่นให้หมดจดหาได้ไม่

  
 

 
ผ่อนคลาย สบาย สบาย ….
 

วางทุกอย่างทิ้งไป สบาย สบาย ….หลับตาลง อมยิ้ม เบาสบาย …..

พักจิต พักใจ สบาย สบาย  ….

ร่างกายผ่อนคลาย จิตใจเบาสบาย

หลับตาลง อมยิ้ม อย่างมีความสุข

หายใจ สบาย สบาย พร้อมกับภาวนาว่า

ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข

ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข

 

ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุขใจเราน้อมรับความสุขด้วยรอยยิ้ม

กายเรายิ้ม …. ใจเรายิ้ม …..

ใจเราเต็มเปี่ยมไปด้วย …. รอยยิ้มแห่งความสุข …

นำรอยยิ้มแห่งความสุข เผื่อแผ่ให้กับคนที่เรารักและเคารพ

ขอให้คนที่เรารักและเคารพมีความสุข ….

นำรอยยิ้มแห่งความสุขเผื่อแผ่ให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายมีความสุข

ทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้เอิบอิ่มไปด้วยรอยยิ้มความสุข

ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข

ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข

ทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข

http://www.imeem.com/horayoga/music/cJ1 … ion/?rel=1

 

ยตฺถ พาลา วิสีทนฺติ นตฺถิ สงฺโค วิชานตํ

สูเจ้าทั้งหลาย จงมาดูโลกนี้ อันตระการตาดุจราชรถที่พวกคนเขลาหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องไม่

คำว่า ” โลก ” ในอรรถกถาหมายถึง อัตตภาพร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งขันธ์ ๕ คือ

รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันวิจิตร งดงามด้วยเครื่องประดับมีผ้านุ่งห่มเป็นต้น

ส่วนพระมติของสมเด็จพระพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส หทรงอธิบายว่า โลก ในที่นี้

โดยตรงได้แก่แผ่นดินเป็นที่อาศัย โดยอ้อมได้แก่หมู่สัตว์ผู้อาศัย คนเขลาผู้ไม่รู้สัจธรรม

ย่อมหมกมุ่นอยู่กับโลก โดยหลงใหลว่า เป็นเรา เป็นของเรา เป็นต้น

ส่วนบัณฑิตผู้ฉลาดรู้เท่าทันในคติของธรรมดาแล้ว จึงไม่ข้องอยู่ในโลก

คลายความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเป็นตนเสียได้

เย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา.

ผู้ใดจักระวังจิต ผู้นั้นจักพ้นจากบ่วงแห่งมาร

อาการสำรวมจิตมี ๓ อย่าง

๑. สำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ มิให้ความยินดีครอบงำในเมื่อเห็นรูป

ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะอันน่าปรารถนา

๒. มนสิการกัมมัฏฐานอันเป็นปฏิปักษ์ต่อกามฉันทะ คือ ..

อสุภะ และกายคตาสติ หรืออันยังใจให้สลดคือ มรณสติ

๓. เจริญวิปัสสนา คือ พิจรณาสังขารแยกออกเป็นขันธ์

สันนิษฐานให้เห็นเป็นสภาพไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

กิเลสกาม คือ เจตสิกอันเศร้าหมอง ชักให้ใคร่ ให้รัก ให้อยากได้ กล่าวคือ ตัณหา ความทะยานอยาก

ราคะ ความกำหนัด อรติ ความขึ้งเคียดเป็นอาทิ จัดว่าเป็นมาร

เพราะเป็นโทษล้างผลาญคุณความดีและทำให้เสียคน

วัตถุกาม คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นของน่าชอบใจ จัดเป็นบ่วงแห่งมาร ..

เพราะเป็นอารมณ์เครื่องผูกใจให้ติดแห่งมาร

บ่วงแห่งมารนี้ ผู้ที่สำรวมระวังจิตด้วยวิธีทั้ง ๓ วิธีดังกล่าวแล้ว

จึงจะสามารถหลุดพ้นจากอำนาจของมันได้

คำว่า พวกคนเขลาหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องไม่ นั้นมีลักษณะอาการ และคุณโทษต่างกันอย่างไร?

พวกคนเขลาไม่เพียรพยายามพิจรณาให้เห็นจริงโดยถ่องแท้ ย่อมเพลิดเพลินในสิ่งอันให้โทษ

ย่อมระเริงจนเกินพอดีในสิ่งอันอาจให้โทษ ย่อมติดอยู่ในสิ่งอันเป็นอุปการะทั้งภายใน ภายนอก

เช่นนี้ชื่อว่า หมกอยู่ในโลกมีโทษคือ ย่อมเสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้างตามสิ่งนั้นๆจะพึงอำนวย

เหมือนปลาที่หลงกินเหยื่อที่เกียวติดอยู่กับเบ็ด ย่อมหาอิสระมิได้

ฝ่ายผู้รู้พิจรณารู้เห็นตามความเป็นจริงแห่งสิ่งนั้นๆ ว่าฉันใดแล้ว

ไม่ข้องไม่พอใจหรือพัวพันในสิ่งอันล่อใจ อันใครๆและอะไรๆ

ไม่อาจยั่วให้ติดด้วยประการใดๆ มีคุณ คือ ย่อมมีอิสระแก่ตนเอง ย่อมได้สุขที่ประณีต

สุขภายในอันยั่งยืน ไม่ต้องทุกข์เพราะเหตุไรๆ

ธันวาคม 2017
พฤ อา
« พ.ย.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

คลังเก็บ

%d bloggers like this: