ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดั่งดอกไม้บาน

ช่วงนี้ความสุข ที่เกิดจากสภาวะภายใน ที่เคยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเหตุปัจจัยของตนเอง ที่เคยหลงสร้าง ให้เกิดขึ้นใหม่

เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เกิดจากเหตุปัจจัย ที่พยายามหยุดสร้างเหตุนอกตัว และจากการใช้ชีวิตสันโดษ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเกิดจากเหตุปัจจัย

ไม่ใช่พยายามทำ แต่เพราะ เหตุจาก สมาธิที่มีอยู่ ยังคงมีอาการเดิม คือ สามารถไหล ถ่ายเทไปหาผู้อื่นได้

เหตุจาก การรักตัวเอง ไม่อยากเหนื่อย หรือ รู้สึกเพลีย เวลาที่สูญเสียสมาธิ จึงไม่คลุกคลีกับหมู่คณะ เพราะเหตุนี้

จิตที่ไม่มีความฟุ้งซ่านเกิด หรือ มีความฟุ้งซ่านน้อย จะเกิดการตั้งมั่นได้ง่าย เป็นสมาธิได้เนืองๆ กำลังสมาธิที่เกิดขึ้น มีความแนบแน่นดี สมาธิที่เกิดขึ้น จึงทำให้ เกิดความตั้งมั่นอยู่ได้นาน เป็นเหตุให้ รู้ชัดอยู่ภายในกายและจิต ได้นาน

ผิดกับจิตที่มีความฟุ้งซ่าน จะตั้งมั่นได้ยาก สมาธิที่เกิกดขึ้น จึงเกิดๆดับๆ แค่ระยะสั้นๆ

การคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ย่อมมีเรื่องพูดคุยกันมากมาย และชอบเก็บสิ่งเหล่านั้นมาคิด คิดมากเข้า กลายเป็นความฟุ้งซ่าน เมื่อมีปฏิบัติ จึงมีผลต่อสภาวะ

อันนี้เกิดจากตัวเอง ส่วนคนอื่นๆ จะเป็นเหมือนกัน หรือมีอะไรแตกต่างออกไป แล้วแต่เหตุปัจจัย

สวัสดี ยามเช้า ยามสาย จิตยังคงสดชื่นอยู่ จากสภาวะภายใน หาใช่จากเหตุปัจจัยภายนอก ทำให้เกิดขึ้นมาไม่

ทุกสิ่งๆที่เกิดขึ้น ทั้งภายนอกและภายใน รู้ชัดมากกก และซึมซับมาตลอด โดยไม่ต้องคิดพิจรณาใดๆ รู้ดีว่า แค่สภาวะที่เกิดขึ้น จะนานหรือช้า ก็ต้องดับหายไปแน่นอน จึงมิได้ยึดติดมากมาย กับสภาวะที่เกิดขึ้น

ใจค่อยๆเบาบางจากอุปทานที่ยังมีอยู่ เหตุจาก ผลของการทำความเพียรต่อเนื่อง จิตถูกขัดเกลา ทำความสะอาดตลอดเวลา

 

โฆษณา

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: