วิปัสสนูปกิเลส และ อุปกิเลส

ตราบใด ที่มีกายและจิตอยู่
ยังมีหลมหายใจเข้า หายใจออก

สภาวะการปฏิบัติ ไม่ว่าจะในการดำเนินชีวิต ในปัจจุบัน
และ ปฏิบัติตามรูปแบบ

เริ่มต้นที่นาม-รูปปริจเฉทญาณ เหมือนกันหมด

ความแตกต่างอยู่ตรงที่
มีสภาวะบัญญัติเป็นอารมณ์ กับ มีสภาวะปรัมตถ์ เป็นอารมณ์

เรื่อง โสดาบัน สกิทาคา อนาคามี อรหันต์
เป็นเพียงเหยื่อล่อ ให้คนอยากปฏิบัติ หรือ อยากให้เรียนรู้

โสดาบัน สกิทาคา อนาคามี อรหันต์
เป็นเพียงคำเรียก ที่มีลักษณะ อาการเกิดขึ้น ไม่แตกต่างจากสภาวะอื่นๆ

สภาวะโสดาบัน สกิทาคา อนาคามี อรหันต์
มีความพิเศษ แตกต่างจากสภาวะอื่นๆ ตรงที่

สภาวะโสดาบัน สกิทาคา อนาคามี อรหันต์
เป็นเรื่องของ การดับเหตุของการเกิดทั้งภพชาติปัจจุบัน
และภพชาติการเวียนว่าย ตายเกิดในวัฏฏสงสาร

สภาวะอื่นๆ ยังเป็นเหตุปัจจัย ของการสร้างเหตุของการเกิดอยู่
เหตุจาก ความยึดมั่น ถือมั่น ที่มีอยู่ จึงหลงสร้างเหตุออกไป ตามเหตุปัจจัยที่มีอยู่

ตราบใดที่ยังไม่แจ้งสภาวะนิพพาน ตามความเป็นจริง
หรือ แจ้งสภาวะนิพพาน ตามความเป็นจริง

สภาวะวิปัสสนูปกิเลส เกิดขึ้นเอง ตามเหตุปัจจัย
ตามกำลังของสมาธิ ในแต่ละขณะ ที่เกิดขึ้น

ถ้าไม่รู้จักโยนิโสมนสิการ อุปกิเลสย่อมเกิด
เป็นเหตุให้ เกิดความยึดมั่นถือมั่นในสภาวะที่เกิดขึ้น

เหตุเพราะอวิชชาที่มีอยู่ จึงยึดมั่นถือมั่น ในเรื่อง ญาณ ๑๖

ซึ่งตามความเป็นจริง ของสภาวะที่เกิดขึ้น ที่เรียกว่า ญาณ ๑๖ นั้น

เป็นสภาวะที่เกิดขึ้น เป็นปกติ ของสภาวะสัมมาสมาธิ

โฆษณา

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: