สภาวะปัจจเวกขณญาน

สภาวะการเกิดปัจจเวกขณญาณครั้งที่ ๑

ลักษณะอาการที่เกิดขึ้นในตัวของผู้ปฏิบัติ คือ สมาธิที่มีอยู่จะหายไปหมดจนไม่มีเหลือแม้แต่สักนิดเดียว จะมีเหลือแต่สติ สัมปชัญญะ ตามความเป็นจริงที่มีอยู่

เหตุที่สมาธิไม่มีเหลือเลย เกิดเนื่องจากเป็นสภาวะทบทวนกิเลส หากสมาธิยังคงมีมาก จะเห็นสภาวะกิเลสที่มีเหลืออยู่อย่างแท้จริงไม่ได้ เนื่องจากกำลังของสมาธิกดข่มกิเลสเอาไว้

เนื่องจากไม่มีกำลังของสมาธิหล่อเลี้ยงจิต จะเกิดสภาวะจิตเห็นจิต เห็นกิเลสที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ยามที่เกิดผัสสะหรือเกิดการกระทบทุกๆครั้ง แม้กระทั่งไม่มีการกระทบเกิดขึ้นก็ตาม จะเห็นสภาวะกิเลสที่ละเอียดลึกลงไปอีก

การเกิดครั้งแรก ด้วยความไม่รู้ในเรื่องของสภาวะ ไม่มีการเขียนบันทึกจากใครๆ หรืออาจจมีการเขียน แต่ตัวผู้เขียนไม่รู้ว่าสภาวะนั้นๆคืออะไร เราเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน จะรู้สึกทุกข์ใจ ทรมาณมากๆ

เพราะเมื่อไม่มีสมาธิหล่อเลี้ยงจิต จะมองเห็นกิเลสยามเกิดการกระทบได้อย่างชัดเจน ต้องใช้กำลังสติที่มีอยู่ในการรู้อยู่กับปัจจุบันให้ได้ เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดเหตุใหม่ที่เป็นการสร้างเหตุกับคนอื่นๆให้เกิดขึ้น ทรมาณจริงๆสภาวะนี้

หลวงตามหาบัว ได้เคยพูดไว้เรื่องการสูญเสียสมาธิของท่าน ที่จู่ๆก็หายไปจนหมดสิ้น แต่ท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องสภาวะของญาณ หรือคำเรียก แต่อาการที่เกิดขึ้นเหมือนๆกันคือ สมาธิหายไปหมด เหลือแค่สติ สัมปชัญญะ

ซึ่งตัวท่านเองก็บอกว่ารู้สึกทรมาณมากๆ เหมือนคนเริ่มต้นการภาวนาใหม่ ที่ไม่มีอะไรเลย เรียกว่าเริ่มต้นใหม่หมดในการทำจิตให้เป็นสมาธิ สภาวะที่เกิดขึ้นของหลวงตากับเราไม่มีความแตกต่างกันเลย

สภาวะตอกย้ำ

เมื่อผ่านครั้งที่ ๑ มาได้ จะรู้แน่ชัดได้ว่าสภาวะที่เกิดขึ้นใช่สภาวะของปัจจเวกขณญาณจริงหรือไม่ จะรู้ได้ต่อเมื่อมีสภาวะนั้นเกิดขึ้นอีก

การเกิดสภาวะปัจจเวกขณญาณครั้งที่ ๒

ครั้งนี้จะมีสภาวะเหมือนครั้งแรก แต่แตกต่างตรงที่ กำลังของสมาธิ ครั้งแรกจะหายไปหมด เรียกว่าเหี้ยนเตียนไม่เหลือสักนิดเดียว

ครั้งที่ ๒ กำลังของสมาธิจะเหลือแค่แผ่วๆ อาการเหมือนคนใกล้จะหมดลมหายใจ แต่ยังหายใจได้อยู่ สมาธิที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะแผ่วเบามากๆ เหมือนแทบจะไม่มี ครั้งนี้ไม่ทรมาณเพราะรู้แล้วว่าสภาวะที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร

พอผ่านสภาวะครั้งที่ ๒ สมาธิจะกลับมามีกำลังมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งหนักหน่วงแนบแน่นทุกครั้งที่เกิด โดยไม่ต้องเริ่มฝึกทำสมาธิใหม่เหมือนการผ่านครั้งแรก กิเลสเบาบางลงไปอย่างเห็นได้ชัด ดูจากทั้งผัสสะที่เกิดขึ้น และไม่มีผัสสะเป็นเหตุปัจจัย

ต้องดูจิตให้ทันว่า ทุกๆการกระทำนั้นๆ ทำเพื่ออะไร ถ้าทำเพราะความอยาก มันจะทุกข์ เหมือนสภาวะปัจจะเวกที่เกิดขึ้นครั้งแรก ทุกข์มากๆเพราะเสียดายสมาธิ และมีความคาดหวัง อยากรู้ในสภาวะต่อๆไป มีความอยากแต่มองไม่เห็น

พอมาเกิดสภาวะนี้อีกเป็นครั้งที่ ๒ ไม่ได้ทำให้เกิดความทุกข์แต่อย่างใด เพราะเข้าใจในตัวสภาวะแบบถ่องแท้แล้ว รู้ดีว่าสภาวะจะดำเนินไปตามเหตุของตัวสภาวะเอง ไม่ได้มีความอยากเหมือนในครั้งแรก ครั้งนี้ดูจิตทันตลอด

เมื่อรู้แล้ว ย่อมไม่อยาก เพราะไม่รู้จะอยากไปทำไม ทำตามสภาวะไปนี่แหละ แล้วทุกอย่างจะจบลงไปด้วยตัวของตัวสภาวะเอง เรามีหน้าที่คือ ปรับเปลี่ยนตัวเองตลอดเวลา พยายามหาอุบายรักษาจิตตัวเองเอาไว้ ยามที่เกิดความเบื่อหน่าย

เพราะนับวันสภาวะความเบื่อหน่ายเปลี่ยนไปมากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงต้องเอากิเลสที่เราชอบ มาหลอกล่อสภาวะความเบื่อที่เกิดขึ้น เพื่อจิตจะได้มีกำลัง จะได้อยู่ได้กับสภาวะความเบื่อที่เกิดขึ้น ยิ่งนับวันเกิดนานมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่สั้นๆ

ทุกๆครั้งที่ผ่านแต่ละสภาวะหรือรู้ชัดในสภาวะนั้นๆได้ กับดักกิเลสจะเกิดขึ้นตลอดเวลา นับวันเนียนมากขึ้น ละเอียดมากขึ้น สติจะคมกล้า ปัญญาจะเกิดขึ้นมากมาย ขอเพียงรู้เท่าทันสภาวะ จะไม่ตกหลุมพรางกิเลสอย่างแน่นอน

ครั้งนี้เราอยู่กับสภาวะต่างๆได้สบายๆมากขึ้นเรื่อยๆ สภาวะจัดสรรกิเลสให้ลงตัว ถึงแม้จะเปลี่ยนตัวละครมาแสดง เราดูทัน ไม่หลงกลกิเลส เหตุเพราะความอยากมี อยากได้ อยากเป็นอะไรๆนั้น หรือแม้กระทั่งความอยากสอน ไม่มีเหลือในจิต

สภาวะครั้งนี้ จะเห็นตัวโลภะในเรื่องอาหารได้อย่างชัดเจน เราพยายามทำใจให้เป็นกลาง นี่ก็เช่นกันโดนกิเลสเล่นงานแต่ไม่รู้ว่าโดน แรกๆหลงแก้ไขสภาวะไปด้วยความไม่รู้ จริงๆแค่อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องไปพยายามทำอะไรเลย

ต้องโง่มาก่อน ต้องผิดพลาดถึงจะดูออก เรียกว่าถึงจะรู้ตัวว่าแก้ไขสภาวะอีกแล้ว เลยโดนกิเลสเล่นซะอ้วนพี แต่ไม่ทุกข์กับสภาวะ โง่กับกิเลสก็ยอมรับไปตามความเป็นจริง ของใกล้ตัวย่อมดูยาก เพราะเป็นของชอบ เรื่องปกติ

อยากกิน ก็ให้รู้ว่าอยากกิน ยังเป็นคนชอบกินอยู่ก็ให้รู้ว่าชอบกิน เพราะรู้ดีว่า เดี๋ยวมีเหตุให้โลภะตัวนี้ค่อยๆลดน้อยลงไปเอง จนกระทั่งไม่มี คืออยู่กับปัจจุบันได้ในที่สุด เหมือนหลายๆสภาวะที่ผ่านๆมา

พฤศจิกายน 2019
พฤ อา
« ก.ย.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: