หายไปจากชีวิต

ละขาด จากคำที่เรียกว่า “หลับ”

คนทั่วไป การนอนหลับพักผ่อน มีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ
นอนน้อย หรือนอนมากไป ส่งผลกระทบทุกอย่าง

.

สำหรับเราแล้ว ละขาดแล้วกับคำว่า “หลับ”
ไม่เคยรู้จักคำว่าหลับหลายปีมาก

การนอน ก็คือ การทำสมาธิ เหมือนอิริยาบท ยืน เดิน นั่ง
คือ จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ

บางคืน รู้สึกตัวทั้งคืน ไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อร่างกายและจิตใจ
เพราะที่มองว่าหลับ(ภายนอก) แต่ภายใน จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ

ทั้งนี้เกิดจาก ผลของการทำความเพียรทั้งหมด

สมัยก่อน ดึกดื่น แม้จะตี ๑ ตี ๒
ยังคงเดินจงกรม ต่อด้วยนั่งสมาธิ

เวลานอน รู้อาการทางกาย ท้องที่พองขึ้น ยุบลง ตามลมหายใจเข้าออก ลมหายใจเข้าท้องพอง ก็รู้ว่าท้องพอ ลมหายใจออก ท้องยุบ ก็รู้ว่าท้องยุบ รู้ปกติ ไม่ได้ใช้คำบริกรรมใดกำกับ

จะกี่วัน กี่คืนผ่านไป ทำแบบนี้มาตลอด
ปัจจุบัน บางครั้งก็ทำ บางครั้งไม่ต้องทำ

พอหลับตาลง โอภาสสว่างจ้า
เห็นโอภาสเกิดแบบนี้เถอะ ถ้ากำลังสมาธิที่เกิดขึ้นไม่มากพอ
จะรู้สึกตัวทั้งคืน นอนดูโอภาส จนกระทั่งขาดวับ
ดับสนิทจนถึงเวลาที่จะต้องลุกขึ้นทำกิจวัตรประจำวัน

บางคืน มีโอภาสเกิดขึ้นทั้งคืน
จนกระทั่งรู้สึกวูบลงไป

สภาวะดับ กับสภาวะวูบลงไป
ลักษอาการที่มีเกิดขึ้นจะต่างกัน

จึงสามาถพูดได้เต็มปากว่า
อาการที่เรียกว่า หลับ หายขาดไปจากชีวิตที่เหลืออยู่

ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน
สภาวะที่มีเกิดขึ้นเนืองๆ จิตเป็นสมาธิ รู้ชัดว่าจิตเป็นสมาธิ

เตรียมตัวสอบ

สงกรานต์นี้ไปแพร่ เจ้านายจองตั๋วรถทัวร์ ทั้งขาไป และ ขากลับ เรียบร้อยแล้ว(แจ๋วจองให้ เจ้านายจ่ายเงิน)

ทะยอยเตรียมของที่จะนำไปแพร่ เตรียมเฉพาะ ของที่จำเป็นต้องใช้

รถทัวร์ เหลือไม่กี่ที่นั่ง ก็ยังมีเหตุ ให้จองได้ที่นั่ง ที่เคยนั่งประจำกัน ขาไป ใช้บุษราคัมทัวร์ สมบัติทัวร์เต็ม ขากลับ ใช้สมบัติทัวร์ วีไอพี ทั้งขาไปและขากลับ

เหตุที่ไม่จองบขส.ทัวร์ เพราะ ที่นั่งบชส.ทัวร์ กว้างใหญ่มาก วลัยพรตัวเล็ก นั่งไม่สะดวก คือ ลำบาก ขาก็สั้น เหยียดขาไม่ถึงที่วางเท้า เมื่อยขาสุดๆกว่าจะถึง ส่วนเจ้านาย นั่งไม่เจอปัญหา นั่งสบายด้วยซ้ำ

แต่เจ้านายก้ชอบสมบัติทัวร์ บอกว่า นั่งแล้ว พอดีตัว ที่นั่งไม่ใหญ่เกินไป บขส.ทัวร์ เหมาะสำหรับคนตัวใหญ่

วลัยพรมีปัญหาตรงตัวเล็ก ที่วางศรีษะของรถทัวร์ บางคัน ถอดออกไม่ได้ ต้องนั่งตะแคงตัว เพราะ คอพาดไม่ถึง จุดที่วางคอ

บางคัน ที่วางศรีษะ ถอดออกได้ น่าจะเป็นสมบัติทัวร์ เขาจะมีอุปกรณ์สำหรับวางศรีษะ แยกวางไว้ต่างหาก ในแต่ละเบาะ หากจะใช้ ก็หยิบเอาเอง

ที่วางเท้า เหยียดตามขนาดตัว วลัยพรจึงใช้ที่วางเท้าได้ ส่วนเจ้านาย ชอบนั่งตรงด้านใน ของทางลงบันได โดยถอดรองเท้าออก เอาขาไปพาดด้านหน้าได้ แล้วใช้ผ้าห่มคลุมปลายเท้า เพื่อไม่ให้ดูไม่น่าเกลียด

ดูความก้าวหน้า

สภาวะการทำความเพียร ก้าวหน้าหรือไม่ก้าวหน้า ดูขณะที่ผัสสะเกิด ดูการสร้างเหตุของตัวเองว่า ทันไหม หรือ ผัสสะที่เกิดขึ้น ดับทันที ไม่มีการปรุงแต่งต่อ

รู้ชัดผัสสะ ทำให้สบาย

การรู้ชัดในสภาวะผัสสะที่เกิดขึ้น เป็นเหตุปัจจัยให้ การทำความเพียร และ การหยุดสร้างเหตุนอกตัว ไม่ทำให้เกิดทุกข์มาก แบบแรกเริ่ม ที่ยังไม่รู้ และเพิ่งรู้

การเจอกับเหตุปัจจัยที่มีอยู่(ผัสสะ) เป็นการปรับเปลี่ยนสภาวะที่ตนเอง มีอยู่ และเป็นอยู่ ได้ทันมากขึ้น ดับเหตุที่ตนเองได้ทันมากขึ้น

บางครั้ง ยังมีหลุดออกไปบ้าง เวลาผลส่งกลับมา ไม่เคยคิดโทษนอกตัว มีแต่การยอมรับมากขึ้น การทำความเพียร ทำปกติ ไม่ใช่ทำเพราะ ความอยากแบบก่อนๆ ทำตอนไหนได้ก็ทำ

เพราะรู้ชัดในสภาวะที่เกิดขึ้นแล้วว่า พลิกนิดเดียว เหตุของการเกิด เปลี่ยนไปทันที จุดเปลี่ยนอยู่ตรงสภาวะความตาย อยู่ตรงนั้น

การหยุดสร้างเหตุนอกตัว เป็นการถ่ายถอนอุทานที่มีอยู่ ความยึดมั่นถือมั่นที่อยู่ เป็นการสร้างเหตุของ การดับเหตุ ที่เป็นเหตุของ ภพชาติใหม่ ที่กำลังจะทำให้เกิดขึ้น คือ ดับก่อนที่จะทำให้เกิด

เมื่อกระทำแบบนี้เนืองๆ เป็นเหตุปัจจัยให้ กำลังของ สติ สัมปชัญญะ สมาธิ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนการทำความเพียรต่อเนื่อง เป็นการฝึกให้มี สติ สัมปชัญญะ การรู้ชัดในสภาวะจิต ที่เป็นสมาธิ หากทำได้ชำนาญ รู้ชัดในรายละเอียดต่อสภาวะต่างๆ ย่อมมีผลต่อสภาวะขณะที่ จะต้องตาย ในโลกของความจริงด้วย

สมาธิ

สภาวะก่อนหลับทุกคืน หรือ ตอนกลางวันก็ตาม บางครั้ง จะมีความคิดๆๆๆๆ คิดโน่นคิดนี่ รู้ว่ามีอยู่

สักพักจะรู้ชัดถึงสภาวะความสงบเกิดขึ้น แล้วจะรู้สึกวูบลงไป หรือ วาบขึ้นมา(โอภาส) รู้ชัดถึงสภาวะที่จิตเกิดเป็นสมาธิ รู้แบบนั้นสักพัก จึงจะวูบลงไปอีกที จะเป็นแบบนี้มาตลอด

ความรู้สึกตัว จะรู้สึกตัวก่อนที่เสียงเวลาที่ตั้งปลุกไว้จะดังขึ้น จะรู้สึกตัวที่กายก่อน จึงรู้ลมหายใจเข้าออก รู้ชีพจรตามจุดต่างๆของร่างกายที่เต้นอยู่ จะรู้แบบนี้

ถึงแม้ว่า การตั้งเวลา บางครั้ง อาจมีเปลี่ยนเวลาที่ตั้งไว้ แต่สภาวะความรู้สึกตัว ที่เกิดขึ้นก่อนเสียงตั้งเวลาดังขึ้น ยังคงเกิดขึ้นอยู่ คือ เกิดก่อนเสียงตั้งเวลาดัง

ความสุข

๑๕ มค.๕๗
รู้ชัดมากขึ้น

นอนแล้ว ไม่อยากลุก เพราะเหตุว่า เดี๋ยวนี้ รู้ชัดในสภาวะจิต ที่กำลังเป็นสมาธิอยู่ แม้ขณะที่เรียกว่า กำลังหลับอยู่

ทำไมถึงรู้ชัด ในสภาวะที่จิตกำลังเป็นสมาธิอยู่ แม้ขณะที่หลับอยู่

เหตุเพราะ พอมีความรู้สึกตัวเกิดขึ้น ไม่ว่าจะช่วงไหน ขณะที่นอนหลับอยู่ พอมีความรู้สึกตัวเกิดขึ้น จะรู้สึกชัดขณะนั้น จิตที่กำลังเป็นสมาธิอยู่

ช่วงนี้ สภาวะสัญญา ในคำเรียกต่างๆเกิดเยอะ ขนาดเวลาหลับ พอรู้สึกตัว นอกจากรู้ชัดถึงจิตที่เป็นสมาธิอยู่ ยังได้ยินเสียงความคิดของตัวเอง ที่กำลังพิจรณาธรรมอยู่

ธรรมนี้ น่าอัศจรรย์จริงหนอ ขนาดหลับอยู่ จิตยังสามารถคิดพิจรณาได้

ขอให้ทุกรูปทุกนาม จงมีความสุข

ไม่ต้องหลับ

บางวัน สุขที่เกิดจากสมาธิ เกิดเนืองๆ ทั้งกลางวัน และกลางคืน

บางครั้ง นั่งอยู่ถึงตีสอง ไม่หลับไม่นอน สุขเกิดขึ้นเนืองๆ

บางคืน นอนสองชม. แต่เหมือนไม่ได้นอน รู้สึกตัวเนืองๆ รู้ชัดในสมาธิที่เกิดขึ้น

เช้ามา ไม่มีอาการง่วงหรือเพลียแต่อย่างใด

ความไม่ชอบใจ

ตอนนี้สภาวะที่ไม่ชอบใจ คือ เสียงชีพจร ที่เต้นดัง อยู่ในหู

บางครั้ง ทำให้รู้สึกรำคาญมาก ต้องหางานทำ เสียงที่ดังอยู่ในหู จะเบาลงไปเอง

สภาวะเปลี่ยนไป

ความรู้ชัดในสภาวะ รู้ชัดรายละเอียด สภาวะต่างๆมากขึ้น

เหตุจาก การพยายามหยุดสร้างเหตุนอกตัว และการทำความเพียรต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ รู้ชัดอยู่ภายใน กายและจิตเนืองๆ

สภาวะการนอนหลับ เปลี่ยนเป็น มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เวลานอนหลับ จะรู้สึกตัวเนืองๆ ขณะที่จิตกำลังเป็นสมาธิอยู่ จึงอยู่ในอิริยาบทนั่ง มากกว่านอน

ปรับสภาพจิต

มีบ้าง บางครั้ง อยากนอนหลับ แบบที่เคยหลับ(หลับสนิท) นอนแบบที่เคยนอน ไม่ต้องมารู้สึกตัวอะไร เหตุที่ยังมีกิเลส จิตย่อมโหยหาการนอนหลับแบบนี้อยู่ในบางครั้ง เป็นเรื่องธรรมดา

มาวันนี้ สภาวะเปลี่ยนไปอีก อาจเนื่องจาก การทำสมาธิช่วงกลางคืน(เวลานอน) ทั้งตอนกลางวัน ที่ทำอยู่เนืองๆ ทุกวัน

เช้านี้ รู้ชัดถึง จิตที่กำลังเป็นสมาธิ รู้ชัดถึง อารมณ์เบื่อ รู้ชัดถึง ความนึกคิดต่างๆ(จิตคิดพิจรณา) ทั้งสามสภาวะนี้ แยกออกจากกัน เป็นส่วนๆ เหมือนนั่งดูหนังสามจอ พร้อมกัน แต่ดูรู้ได้ทั้งหมด ไม่ปะปนกัน แยกออกได้เป็นเรื่องๆ เรื่องไหน ก็เรื่องนั้น แต่รู้พร้อมทั้งสามเรื่อง

การนอนหลับคืออะไร

คำถาม

การนอนหลับคืออะไร ? …รูป เวทนา สังขาร มันหายไปไหน? …
การนอนหลับ

ขณะที่หลับ จิตเป็นสมาธิ แต่ขาดความรู้สึกตัว(มิจฉาสมาธิ) เพราะเหตุนี้ ขณะที่กำลังหลับอยู่ รูป เวทนา สังขาร จึงหายไปชั่วคราว เกิดจากกำลังของสมาธิ กดข่มไว้ชั่วคราว

สำหรับผู้ที่ทำความเพียรต่อเนื่อง มีสัมมาสมาธิเกิดขึ้นแล้ว ขณะที่กำลังหลับ ย่อมมีความรู้สึกตัวเกิดขึ้นร่วมด้วย จิตเป็นสมาธิก็รู้

เหตุนี้ จึงรู้ชัด รูป เวทนา สัญญา สังขาร ที่เกิดขึ้น ถึงไม่ต่อเนื่อง ก็รู้ เช้ามา ไม่มีอาการง่วงหรืออ่อนเพลียแต่อย่างใด

สภาวะการนอนเปลี่ยนไปอีก

ตอนนี้ สภาวะการนอนหลับเปลี่ยนไป จะมีความรู้สึกตัวเกิดขึ้นเนืองๆ พร้อมทั้งสมาธิด้วย เป็นทั้งวัน

เหตุนี้ ทำให้สิ่งที่เรียกว่า หลับ ค่อยๆหายไปเรื่อยๆ กลายเป็น รู้สึกตัวเนืองๆ มากกว่า หลับ ในเวลากลางคืน ยิ่งกลางวัน ไม่ต้องพูดถึง

ถึงแม้จะรู้สึกตัวเนืองๆ ในกลางคืน เช้ามา ไม่มีอาการง่วง หรือทำให้รู้สึกอ่อนเพลียแต่อย่างใด เพียงแต่รู้สึกว่า มีความรู้สึกตัวเกิดขึ้น ชัดมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน เวลาจิตกำลังจะเป็นสมาธินี่ รู้ชัดแจ๋ว จับรายละเอียดได้หมด

ไม่ตะกละ

เมื่อก่อน ที่ยังไม่รู้ชัดในรายละเอียดต่างๆ ของสภาวะ จิตเป็นสมาธิ มีความตะกละ คือ พอรู้ว่า จิตเป็นสมาธิ รีบหาที่นั่งทันที ทำสมาธิต่อทัน

เดี๋ยวนี้ไม่เป็นแบบนั้น จิตจะเป็นสมาธิ แค่รู้ว่าเป็น ไม่ใส่ใจ ไม่หาที่นั่ง ทำงานอะไรอยู่ ก็ทำต่อ สมาธิจะเกิดขึ้น แค่รู้อย่างเดียว

เพราะว่า สภาวะจิตเป็นสมาธิ ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เกิดขึ้น เหมือนเรื่องปกติ ขณะหายใจเข้า หายใจออก

แม้กระทั่งเวลาเดิน เดินทั่วๆไป หรือเวลาไปตลาด ขณะที่เดินอยู่ จะรู้สึกที่เท้าชัดมาก ความคิดไม่ค่ยเกิดขึ้น ขณะที่เดินอยู่

นี่ขนาดนั่งอยู่หน้าจอ หัวใจเต้นตุ้บตั้บ แรงมาก จังหวะการเต้น เหมือนคนออกกำลังกาย

ปรับสภาวะ การหลับ

สภาวะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขณะที่กำลังนอน หรือหลับแล้ว มีความรู้สึกตัวเกิดขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน

เมื่อคืน กว่าจะได้หลับลงจริงๆ ใช้เวลาหลายชม. เหตุจาก ขณะล้มตัวลงนอน ชีพจรตามจุดต่างๆของร่างกาย เต้นแรงมาก จะนอนหงาย ตะแคงตัว รู้สึกถึงชีพจร ที่กำลังเต้นอยู่

ในห้อง มีที่ปรับเปลี่ยนให้มีสัปปายะ ในแต่ละสภาวะ ครั้งนี้ เมื่อเห็นว่า ไม่สามารถทำให้ดิ่งได้(หลับ) ลุกจากที่นอน ไปที่โซฟาอีกตัว(ขาหัก) ที่วางอยู่อีกด้าน

ตอนแรกนั่งก่อน ยิ่งนั่ง ยิ่งสัมผัสเสียงของชีพจรได้ชัดมาก รู้แบบนั้น ไปสักระยะ เอาขาเหยียดออกไปสุด นั่งอยู่ท่านั้น หลายชม. จนกระทั่งใกล้รุ่ง ถึงอยู่ในอิริยาบทนอนได้ แต่ก็รู้สึกตัวตลอด เสียงเต้นของชีพจรหายไป จนกระทั่งเสียงนาฬิกาตั้งเวลาไว้ ดังขึ้น

รู้สึกตัวตอนเช้า ไม่มีง่วง หรือเพลีย

สภาวะนี้ เริ่มเกิดบ่อยมากขึ้น

หมายเหตุ:

บางคนอาจจะถามว่า ไม่ใช่เพราะกลางวัน ทำสมาธิมากเหรอ เห็นว่า หลายชม. กลางคืนเลยทำให้ นอนไม่หลับ

ตอบ การนอนไม่หลับ กับเหตุจาก ชีพจรเต้นรู้สึกทั้งตัว คนละสภาวะ คนละอาการกัน

คนนอนไม่หลับ จะหงุดหงิด อันนี้เคยเป็น จึงรู้

ส่วนเรื่องชีพจรเต้น ไม่ได้ทำให้หงุดหงิด แต่ความเคยชินในการนอนหลับ ยังมีอยู่ จึงต้องปรับสภาวะ โดยหาสัปปายะที่เหมาะกับสภาวะที่เกิดขึ้น(ชีพจรเต้นทั้งตัว)

การนอน เปลี่ยนไป

เมื่อคืน หลังจากนวดขาให้เจ้านายเสร็จ เดินปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า ดูเวลา ๒๓.๐๐ น. กลับมานั่งที่โซฟา กะว่าจะนอน

ขณะที่จะปรับโซฟาเอนนอน รู้สึกวาบ จิตกำลังเป็นสมาธิ จึงนั่งสมาธิต่อ ไม่นอน นั่งไปจนกระทั่ง รู้สึกว่า สมควรพอได้แล้ว

ดูเวลา เป็นเวลา ๐๒.๔๕ น. รู้สึกสงบมากๆ แล้ววูบลงไป รู้สึกตัวอีกที ตอนเจ้านายลุก ถามว่ากี่โมง เขาบอกว่า ตี ๔.๕๐ น.

เจ้านายนั่งสมาธิถึง ตี ๕.๕๐ น. เราจึงลุกขึ้นเตรียมอาหารมื้อเช้า

เมื่อคืนมีฝัน ชอบฝันเกี่ยวกับโรงพยาบาล เป็นโรงพยาบาลต่างจังหวัด ข้าวของขาดแคลน ของใช้ไม่พอกับผู้ป่วย

เท่าที่สังเกตุมา เวลาสภาวะเปลี่ยน มักฝันเกี่ยวกับโรงพยาบาล หรือ ถ้าสภาวะเปลี่ยน จะฝันว่า นั่งเรือเหาะบ้าง หรือไม่ก็เดินอยู่บนท้องฟ้า

หรือไม่ก็อยู่ในสถานที่แปลกๆ ส่วนมากจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสภาวะที่เปลี่ยนไป ครั้งนี้ก็เช่นกัน

เบื่อหน่าย

ความรู้สึกเบื่อหน่าย ยังคงเป็นอยู่ โลภะด้านอาหารลดลง ที่ต้องกิน เพราะจำเป็นต้องกิน กินแบบเบื่อๆ

อาการปวดกล้ามเนื้อ รอบๆหัวเข่า ไปหาหมอ กินยาหมดแล้ว อาการทุเลาลง เวลาเดิน เหมือนคนขาพิการ กระเผก เดินขาลาก

รู้สึกสังเวชตัวเองเหลือเกิน ที่ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง สังเวชจริงๆ

ในอดีต เคยเห็นคนพิการ ขาเป๋ บางคนน่าสงสาร บางคนทำตัวฟู่ฟ่า เคยคิดไม่ดีกับคนเหล่านั้น ไม่คิดว่า กรรมนี้จะส่งผล

หงุดหงิดง่าย

ตอนนี้ เห็นความหงุดหงิดของตัวเอง เห็นชัดมากกกกก

เมื่อเช้า ก่อนที่จะสร้างเหตุกับตา เริ่มจากเจ้านายก่อนแต่เช้าเลย เรื่องเขาถามหาไก่ แช่ตรงไหน

พอบอกไปแล้ว เขาไปหยิบอีกกล่องมา แล้วถามว่า ใช่ไหม

เราบอกว่า ใช่ซะที่ไหน อีกกล่องหนึ่ง คือ น้ำเสียงที่พูดออกไป แสดงอาการไม่พอใจ

พอเราพูดออกไปแล้ว ถึงรู้สึกตัวว่า เราแสดงอารมณ์ที่ไม่ดีออกไป

เจ้านายบอกว่า ใครหนอหงุดหงิด อารมณ์เสียแต่เช้าเลย

เราบอกว่า ขอโทษที มันเป็นของมันเอง พักนี้จะหงุดหงิดง่าย

หมายเหตุ:

ช่วงนี้ สภาวะเปลี่ยนไปแทบ ทำใจให้รับได้ ไม่ทันจริงๆ

ข้าว กินน้อยลง อิ่มง่าย ไม่ค่อยอยากอาหาร ต่อให้ชอบมากแค่ไหน กินไม่กี่คำก็อิ่มแล้ว

การนอนหลับ สภาวะเปลี่ยนไปอีกแล้ว จากที่เวลานอน รู้ว่า จิตเป็นสมาธิ สักพัก จะหลับไปเอง

เดี๋ยวนี้ไม่เป็นแบบนั้น พอล้มตัวลงนอน รู้สึกได้ถึง จิตเป็นสมาธิทันที ขณะหลับตาอยู่ เหมือนนอนมองความมืด ของกระจกเงา บางครั้งมีโอภาสเกิด เป็นระยะๆ แล้วมีความรู้สึกตัวเกิดเป็นระยะๆ สลับกับไม่รู้สึกตัว

กลางวันก็เช่นกัน สมาธิจะเกิดขึ้นเนืองๆ มีสุขเกิดบ้างบางครั้ง นั่งเล่นเกมส์ก็รู้ ทำงานบ้านก็รู้

เพียงแต่ สมาธิไม่มีกำลังมากหรือแนบแน่นแบบก่อนๆ จะเป็นแบบนี้ทั้งวัน จนกระทั่งถึงเวลานอน

เหมือน ไม่ได้คิดทำสมาธิ แบบที่เคยทำ แต่จิตเกิดเป็นสมาธิเอง โดยอัตโนมัติ ไม่รู้ว่า เนื่องจากเหตุนี้หรือเปล่า ทำให้ไม่อยากอาหาร และไม่หิว

 

ไม่แน่ใจว่า เพราะ ไม่เคยนอนหลับหรือเปล่า จึงทำให้หงุดหงิดง่าย

ตอนนี้เพียง ดูต่อไป เดี๋ยวรู้คำตอบจากสภาวะเอง

 

อาการไม่หลับ ไม่นอนแบบหลับลึก ทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้ทำให้รู้สึกมีอาการง่วง หรืออ่อนเพลียแต่อย่างใด

เพียงแต่ ทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ธาตุขันธ์นี้ ยิ่งนัก

 

ฆราวาส เป็นทางคับแคบ

ตอนนี้ เห็นแบบนั้น จริงๆ ว่าช่างคับแคบ

Previous Older Entries

ธันวาคม 2019
พฤ อา
« ก.ย.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: