การแยกประเภทผ้า

๒๑ สค.๕๗

สมัยที่ยังทำงานอยู่ การซักผ้ากองโต เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก ถึงแม้จะแยกประเภทผ้าในการซักแล้ว ก็ตาม

ตอนนี้มีเวลามากขึ้น เพราะไม่ต้องวิ่งไปทำงานนอกบ้าน ทำแต่งานในบ้าน วิธีการซักผ้า ย่อมเปลี่ยนไปตามสถานะที่เป็นอยู่

ถ้าเป็นผ้าขาว จะแยกไว้ต่างหาก(ใส่ปลอกหมอน) ก่อนนำมาผ้าขาวมาซัก จะแช่ในน้ำยาซักผ้า+ผงซักฟอก ทิ้งค้างคืนไว้ เช้าอีกวัน ค่อยซัก ที่ต้องแช่ทิ้งไว้ เพื่อให้คราบต่างๆ ที่อาจมีการทำความสะอาดยาก ปล่อยให้คราบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ถูกละลายไปกับน้ำยาซักผ้า เวลาซักแล้ว เนื้อผ้าจะขาวสะอาด สีไม่หม่น ผ้าขาวนี่ หากไม่มีผ้าขนหนูเนื้อหนา จะไม่ใช้เครื่องปั่น ซักเสร็จแล้ว นำขึ้นตากเลย ไม่ต้องปั่นแห้ง

เสื้อผ้าสีต่างๆ(รวมทั้งชุดชั้นในของเจ้านายและของตัวเอง) นำมาซักรวมกันทีเดียว เวลาซักน้ำผงซักฟอกเสร็จ จะนำใส่เครื่องปั่นแห้ง แล้วจึงซักน้ำดี ต่อด้วยแช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม เสร็จแล้วใส่เครื่องปั่นแห้ง แล้วนำขึ้นตาก ผ้าประเภทนี้ เวลานำใส่เครื่องซักผ้าเพื่อปั่นแห้ง จะนำผ้าทั้งหมด ใส่ปลอกหมอน ก่อนนำใส่เครื่องเพื่อปั่น กันเนื้อผ้าขึ้นขุย(ถึงจะช่วยได้น้อย ดีกว่าไม่ใส่ปลอกหมอน)

ผ้ายีนส์ต่างๆ ผ้าขนหนูเนื้อหนา(ผ้าสี) จะซักรวมกันทีเดียว ผ้าพวกนี้ เวลานำไปปั่นแห้ง ไม่มีปัญหาขุยสีผ้าต่างๆ ติดตามเนื้อผ้า

กางเกงทำงานสีดำของเจ้านาย ไม่ซักรวมกับผ้าทุกประเภท ซักอาทิตย์ละครั้ง ที่ไม่ซักรวมกับผ้าประเภทอื่นๆ เพราะขี้เกียจมาหยิบพวกเศษด้ายสีขาวที่ติดเป็นขนสีขาว ตามเนื้อผ้า จึงแยกซักต่างหาก

เสื้อทำงานของเจ้านาย เป็นเสื้อยืดที่บริษัทแจกให้ใส่เป็นยูนิฟอร์ม เนื้อผ้ารุ่นใหม่ ห่วยได้ใจ เวลาใส่เครื่องปั่นแห้ง จะใส่ปลอกหมอ ๒ ชั้น ใส่ชั้นเดียวไม่ได้ จะขึ้นขุย ขนาดซักมือ ยังขึ้นขุยเลย

การซักผ้า ทำให้เป็นคนที่มีความละเอียดในการทำงานต่างๆมากขึ้น เพราะเวลาซัก จะชอบสังเกตุเนื้อผ้าต่างๆ ก่อนซัก หลังซัก หลังผ้าแห้งแล้ว ทำให้รู้ว่า เนื้อผ้าประเภทไหน ควรใช้วิธีการซักที่เหมาะสมแบบไหน เสื้อผ้าตรงจุดไหนที่ต้องซ่อมแซม เส้นด้ายตรงไหนหลุดออกมา ตัดเก็บหมด ไม่มีปล่อยให้หลุดรุ่ย

เจ้านายบอกว่า วิธีการดูเสื้อผ้าอยู่ถูกคนจริงๆ

โฆษณา

สระผม-ซักผ้า

เห็นทุกข์ที่เกิดขึ้น จึงเห็นธรรม สภาวะมาสอน ให้รู้จักใช้ทุกสิ่ง ให้คุ้มค่า กับ การจับจ่าย(ทรัพย์ที่เสียไป)

จากครั้งที่แล้ว เรื่อง ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ สระผม ซักผ้า(เสื้อกับกางเกงขาก๊วย ผ้าโทเร) ใช้น้ำ ๕ ขัน

เมื่อกลับมาอยู่ห้อง ยังใช้น้ำเหมือนเดิม คือ เวลาสระผม(ชอบสระกลางคืน) เอาถังมารองน้ำที่สระ แล้วนำน้ำนั้น ไปล้างทำความสะอาด ขัดถูห้องน้ำ อีกที ไม่ทิ้งน้ำให้เสียเปล่า

ตอนนี้ การใช้น้ำเปลี่ยนไป เหตุจากการ ซักผ้าทุกวัน เพราะ น้ำที่ปล่อยไว้ช้าๆ จะไม่มีที่ใส่

การใช้น้ำ เริ่มเปลี่ยนไป หลังจากล้างแก้ว ล้างชาม ที่ใช้ในช่วงเช้าเสร็จ น้ำดีสุดท้าย ที่ล้างชาม ยังไม่ทิ้ง เก็บไว้ก่อน

สระผมเคยสระกลางคืน เปลี่ยนมาสระ ตอนเช้า เอากระมังซักผ้าใบเล็ก มารองน้ำ สระผมเสร็จ นำน้ำดี ที่ล้างชาม ล้างแก้ว น้ำสุดท้าย ใส่รวมกับน้ำที่ใช้สระผม ใส่ผงซักฟอก

ใส่ผ้าที่จะซัก มีเสื้อกล้าม(ชอบใส่เสื้อกล้ามอยู่ห้อง) ผ้าเช็ดมือ(เสื้อยืดเก่าๆ ที่ไม่ได้ใส่แล้ว นำมาตัดครึ่งตัว แยกชิ้นออกจากกัน ทำเป็นผ้าเช็ดมือ ได้สองผืน)

ในห้องน้ำ จะมีถังขนาด ๒๐ ลิตร ใส่น้ำไว้เสร็จ(ตักจากหลังบ้านที่รองไว้) แบ่งใส่กระป๋อง ใส่กระมังสำหรับแช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม

ซักน้ำผงซักฟอกเสร็จ นำน้ำผงซักฟอก ราดและขัดทำความสะอาด พื้นห้องน้ำ นำผ้าไปซักในน้ำแรก ในกระป๋อง มีน้ำรองใส่ถังในห้องน้ำ

ซักน้ำแรกเสร็จ ซักต่อที่น้ำในถัง แล้วบิดผ้าใส่ ลงแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มในกระมัง ที่เตรียมไว้ นำน้ำในกระป๋อง ที่ใช้แล้ว ราดและล้าง ทำความสะอาด น้ำผงซักฟอก ที่ทำความสะอาดพื้นไว้เมื่อกี้

เสร็จแล้ว บิดผ้าขึ้น นำไปตาก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่ใช้แล้ว ไม่ทิ้ง เอาไว้ราดโถส้วม ไม่ต้องกดน้ำชักโครก น้ำในถังที่ใช้แล้ว ก็เอาไว้ใช้กับโถชักโครกเหมือนกัน

ส่วนชุดทำงาน เสื้อผ้าอยู่บ้าน กางเกง ของเจ้านาย กางเกงยีนส์ของวลัยพร ๒ วัน ค่อยซัก น้ำที่รองไว้ จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนใช้แบบนี้

เจ้านายอาบน้ำ ใช้ฝักบัวทุกวัน ค่าน้ำเคยจ่าย ๑๕๐ บาทต่อเดือน ตอนนี้จ่ายเพียง ๓๖ บาท

เครื่องซักผ้า ส่วนมาก ไว้ใช้เวลาปั่นแห้ง สำหรับผ้าเยอะๆ และไว้สำหรับซักผ้าห่มนวม ผืนใหญ่ของเจ้านาย ซักอาทิตย์ละครั้ง

ผ้าขนหนูของเจ้านาย จะแยกส่วนเช็ดหน้า กับเช็ดตัว คนละผื้น

ผืนเล็ก สำหรับเช็ดหน้าสีขาว กว้าง ๑๑ นิ้ว ยาว ๒๔ นิ้ว ซื้อจากตลาดนัดปากน้ำ ผืนละ ๕ บาท ซื้อ ๑๐๐ ผืน แบ่งให้แม่และน้อง นำไปทำบุญ ของเจ้านายมี ๑๔ ผื้น ใช้มา ๓ ปี ผ้ายังดูสะอาดอยู่ ไม่เก่า

ผืนใหญ่ ของเจ้านาย มี ๑๒ ผื้น สับเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ ทำให้เนื้อผ้า สีสันของผ้า ยังสีสดใส ผ้าขนหนูสำหรับเช็ดตัว จะใช้แบบสีเขียวเข้ม กับ สีแดงเลือดนก สีไม่ซีด เพราะมีสับเปลี่ยนกับผืนอื่นๆ

เจ้านายเล่าให้ฟังว่า น้องที่ทำงาน ถามว่า ทำไมเสื้อพี่ใหม่จัง (เสื้อทำงาน เป็นเสื้อยืด ของคนอื่นสีซีดดูเก่า) เจ้านายแค่ยิ้ม ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้ซักรีดเอง เลยกลับมาถามเราว่า วลัยพรทำยังไง

เราก็บอกว่า เวลาซัก จะกลับด้านในออก เวลานำเสื้อปั่นแห้ง จะใส่ปลอกหมอน(เป็นผ้า เย็บมือเอง) เนื้อผ้าของเสื้อจะไม่เสีย ไม่ยืด ไม่ย้วย

เวลารีด จะรีดด้านใน สีผ้าด้านนอกจึงไม่ซีด เพราะ ไม่โดนความร้อนจากเตา ที่นาบลงเนื้อผ้าแบบตรงๆ

อีกอย่าง เจ้านายมีเสื้อทำงาน ไว้สับเปลี่ยนหลายตัว เนื้อผ้าจึงไม่ช้ำไว สีเสื้อไม่จางไว เสื้อจึงดูไม่เก่า เพราะเหตุนี้ด้วย

กางเกงทำงานสีดำ ของเจ้านาย มี ๘ ตัว กางเกงใส่ลำลอง ๑๒ ตัว ซื้อมือสอง แต่สภาพใหม่เอี่ยม ไม่ได้ซื้อของแพง หรือ มือหนึ่ง

รองเท้าทำงานของเจ้านาย มี ๑๒ คู่ ลำลอง ๓ คู่ เป็นรองเท้าหนัง ซื้อมือสองเหมือนกัน หนังโอเค ใช้งานได้อีกนาน บางคู่แค่เปลี่ยนพื้นใหม่ เหมือนรองเท้าใหม่ รองเท้าหนัง มือสอง ที่แฮปปี้แลนด์ คู่ละ ๑๙๙ บาท ทะยอยซื้อ แล้วแต่จะถูกใจ ไม่ได้ซื้อทีเดียว หลายๆคู่

มือหนึ่งก็มีซื้อนะ ซื้อแบบลดราคา จาก ๒๐๐๐ กว่า ลดเหลือ ๙๐๐ บาท บางคู่ก็ ๑๕๐๐ มีอยู่ ๒ คู่(ใหม่) ที่ซื้อ เพราะ ตอนนั้น ยังไม่เจอร้านขายรองเท้ามือสอง

รองเท้าของเจ้านาย จึงพังช้าลง ไม่เหมือนเมื่อก่อน มีแค่สองคู่(มือหนึ่ง) พื้นตรงกลาง หักหมด เพราะ ชอบนั่งยอง เวลาเข้าไปดูเครื่อง

รองเท้า ต่อให้ราคาแพงขนาดไหน ถ้ามีน้อยคู่ การใช้งานบ่อยๆ ทำให้รักษาสภาพรองเท้าได้ยาก คือ หมดอายุการใช้งาน ก่อนเวลาอันควร

รองเท้ามือสอง ที่ซื้อมาส่วนมาก จะเป็นยี่ห้อ ฮัทป๊อปปี้ โปโล โปโลโค Tedelon (ยี่ห้อนี้ หนังก็ดีนะ) หนังจะดีมาก ใส่แล้ว เวลาเดิน นุ่ม สบายเท้า นน.เบา กระชับเท้าดี(เจ้านายบอก)

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: