ขอบคุณไดม่อน

นึกถึงแต่ภาพของไดม่อนก่อนที่จะหมดลมหายใจ เสียงลมหายใจครั้งสุดท้ายของไดม่อน
ก่อนสิ้นลม เราได้ยินชัดเจน เสียงเหมือนปอดที่ถูกเจาะเอาลมออก มันดังฟื้บยาวๆ
แล้วไดม่อนก็หมดลมหายใจ

ก่อนไดม่อนตาย เขาจะกระตุกและตะเกียกตะกายอยู่นาน เราได้นั่งกรรมฐาน
และแผ่เมตตาให้กับเขา หลังจากนั้นได้คอยลูบตัวปลอบประโลมให้กับเขาตลอด
ขณะที่ลูบตัวให้เขานั้น เขาจะสงบ ตอนที่ไม่ได้ลูบตัวเขา เขาจะกระตุกเหมือนคน
ที่เป็นลมชัก ปัสสาวะราดเต็มพื้น

ส่วนไวท์ ไวท์นี่เขาจะมีความแตกต่างจากไดม่อนตรงที่ว่า เขาอยู่บนห้องพระกับเราทุกวัน
ทุกๆครั้งที่เราสวดมนต์และทำกรรมฐาน ไม่ว่าจะเวลานานแค่ไหนก็ตาม เขาจะนอนสงบนิ่ง
ไม่ลุกไปไหนเลย จนกระทั่งเราลงจากห้องพระ เขาถึงจะลงมาพร้อมๆกับเรา

ตอนไวท์ตาย เราสวดบทอภิณหังให้เขาฟังพร้อมๆกับร้องไห้ไปด้วย คือสงสารเขา
แต่มาครั้งนี้ที่ไดม่อนตาย ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียใจ มันมีแค่รู้ รู้ว่าชีวิตนี้มีเท่านี้เอง

ไม่ว่าจะสัตว์หรือเรา ยังไงก็หนีไม่พ้นความตาย มันรู้อยู่ข้างใน นิ่งสงบ
พร้อมๆกับแผ่เมตตาให้กับเขาด้วย

จากสองเหตุการณ์นี้ ทำให้เราทำความเพียรมากขึ้น เราไม่ได้ทำเพราะกลัวความตาย
ไม่ได้ทำเพราะเหตุอื่นๆ แต่ทำเพราะรู้ว่า ที่ทำอยู่นี้ยังไม่พอ ยังมีเผลอ ยังมีโอกาสที่จะหลง
ไปสร้างเหตุ แม้เพียงแว่บเดียวก็ถือว่ายังใช้ไม่ได้ นี่ขนาดยังมีชีวิตอยู่นะเนี่ย
แล้วถ้าต้องตายล่ะ คงหมดโอกาสที่จะได้ทำความเพียรต่อ

ทุกขเวทนา โดยอาชีพ เราคลุกคลีกับสภาวะเกิด แก่ เจ็บ ตายมาตลอด
เห็นสิ่งเหล่านี้มาตลอดเวลา

ขณะที่กำลังจะตาย บางคนหมดลมไปแบบง่ายๆ บางคนโวยวาย ร้องไห้เสียใจ
บางคนมีแต่ความหวาดกลัวฯลฯ เรามองเห็นภาพเหล่านี้มาตลอดเกอบชั่วชีวิตของเรา

ชีวิตของเราถูกปรับเปลี่ยนโดยสภาวะมาตลอด ให้เรียนรู้อยู่กับความตายมาตลอด
นั่นคือ การเรียนรู้ความตายในคน มาครั้งนี้ ถูกให้เรียนรู้ความตายในสัตว์
ถูกตอกย้ำด้วยสัจธรรมที่ทุกคนหลีหนีไปไม่ได้

โฆษณา

ไว้อาลัยแด่ไดม่อน

ไดม่อนเป็นกระต่ายพันธ์เล็ก เพศผู้ อายุประมาณ 8 ปีกว่านิดๆ
จริงๆแล้วเคยได้ยินมาว่ากระต่ายจะมีอายุขัยแค่ 5 ปี ถ้าเป็นคน
ต้องถือว่าพี่ม่อนอายุยืน
 
เราชอบเรียกไดม่อนว่าพี่ม่อน เพราะเขามีแมวเป็นน้องเขาอีกสองตัว
ที่ยังมีชีวิตอยู่ ปีโป้กับป๋อมแป๋ม
  
ครั้งก่อนไวท์ได้มาสอนเรื่องความตาย ซึ่งเราได้อยู่กับไวท์จนกระทั่ง
เขาสิ้นลม พี่ม่อนเองก็เช่นกัน เราได้ทำกรรมฐานให้กับเขา
ได้เปิดบทสวดอิติปิโสให้เขาฟังตั้งแต่เย็น
 
ตั้งจิตอธิษฐานขอให้เขาได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี ขอให้ได้เกิดเป็นคน
ได้ทำความเพียรปฏิบัติภาวนา  ขอให้ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้บรลุมรรคผล
 ล่วงพ้นบ่วงมาร เห็นแจ้งในพระนิพพานในปัจจุบันชาติที่ม่อนได้ไปเกิด
  
อาการก่อนสิ้นใจของม่อนจะทรมาณกว่าไวท์ ก่อนไวท์จะหมดลม
เราได้พูดคุยกับไวท์ตลอด เขาจะสำลักลมหายใจ 3 ครั้ง
แล้วสิ้นลม อย่างสงบ
 
กับไวท์เราก็ได้ทำกรรมฐานให้กับเขา แผ่เมตตากรวดน้ำให้ ขอให้เขา
ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีเช่นกัน
 
สำหรับพี่ม่อนนั้น ท่าทางทรมาณ มีอาการเหมือนคนไข้เวลาชัก
พี่ม่อนจะกระตุกๆ แบบหยุดๆ เป็นๆ
  
จนสุดท้ายก่อนจะสิ้นลม เนื้อตัวเขาสั่นไปหมด เขาเอามือจับตัว
ลูบตัวให้กับเขาตลอด ไม่ได้อุ้มเขา
 
อาการเขาเหมือนคนเวลาจะตายคือ ปัสสาวะราด ชักกระตุกเป็นพักๆ
เนื้อตัวสั่นไปหมด เราจับตัว ลูบปลอบเขา บอกทางให้กับเขา
ทำกับเขาเหมือนกับคนทุกอย่าง
 
 เออหนอ .. ชีวิตมีแค่นี้เอง ไม่มีใครเลยที่จะไม่ตาย ไม่ว่าเวลาไหนๆ
ล้วนตายได้
 
อาการไดม่อนในวันนี้ตั้งแต่เช้าก็ปกติดี กินได้ วิ่งเล่นได้
วันนี้เขาหลับเกือบทั้งวัน เขาไปนอนข้างถังเครื่องซักผ้า
ซึ่งเราแช่ไว้รอปั่นแห้ง
เราก็ไม่กล้าปั่น เห็นเขานอนหลับสนิท เอาตัวชิดกับเครื่องซักผ้า
 พอตอนใกล้ 6 โมงเย็น ยุงเริ่มมา เราเลยต้องปั่นผ้า เขาก็ตื่น
ยังคงวิ่งได้ปกติ เขามานอนใต้โต๊ะคอมฯตรงขาเราเหมือนเดิม
นอนกับปีโป้
 
เห็นอาการผิดปกตอตอนหนึ่งทุ่มกว่าๆ เขาน้ำตาไหลตลอด
เราก็ถามเขาว่า พี่ม่อนร้องไห้ทำไม น้ำตาเขาไหลอยู่อย่างนั้น
เนื้อตัวเริ่มกระตุก
 
เราเลยตะโกนเรียกวิลัยลง คือ สังหรณ์ใจ อาการเหมือนไวท์ไม่มีผิด
วิลัยลงมา ถามว่ามีอะไร เราบอกว่า นี่ไง วิลัยชอบไปถามว่า
เมื่อไหร่จะตายสักที บอกแล้วว่าอย่าไปพูดแบบนั้น 
เพราะเราเจอกับตัวเองมาแล้วเรื่องไวท์ ไวท์เขาเกเรมากๆ
กัดสายไฟ กัดข้าวของทุกอย่าง ใครเข้ามาในบ้านก็ไล่กัดเขา
ผลไม้ก็กินแต่ของแพงๆ กินแต่ของดีๆ
เฉพาะค่าอาหารของไวท์ตกเดือนละพันกว่าบาท เราน่ะถามไวท์ว่า
เมื่อไหร่จะตายสักที ก็ไม่คิดว่าเขาจะตาย
 
นี่ไดม่อนอีก วิลัยชอบถามไดม่อนว่าเมื่อไหร่จะตายสักที
คงถึงเวลากระมัง อายุเขาก็มากเกินกระต่ายทั่วๆไป เขาอยู่บ้านแบบอิสระ
เพราะเราเลี้ยงแบบปล่อยไว้ในบ้าน เลี้ยงแบบอิสระ ให้เขามีชีวิตที่อิสระ
 
เวลาไปวัด เราจะไปพร้อมวิลัยไม่ได้ เพราะไม่มีคนอยู่บ้าน
เป็นห่วงไดม่อน ไม่มีใครเอาอาหารให้เขา
 
กระต่ายตายหรือคนตาย ล้วนไม่แตกต่างกันเลย
ก่อนจะขาดใจตาย ก่อนจิตจะออกจากร่าง ดูแล้วรู้เลย
 
เราได้ยินเสียงลมหายใจตลอดก่อนที่พี่ม่อนจะสิ้นลมหายใจ
เราจับตัวเขาไว้ตลอด ลูบตัวให้เขาตลอด นั่งแผ่เมตตาให้กับเขา
 
คงหมดวิบากกรรมต่อกันและกันแล้ว
เราได้กล่าวคำขออโหสิกรรมกับเขาและให้การอโหสิกรรมแก่ไดม่อน

บ้านของใครกันแน่นะ

นี่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี่ เราก็ไม่รู้จะทำยังไงนะ จะไม่ให้เรานอนพื้นหรือยังไงก็ไม่รู้
คุณปู่ตะขาบ ตัวสีน้ำตาลไหม้ ตัวบักเอ้บเลย เดินเข้าออกบ้านเรา เหมือนเป็นบ้านของเขา
พอๆกับเจ้าปีโป้ แมวจอมกร่าง เดินเข้าออกตามใจฉัน ถ้าไม่เปิดประตูให้ก็โน่น ขึ้นหลังคาหลังบ้าน
แล้วเดินมาจากหลังบ้าน มาร้องเหมี่ยวๆ ให้เราเปิดประตูหน้าบ้านเพิ่อจะออกไปอีก
ถ้าเราไม่ยอมเปิดให้ จะทำเสียงบ่นๆ แล้วออกไปหลังบ้านใหม่
แต่ตะขาบ … เสียงเดินของตะขาบจะเหมือนเสียงเดินของตัวเงินตัวทอง
สารพัดสัตว์เลยบ้านเรา เป้นทางผ่านของสัตว์พวกนี้เขา  เหตุเนื่องจากประตูหลังบ้าน
ถูกฝนสาดจามันเปื่อย เจ้าไวท์จอมแสบ กระต่ายที่เลี้ยงรุ่นแรก เขาแทะเนื้อไม้จนประตูโหว่
เขาแทะเพื่อให้ลมเข้าบ้าน เขาจะชอบนอนหละงบ้านประจำ ตรงประตู
กระต่ายบ้านนี้จะติดพัดลม ถ้าไม่ได้พัดลม จะไปนอนตรงประตูที่ถูกแทะจนโหว่ เพื่อรับลมหลังบ้าน
เราก็เอามุ้งลวดมาติดนะ  แต่เขาก็มุดเข้าออกกันได้ ทั้งแมวและกระต่าย นี่เพิ่มมาอีก
ตัวเงินตัวทองและคุณปู่ตะขาบ  ตัวนี้เราจำเขาได้  เอาเขาไปปล่อยหลายรอบแล้ว
ก็ยังกลับมาอีก ส่วนตัวเงินตัวทอง ตอนนี้เขาถางป่า เลยหายไปไหนไม่รู้ เมื่อก่อนชอบเข้ามานอนในบ้าน

ไม่ได้ทำบุญ ได้ทำทานก็ยังดี

                                ขาหมู 1 กิโลเมื่อกี้ ที่เพิ่งต้มเสร็จ  นำไปแจกตามบ้านใกล้ๆเรา ก็คนละชิ้นนะ เพราะชิ้นมันใหญ่มากๆ  เราบอกว่า ชมได้นะ ถ้าอร่อย ถ้าไม่อร่อยห้ามพูด ไม่งั้นมื้อต่อไปอดกินแน่ๆ เพราะเราไม่ให้ของที่ไม่อร่อยแก่ใครๆ เขาฟังแล้วเขาก็หัวเราะกัน
                                มีความสุขใจนะ เวลาได้ให้อะไรๆกับใครๆ  รู้สึกมันอิ่มๆในใจ  ยังมีเหลืออยู่อีก นี่ตั้งใจไว้ จะเก็บไว้ให้พี่ไข่ ไม่แจกใครแล้ว แจกไป 3 บ้านแล้ว  ก็ไว้อาทิตย์หน้าค่อยต้มใหม่ แล้วแจกอีก เอาให้เบื่อขาหมูกันไปเลย คือ เราซื้อไว้เยอะนะ  จะแวะที่ตลาดนัดวันพฤหัสประจำ  ไปเมียงๆมองๆแม่ค้าเจ้านี้น่ะ รอเขาสับ  แล้วเขาให้เลือกได้ เราก็จะเลือกแต่เนื้อๆ  ขาๆไม่เอา กระดูกมันหนักกิโล  ก็ซื้อเก็บๆไว้หลายโลแล้วนะ ทะยอยซื้อ ตู้เย็นเรามัน 9 คิวน่ะ ช่องแช่แข็งนี่แช่ของได้เยอะมากๆ  ถึงบอกไง ของกินน่ะ เป็นเดือนก็กินไม่หมดหรอกนะ     ก็นำมาทำเป็นอาหารอีกที แล้วก็นำไปแจกจ่ายเขา แบ่งปันกัน เราถึงไม่เคยอดไง ยิ่งให้ยิ่งได้นะ  
                                 ถ้าเนื้อหมูหรือเนื้อไก่เก็บไว้นานเกินไป ความเย็นไม่ถึง ก็เสร็จเจ้าแห้ว ต้มให้เจ้าแห้วกินกับข้าว  แห้วบอกว่า อร่อยไปเลยคร๊าบบบเจ้านายยย  หมาพูดได้เคยเห็นป่ะ ที่บ้านน่ะหมูพูดได้ เราคุยกับมันประจำแหละ แถวบ้านเขาหัวเราะทุกครั้งที่เห็นเจ้าแห้วมันคุยกับเรา  ใครๆคุยกับมันไม่รุ้เรื่องหรอก มีแต่เราน่ะคุยกับมันได้  เราไม่ได้อ่านภาสัตว์ออกหรอก อาศัยดูปฏิกิริยาที่เขาตอบโต้เรากลับมาน่ะ 
                                ยิ่งเจ้าปีโป้ จอมกร่าง เจ้าแมวตัวแสบยิ่งแล้วใหญ่ นั่นน่ะตอบโต้เหมือนคนมากๆเลย มันจะชอบคุยกับเรา จนวิลัยให้ฉายามันว่า ไอ้ขี้ฟ้อง  เวลาปีโป้คุยกับเรา วิลัยจะถามว่า ฟ้องอะไรแม่เอ็งอีกแล้วล่ะ  ไอ้ตัวแสบบบ  ปีโป้นี่จะคุยเก่งนะ คุยเก่งมากๆ เขาจะคุยโน่นคุยนี่ แบบตอบโต้เวลาเราถามอะไรกับเขา เช่นถามว่า วันนี้กินข้าวหรือยัง ไปทำอะไรมา โดนเจ้าแห้วรังแกหรือเปล่า  เขาก็จะตอบเราในแบบภาษาแมวๆของเขา น่ารักดีนะ  ชอบประจบนะเจ้าเนี่ย ประจบขอของกิน ฉลาดมากๆเลย  ทุกๆวันเขาจะเดินสำรวจในบ้านก่อน มีหนู มีแมลงสาปมั๊ย  ตรวจทุกซอกทุกมุมเลยนะ 
                                ปีโป้จะเดินตรวจจนเห็นว่า ไม่มีอะไรแล้ว ก็จะมาเมี๊ยวๆง๊าวๆใส่เรา เพื่อขอรางวัล  เขาชอบกินปลาหมึกย่าง เราจะซื้อไว้น่ะ  ซื้อที่บิ๊กซี เขาย่างให้เรีบยร้อยเลย  เราแค่นำมาหั่นๆเป็นชิ้นๆ แช่ตู้เย็นไว้ให้เขา  พอเขามาขอก็เทให้  อาหารเม็ดน่ะ เขาจะกินก็ต่อเมื่อ เราไม่มีปลาหรือปลาหมึกให้กับเขา  เขาเลือกนะ ถ้ามีให้เลือกน่ะ
                                ส่วนไดม่อน ต้องซื้อคะน้าให้ วันละ 5 บาท และแครอทวันละ 1 หัว ผลไม้อื่นๆอีก  อาหารเม็ด เขาจะกินอาหารแมว เขาไม่กินอาหารของกระต่าย ไดม่อนเป็นกระต่ายตัวผู้ แบบว่า หล่อมากๆ ไดม่อนเป็นเกย์  อิอิ  ….
                                  ไดม่อนจะชอบกินข้าวร้อนๆ ชอบกินข้าวเหนียว  ชอบมากๆเลยนะ เขาจะกินๆ  ตั้งหน้าตั้งตากิน เวลาเราตักข้าวมานี่ เขาจะเกาะที่ขาเลย  ขอข้าวกิน ต้องตักวางให้เขาก่อน ไม่งั้นเขาไม่ยอม เขาจะกวนไม่เลิก บางทีมาแอบแน๊บเนื้อตรงโน้นตรงนี้ ทำให้เราตกใจ
                              

เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้

 
                                          แมวนี้พอเขาโตแล้ว ถ้าเพศเดียวกัน เขาจะไม่ยอมกันเลยนะ  เหมือนปีโป้กับป๋อมแป๋ม  อาโปหรือปีโป้นี่กร่างยังไม่พอ  แสบสุดๆเลย  คีย์บอร์ดและเมาท์ของเรา  ต้องเสียตังค์ซื้อใหม่หลายครั้งละ เวลาเจ้าสองตัวนี่เขาฟัดกัน  แต่ก็เป็นการสอนเราให้เก็บข้าวของให้เกลี้ยงเรียบวุธ  แบบเดินไปไหนนี่ ต้องดันแป้นเก็บเข้าที่  ไม่งั้นนะ เวลาเขาซัดกันน่ะ ระเนระนาดเลย  เขาชอบไปซัดกันใต้โต๊ะคอมฯ  …
 
                                         ส่วนไดม่อน ( กระต่าย ) นี่ก็ทำให้เราเก็บสายไฟได้อย่างเรียบร้อยที่สุด  ไม่งั้นโดนเขากัดแหลกเลย  สายเมาท์ ลำโพง  คืออะไรที่เป็นสายๆน่ะ เขาจะกัดหมด ถ้ามาเกะกะตรงที่เขานอน  แล้วชอบเข้ามานอนใต้โต๊ะคอมฯเหมือนกัน  เรียกว่า ถ้าเรานั่งที่โต๊ะคอมฯเมื่อไหร่  ทั้งแมวและกระต่ายจะต้องมานอนเฝ้าทันที   บางทีเราก็เผลอนะ  เหยียบเขาเต็มเท้าเลย  ก็ลืมไปน่ะ  ไม่ทันมอง พวกร้องจ๊ากเลย
 
                                         บางทีเรานั่งมองอาโปเขาเลียหน้าตาให้ไดม่อน  คือ ม่อนเขาจะมีปัญหาน้ำตาไหลตลอด  น้ำตาเหม็นด้วย  แล้วอาโปเขาจะเลียทำความสะอาดให้  เราน่ะนั่งใจวั๊บๆแวมๆ กลัวอาโปมันงาบหัวไดม่อนเข้าปาก  อาโปเขาเลียให้จนหน้าตาม่อนสะอาดเลยนะ  แล้วม่อนเองเขาก็เลียทำความหน้าและตัวให้อาโป  แล้วเจ้าจอมแสบก็เอาหัวนอนหนุนไปที่ตัวพี่ม่อน  กระต่ายตัวนิดเดียวเอง  แมวตัวโตยังกะอะไร  แต่พี่ม่อนเขาปล่อยนะ เขาหลับกันทั้งยังงั้นแหละ   นี่ก็มานอนเฝ้าเราอยู่ใต้โต๊ะคอมฯทั้งคู่เลย
 
                                         ส่วนแป๋ม  หนีออกจากบ้านไปแล้ว  ไปอยู่บนหลังคาหลังบ้านโน่น  โดนอาโปมันฟัดเอา  แป๋มสู้ไม่ได้  หลังบ้านระเนระนาดเลย  เราน่ะเอาไม้แขวนเสื้อไล่ตีขู่ให้แยกกัน  พอเผลอก็ฟัดกันอีก  สุดท้ายแป๋มเลยต้องหนีไป 
 
                                          คิดถึงบ้านที่สัตหีบนะ  น้องบอกว่า เราชอบอยู่คนเดียวก็ให้ปลูกบ้านใหม่สิ ปลูกแบบง่ายๆ  เพราะอยู่คนเดียว  มันยังมีที่เหลืออีก 50 ตรว. ข้างบ้านน่ะ  ต้นไม้เพียบเลย  อากาศดีมากๆ  แต่เรายังอยากทำงานตรงนี้อยู่นะ  น้องชวนให้กลับไปทำงานที่บ้าน  ไม่รู้สินะ  … 

ปีโป้จอมกร่าง

 
                            เช้านี้  ลืมตาขึ้นมารู้สึกไม่ค่อยจะดี  หนักๆหัว  รู้สึกแน่นนจมูก  2 วันแล้วที่ตากฝนหนักตอนกลับบ้าน  ฝนตกตอนเย็น 2 วันติดๆ   อาการแบบนี้ไม่ค่อยจะชอบเลยแฮะ   มิน่าถึงได้มีน้ำมูกใสๆตั้งแต่เมื่อวาน  เราก็คิดว่า สงสัยอาการภูมิแพ้กำเริบ  เราจะชอบเป็นเวลาอากาศแปรปรวน  ช่วงนี้ฝนตกเกือบทุ๊กวันเลย   เห็นพ่อค้า แม่ค้าแล้วรู้สึกสงสารมากๆ  ขายของกันลำบากแย่เลย
 
                            ขี้เกียจทำกับข้าวมากๆ  กินไข่ต้มกับน้ำพริกหนุ่มเกือบทุกวันเลย   วันละ 3 ฟอง  เมื่อวาน 8 ฟอง  น้องมันถามว่าเห็นฟาดแต่ไข่  ไม่ทำกับข้าวเหรอ  เราบอกว่า ไม่อ่ะ พักนี้เบื่อมากๆ  ขี้เกียจทำด้วย   กินให้อิ่มๆท้องก็แล้วๆกันไป  เราชอบต้มไข่กินเล่น  ไข่ถาดหนึ่งบางทีอยู่ได้แค่อาทิตย์เดียว  เรากินคนเดียวนี่แหละ วิลัยกินไม่ได้ เขาแพ้ไข่ กินแล้วสิวเห่อ   ขอบคุณที่เกิดมาเป็นคนไทย  ได้เกิดอยู่ในประเทศไทย  เลยกินไข่ได้ตลอดชีวิต  หาซื้อก็ง่าย   ทำกินก็ง่ายไม่ต้องยุ่งยาก  ทำไข่คนก็อร่อย  ทำไข่ต้มก็อร่อย  ไข่เจียวไม่ค่อยชอบกิน เพราะเสียเวลาตีไข่ ใส่โน่นใส่นี่    ไข่ดาวไม่ค่อยชอบกิน  เพราะเป็นคนไม่ชอบกินไข่ขาวในไข่ดาว  ไข่คนทำง่าย ก็แค่ตอกไข่ลงไปแบบทำไข่ดาว แล้วก็คนมันเท่านั้นเอง  ไม่ต้องใช้น้ำมัน  ใช้กระทะเทปล่อนทอด  ไข่ต้มสบายสุดๆ  แค่หย่อนใส่ลงไปพร้อมๆกับการหุงข้าว   เราต้องหุงข้าวทุกวัน  เพราะตอนนี้ต้องให้ข้าวเจ้าแห้วทั้งมื้อเช้าและมื้อเย็น  ( มะหมาหน้าบ้าน ) พอได้กินข้าวกับโครงเป็ดสับมั่ง  ไก่ทอดมั่งทุกวัน  เจ้าแห้วชักเล่นตัวไม่ค่อยจะยอมกินอาหารเม็ดที่วิลัยซื้อมาให้  นั่งรอวิลัยอาบน้ำ  นานโคด  อาบทีเป็นชั่วโมง  ไม่รู้หายใจออกได้ไง  อยู่ในห้องน้ำนานๆ   …
 
                           เคยเจอแมวกร่างป่ะ  ที่บ้านตอนนี้มีแมวสองตัว  ชื่อปีโป้กับป๋อมแป๋ม  ปีโป้นี่มันจอมกร่างมากๆ  เวลาเจอกับเจ้าแห้ว  มันทำเดินกร่าง ลอดใต้ท้องเจ้าแห้วหน้าตาเฉย   ส่วนเจ้าแห้วน่ะเหรอ  ทำหน้าตาเอ๋อๆ แบบหมาปัญญาอ่อน   มันจะอะไรขนาดนั้นกันนะ  แมวหมาบ้านนี้   เวลาคนแถวบ้านเรียกปีโป้ๆ  เราจะเรียกมันว่าอาโป  มันจะทำเดินแล้วทำมองด้วยหางตา   น้องเขาบอกว่า  พี่ดูมันทำสิ น่าตบกระบานสักที  แมวอะไรมันกร่างจริงๆ    เราบอกว่า เดินลอดใต้ท้องเจ้าแห้วมันยังทำเล๊ย  มันกลัวอะไรใครสะทีไหน  เข้าบ้านทีฟัดกับเจ้าแป๋ม  ข้าวของระเนระนาดเลย  วันก่อนทั้งคีย์บอร์ด  ทั้งเมาท์   ตกลงมาชิ้นส่วนกระจายเลย  ต้องซื้อใหม่ทั้งชุด  มันเข้าไปฟัดกันใต้โต๊ะคอมฯ   แล้วสายคีย์บอร์ดกับเมาท์เราเก็บไม่ดี   ผลเลย ระเนระนาด  บางทีก็โดนเจ้าไดม่อน กระต่ายจอมแสบ  กัดสายขาดหมดเลย  ทั้งโทรฯบ้าน  คีย์บอร์ด เมาท์  สายไหนไปยาวเกะกะขวางทางที่เจ้าม่อนเขานอน  พ่อกัดแหลกลาน  อะไรที่เป็นสายๆเจ้าม่อนกัดหมด  สายปลั๊ก 3 ตางี้  แทะซะ  …
 
                          ดีนะมีแต่ตัวผู้  ไม่มีตัวเมีย  ไม่งั้นต้องมานั่งเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานกันอีก   แค่ 3 ตัวนี่ เวียนหัวมากๆ  เรานะต้องคอยถือไม้แขวนเสื้อ เอาไว้ขู่อาโป   ไม่งั้นมันจ้องจะฟัดเจ้าแป๋มท่าเดียว   ตอนนี้เขากำลังเป็นหนุ่ม  แมวหางขอดนี่มันร้ายจริงๆ  วันก่อนเราเดินไม่ทันมอง  ไปเหยียบมัน  เสียงมันขู่ฟ่อ  เราเลยเล่นมันไปทีนึง  วิลัยบอกว่า ตีแบบเราแมวไม่กลัวหรอก  ต้องแบบวิลัยนี่  แมวกลัว   วิลัยชอบเล่นแรงๆ   ….
 
                          แม๊!!!!  … อาโปมานอนใต้ขาเราเมื่อไหร่ไม่รู้ ไม่ทันมอง  เราเอาเท้าเหยียบอยู่ที่ขอบเก้าอ้ตัวน้อยใต้โต๊ะคอมฯ  พอเอาขาวางกับพื้น  อะไรนุ่มๆหว่า คิดว่าเป็นเจ้าม่อน  ที่ไหนได้ อาโปจอมแสบ  นอนหงายท้องขาวแหง๋แก๋  อยู่ใต้เท้าเรา  ไดม่อนน่ะตัวเขานิดเดียวเองนะ  บางทีปีโป้น่ะ  นอนทับไปกลางตัวเจ้าม่อนหน้าตาเฉย  แล้วซุกหน้าหลับไปบนหลังไดม่อน  เจ้านั้นก็ไม่ลุกนะ  นอนพังพาบ  ตัวยาวเลย  ให้แมวนอนทับ  แมวตัวโตยังกับควาย   วิลัยเวลาเขาเห็นทีไร  นั่งหัวเราะทุกที  เขาบอกดูมันทำสิ  เมื่อคืนนี้อาโปนอนอยู่  วิลัยแกล้งจับให้มันลุกขึ้น  หนอยย   … มันทำตัวอ่อนล้มแผละ  ล้มแบบไม่กระดูกยืนไม่ได้  วิลัยเลยนั่งเล่นแบบนั้นกับมันสักพัก  จนปีโป้มันรำคาญ เลยเดินลุกหนี  …

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: