สีลัพพตปรามาส

ตอนที่ยังไม่มีครอบครัว มื้อเย็นแทบจะไม่แตะ ไม่ได้ตั้งใจทำ แต่ทำด้วยความเคยชิน

พอมีครอบครัว วลัยพร กินครบ ๓ มื้อ โดยเฉพาะ มื้อเย็นของคนอื่นๆ อาจะเรียกว่ามื้อเย็น

มื้อเย็นสำหรับ วลัยพร คือ มื้อดึก เพราะ กว่าคุณสามี กลับมาถึง กว่าจะได้กินข้าว โน่น หลัง สามทุ่ม บางครั้งเกือบเที่ยงคืนก็มี

แล้ว วลัยพร ก็ต้องนั่งกินเป็นเพื่อน อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง แล้วแต่ความชอบใจในอาหารชนิดนั้นๆ

เหตุที่ต้องกินเป็นเพื่อน เพราะ เวลาคุณสามีกินข้าวคนเดียว จะกินเหมือนสักแต่ว่ากิน กินได้น้อย

พอไปนั่งกินเป็นเพื่อน เขาจะพูดว่า โน่นก็อร่อย นี่ก็อร่อย ตามด้วยผลไม้ ไม่ก็ขนมหวาน เป็นแบบนี้ทุกวัน

ชีวิตของวลัยพรและครอบครัว อยู่แบบเพียงพอ(พอใจ) คือ ทำตามเหตุปัจจัย   ไม่ได้อยู่แบบ “ติดดี”

การที่ใคร ใช้ชีวิตแบบไหน จะเสพกามหรือไม่เสพกาม ไม่ใช่ตัววัดผลความก้าวหน้าทางจิต

ตัววัดผล ความก้าวหน้าทางจิต คือ การกระทำ หรือ การสร้างเหตุทางกายกรรม วจีกรรม ตามความรู้สึก ยินดี ยินร้าย ที่เกิดขึ้น ส่วนมโนกรรม เว้นไว้ได้ แค่รู้ไปว่า ยังมีอยู่ เพราะยังมีกิเลส

นอกเหนือจาก สมถะ-วิปัสสนา ในสติปัฏฐาน ๔
การกระทำ ที่คิดว่า การทำเช่นนี้ๆ สามารถบรรลุ มรรค ผล นิพพาน ได้ ล้วนเป็น สีลัพพตปรามาส

ทุกสรรพสิ่ง ล้วนมีเหตุ เป็นแดนเกิด

โฆษณา

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: