ความสุข คืออะไร?

ชีวิตของเราทุกวันนี้ มีแต่คนพูดว่า อยากเป็นแบบเรามั่ง ดูมีความสุขตลอด หน้าที่การงาน ตลอดจนชีวิตส่วนตัวดูมีความสุข ไม่ต้องมาวุ่นวายเหมือนคนอื่นๆ

เราได้แต่ยิ้ม ไม่ได้อธิบายอะไรให้ฟัง

ความสุขที่แต่ละคนมองแล้วคิดว่านั่นคือ สุข นี่คือ สุข ล้วนเกิดจากความพอใจของตัวเองทั้งสิ้น สุขชนิดนี้ต้องอาศัยสิ่งภายนอกเป็นองค์ประกอบในการสร้างความสุขชนิดนี้ให้เกิดขึ้น นั่นคือ ความพอใจของแต่ละคน

สำหรับตัวเราเองทุกวันนี้ สภาวะละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ มันเห็นกิเลสที่มีสภาวะที่ละเอียดมากขึ้น

เมื่อก่อนเราก็เคยคิดแบบที่คนอื่นๆพูด ใช่ ชีวิตเราดูมีความสุขมากๆ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง ไม่มีความอยากมีหรืออยากได้อะไร คือจะยังไงๆก็ได้ เพราะพอใจใจชีวิตหรือในสภาวะแล้ว ไปเรื่อยๆ แต่มั่นคง

แต่พอมีเวลาว่าง จิตจะคิดพิจรณาขึ้นมาว่า นี่ใช่หรือความสุข เรามีความสุขจริงๆหรือ ถ้ามีความสุขจริง ทำไมมีหลายๆครั้งใจเราช่างรู้สึกว่างเปล่า นิ่ง เงียบ ไม่เห็นมีความชื่นชม ยินดี ฟูฟ่องให้สมกับที่ชื่อว่า ความสุข มาแสดงให้เห็นล่ะ

มีหลายครั้งต่อหลายครั้ง เราชอบนอนหรือนั่งหรือยืนหรือทำงานต่างๆ โดยที่จิตรู้อยู่ในกายตลอด เราพอใจสภาวะแบบนี้ ชอบรู้อยู่ในกายแบบนั้น มากกว่าการส่งจิตออกนอก

ถ้าถามว่า สภาวะแบบนี้ใช่ความสุขไหม ลองพิจรณาดู ถ้าเป็นความสุข ต้องมีจิตที่ฟู อิ่มเอิบ สุขแบบบอกไม่ถูก เพราะเรารู้จักสภาวะสุขตัวที่กล่าวมานี้ดี

แต่สภาวะที่ว่ารู้อยู่ในกาย มันไม่ได้มีสภาวะหรือความรู้สึกเหล่านั้นเกิดขึ้น

มันแค่นิ่ง สงบ มีคิดพิจรณาเรื่องต่างๆขึ้นมาเนืองๆ ไม่ใช่ฟุ้ง คิดรู้ว่าคิด แต่มีการพิจรณาเหมือนถอดสภาวะนั้นๆของมาทีละขั้น มันจะเป็นแบบนั้น

ชีวิตทางโลก ความสุขหรือทุกข์ ล้วนเกิดจากการคาดเดา การให้ค่าต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พอใจก็ว่าสุข ประสพความไม่พอใจก็ว่าทุกข์

โฆษณา

ถูกทดสอบ ” สุขไม่มีประมาณ “

 
สภาวะตอนนี้ ถูกทำข้อสอบเกือบทุกวันเลย 2-3 วันมานี่ ถูกทำข้อสอบในเรื่องสมาธิและสภาวะที่เกิดขึ้น
สมาธิเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนสมาธิจะมีกำลังแรงมากๆ จะมีแต่เรื่องอภินิหาร สภาวะแปลกๆเกิดขึ้นบ่อยๆ
 
สภาวะสมาธิในปัจจุบัน กำลังของสมาธิแนบแน่นดี มีกำลังมากขึ้น รู้อยู่กับรูปนามได้ดี
แต่ที่เปลี่ยนไปคือ สภาวะ " สุข " เกิดสภาวะสุขแบบสุขมากๆ สุขแบบบอกไม่ถูก
จิตเสพสมาธิสูงตลอด ดูจากเรื่องลมหายใจจะละเอียดมากๆ จนจับไม่ได้เลย แม่กระทั่งท้องพองยุบนี่จับไม่ได้
จะรู้ที่อกเคลื่อนไหวตามลมหายใจเข้าออก รู้อยู่อย่างนั้นได้ต่อเนื่อง
 
มีสภาวะสุขเกิดแบบสุขมากๆ สุขกว่าทุกๆครั้งที่เจอ แล้วเกิดนานมากๆ เรียกว่านั่งนานเท่าไหร่ก็ได้
แต่พอครบหนึ่งชั่วโมง สมาธิเขาจะคลายตัวเอง ถ้าเรายังจะนั่งต่อ จิตจะเข้าสู่สมาธิได้ต่อทันที แล้วสภาวะสุขก็จะเกิดขึ้นอีก
บางครั้งรู้สึกถึงความเย็นที่แผ่ออกมาจากทรวงอก แล้วรู้สึกเย็นไปทั้งตัว เหมือนเราไปนั่งในตู้เย็น ความเย็นจะเป็นแบบนั้น
 
ยิ่งเวลาแผ่เมตตา กรวดน้ำ ความเย็นจะแผ่ออกมาจากอกและกระจายไปทั่วตัว บางครั้งมีโอภาสร่วมด้วย
ตอนนี้ขณะที่นั่ง โอภาสเกิดน้อยลงกว่าเมื่อก่อน แต่ยังคงมีอยู่
 
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุขใจในการปฏิบัติ เพราะสภาวะที่รู้อยู่กับรูปนามได้ดี
ไม่มีการซัดส่ายหรือส่งจิตออกไปนอกกาย มีสติ สัมปชัญญะรู้อยู่กับกายได้ดี ชัดเจน
ระหว่างปฏิบัติ และเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้วจึงมีแต่ความสุขใจ มีแต่ความอิ่มเอิบใจอย่างเห็นได้ชัด
 
สุขใจในการแผ่เมตตาไม่มีประมาณให้กับคนอื่นๆ โดยไม่หวังผลตอบแทนกลับมาแต่อย่างใด
มีแต่การให้อภัยกับผู้ที่ยังไม่รู้ ที่ยังหลงอุปทานก่อเหตุใหม่ไปด้วยความไม่รู้เนืองๆ
 
เพราะผ่านมาหมดแล้ว รู้จักซอกเล็กซอกน้อย ส่วนลึกสุดๆของจิตตัวเองดีว่าเป็นอย่างไร
จึงเป็นเหตุให้เข้าใจถึงจิตของคนอื่นๆว่าเป็นอย่างไร เพราะไม่ว่าจะจิตเรา จิตเขา หรือจิตใครๆ
ล้วนไม่มีความแตกต่างกันเลยแม้แต่สักนิดเดียว เหมือนกันทุกๆดวงจิต กิเลสมีเหมือนๆกันหมด
 
แต่ที่ทำให้แตกต่าง ล้วนเกิดจากเหตุที่แต่ละคนกระทำลงไปตามกิเลสของตัวเอง เหตุที่ได้สร้างกันขึ้นมา
เป็นเหตุให้แต่ละคนมีกิเลสแต่ละตัวมีมากมีน้อย ทำให้ดูแตกต่างกันไป ตามกิเลสนั้นๆที่สั่งสมมา
 
นรชน ผู้มีปัญญา เป็นภิกขุ มีความเพียร มีปัญญา เครื่องบริหาร
ตั้งตนไว้ในศิล แล้วทำสมาธิจิต และ ปัญญา ให้เจริญอยู่ เธอจะพึงถางรกชัฏอันนี้เสียได้
 

พฤษภาคม 2019
พฤ อา
« เม.ย.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: