โสดาปัตติยังคะ

เมื่อคืนเขียนเกี่ยวกับโสดาบัน ก็นำมาจากที่เคยเขียนไว้ แต่ทำให้ชัดเรื่องหนึ่งว่า

ต่อไป ผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติตามที่พระพุธเจ้าตรัสไว้ ทุกคนไม่ต้องให้ใครมาทำนายว่าคนไหนเป็นโสดา สกิทาคา อนาคามี อรหันต์ เพราะสามารถรู้ด้วยตนเอง ทำกันเองได้นะ

อศัจรรย์มาก ที่เคยคิดว่า สัทธานุสารี สัทธาวิมุตบุคคล อาจจะไม่มีปรากฏขึ้นอีก เพราะไม่มีพระพุทธเจ้า

หลังจากเขียนเมื่อคืน ตอนนั้น มีภาพผุดขึ้นมาให้เห็น เรียงตามลำดับของการปฏิบัติ

.
โสตาปัตติยังคสูตร
โสตาปัตติยังคะ ๔ ประการ

[๑๖๒๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โสตาปัตติยังคะ ๔ ประการนี้
๔ ประการเป็นไฉน? คือ

การคบสัตบุรุษ ๑
การฟังธรรม ๑
การทำไว้ในใจโดยแยบคาย ๑
การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โสตาปัตติยังคะ ๔ ประการนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑๐

.

แบ่งออกเป็น 3

การคบสัตบุรุษ ๑ พระพุทธเจ้า
การฟังธรรม ๑ พระพุทธเจ้า

.

1. การทำไว้ในใจโดยแยบคาย ๑ .การปฏิบัติอนุปาทาปรินิพพาน
คนที่ปฏิบัติตามชื่อว่า สัทธานุสารี

การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑ สมถะและวิปัสสนา
เน้นการเจริญวิปัสสนามากกว่าสมถะ

.

2. การทำไว้ในใจโดยแยบคาย ๑ การปฏิบัติปฏิทาวรรค 2
คนที่ปฏิบัติตามชื่อว่า ธัมมานุสารี

การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑ สมถะและวิปัสสนา
เน้นการเจริญวิปัสสนาและสมถะ พอๆกัน

.

3. การทำไว้ในใจโดยแยบคาย ๑ การดูตามความเป็นจริง(ดับภพ)
คนที่ปฏิบัติตามชื่อว่า กายสักขี

การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑ สมถะและวิปัสสนา
เน้นการเจริญสมถะ-วิโมกข์ 8(สัมมาสมาธิ)มากกว่าวิปัสสนา

.

โดยเฉพาะคำว่า สมถะและวิปัสสนา ต้องตามกับสภาวะที่มีเกิดขึ้นตรงกับคำที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ ไม่ใช่สมถะและวิปัสสนาแบบที่ใช้นิยมใช้กันในปัจจุบัน

โฆษณา

แล้วแต่เหตุปัจจัย

การปฏิบัติ หากเป็นผู้ที่ไม่รู้ปริยัติ

เพียงทำความเพียรต่อเนื่อง และ หยุดสร้างเหตุนอกตัว

สารีบุตร ! อริยอัฏฐังคิกมรรค นี้นั่นแหละ ชื่อว่า กระแส

ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ.

องค์เครื่องโสดาปัตติยังคะ

เวรสูตรที่ ๑
[๒๓๑] ครั้งนั้นแล ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค
ถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคได้ตรัส
กะอนาถบิณฑิกคฤหบดีว่า

ดูกรคฤหบดี ในกาลใดแล อริยสาวกสงบระงับภัยเวร ๕ ประการ
และประกอบด้วย โสตาปัตติยังคะ ๑- ๔ ประการ ในกาลนั้น
อริยสาวกนั้นหวังอยู่ พึงพยากรณ์ตนด้วยตนเองว่า เราเป็นผู้มีนรกสิ้นแล้ว มี
กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว มีอบาย ทุคติและวินิบาตสิ้นแล้ว
เราเป็นโสดาบัน มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า ฯ

อริยสาวกสงบระงับภัยเวร ๕ ประการเป็นไฉน

ดูกรคฤหบดีบุคคลผู้มักฆ่าสัตว์ย่อมประสบภัยเวรแม้ในปัจจุบัน แม้ในสัมปรายภพ
และย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสทางใจ เพราะปาณาติบาตเป็นปัจจัย
อริยสาวกผู้งดเว้นจากปาณาติบาต
ย่อมไม่ประสบภัยเวรแม้ในปัจจุบัน แม้ในสัมปรายภพ และไม่ได้เสวยทุกข
โทมนัสทางใจ อริยสาวกผู้งดเว้นจากปาณาติบาต ย่อมสงบระงับภัยเวรนั้นด้วย
ประการอย่างนี้

ดูกรคฤหบดี บุคคลผู้มักถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ให้ ฯลฯ
ผู้มักประพฤติผิดในกาม ฯลฯ ผู้มักพูดเท็จ ฯลฯ
ผู้มักดื่มน้ำเมาคือ สุราและเมรัยอันเป็นฐานะแห่งความประมาท
ย่อมประสบภัยเวรแม้ในปัจจุบัน แม้ในสัมปรายภพ
และย่อมเสวยทุกข์โทมนัสทางใจ เพราะดื่มน้ำเมา คือ สุราและ
เมรัยอันเป็นฐานะแห่งความประมาทเป็นปัจจัย

อริยสาวกผู้งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา
คือสุราและเมรัยอันเป็นฐานะแห่งความประมาท ย่อมไม่ประสบภัยเวรแม้ใน
ปัจจุบัน แม้ในสัมปรายภพ และย่อมไม่ได้เสวยทุกขโทมนัสทางใจ อริยสาวกผู้
งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นฐานะแห่งความประมาท ย่อม
สงบระงับภัยเวรนั้นด้วยอาการอย่างนี้ อริยสาวกสงบระงับภัยเวร ๕ ประการนี้ ฯ

อริยสาวกเป็นผู้ประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔ ประการเป็นไฉน
ดูกรคฤหบดี อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหว
องค์เป็นเครื่องบรรลุความเป็นพระโสดา ในพระพุทธเจ้าว่า
แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น … เป็นผู้เบิก
บานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม ๑

ย่อมประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหว
ในพระธรรมว่า พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว … อันวิญญูชนจะพึง
รู้ได้เฉพาะตน ๑

ย่อมประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว … เป็นนาบุญของโลก
ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ๑

ย่อมประกอบด้วยศีลอันพระอริยเจ้าพอใจ ไม่ขาด ไม่ทะลุ
ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไทย อันวิญญูชนสรรเสริญ อันตัณหาและทิฐิไม่ถูกต้อง
เป็นไปเพื่อสมาธิ ๑ อริยสาวกเป็นผู้ประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔ ประการนี้ ฯ

ดูกรคฤหบดี ในกาลใดแล อริยสาวกสงบระงับภัยเวร ๕ ประการนี้
และประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔ ประการนี้

อริยสาวกนั้นหวังอยู่ พึงพยากรณ์ตนด้วยตนเองว่า เราเป็นผู้มีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว
มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว มีอบาย มีทุคติ และวินิบาตสิ้นแล้ว เป็นโสดาบัน มีอัน
ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า ฯ

http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=23&A=8632&Z=8670

เวรสูตรที่ ๒

[๒๓๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล อริยสาวกสงบระงับภัยเวร
๕ ประการ และประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔ ประการ ในกาลนั้น อริยสาวก
นั้นหวังอยู่ พึงพยากรณ์ตนด้วยตนเองได้ว่า เรามีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดสัตว์
ดิรัจฉานสิ้นแล้ว มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว มีอบาย ทุคติ และวินิบาตสิ้นแล้ว เรา
เป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้อง
หน้า ฯ

ก็อริยสาวกสงบระงับภัยเวร ๕ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลผู้มักฆ่าสัตว์ ย่อมประสบภัยเวรแม้ในปัจจุบัน แม้ในสัมปรายภพ และ
ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสทางใจ เพราะปาณาติบาตเป็นปัจจัย อริยสาวกผู้งดเว้น
จากปาณาติบาต ย่อมไม่ประสบภัยเวรแม้ในปัจจุบัน แม้ในสัมปรายภพ และ
ไม่ได้เสวยทุกข์โทมนัสทางใจ อริยสาวกผู้งดเว้นจากปาณาติบาต ย่อมสงบระงับ
ภัยเวรด้วยประการอย่างนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มักถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขา
ไม่ให้ ฯลฯ ผู้มักประพฤติผิดในกาม ฯลฯ ผู้มักพูดเท็จ ฯลฯ

ผู้มักดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นฐานะแห่งความประมาท ย่อมประสบภัยเวรแม้ใน
ปัจจุบัน แม้ในสัมปรายภพ และย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสทางใจ เพราะดื่มน้ำเมา
คือ สุราและเมรัยอันเป็นฐานะแห่งความประมาท

อริยสาวกผู้งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นฐานะแห่งความประมาท ย่อมไม่ประสบภัย
เวรแม้ในปัจจุบัน แม้ในสัมปรายภพ และย่อมไม่ได้เสวยทุกข์โทมนัสทางใจ
อริยสาวกผู้งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นฐานะแห่งความ
ประมาท ย่อมสงบระงับภัยเวรด้วยประการอย่างนี้ อริยสาวกย่อมสงบระงับภัย
เวร ๕ ประการนี้ ฯ

อริยสาวกเป็นผู้ประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔ ประการเป็นไฉน ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่
หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า แม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ฯลฯ
เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม ๑ เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่
หวั่นไหวในพระธรรมว่า พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว ฯลฯ อันวิญญูชน
จะพึงรู้เฉพาะตน ๑ ประกอบด้วยความเลื่อมใสไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ว่า พระ
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว ฯลฯ เป็นนาบุญของโลกไม่มี
นาบุญอื่นยิ่งไปกว่า ๑ เป็นผู้ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าพอใจ ไม่ขาด ไม่ทะลุ
ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไทย อันวิญญูชนสรรเสริญ อันตัณหาและทิฐิไม่ถูกต้อง
เป็นไปเพื่อสมาธิ ๑ อริยสาวกประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔ ประการนี้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล อริยสาวกสงบระงับภัยเวร ๕
ประการนี้ และประกอบด้วยโสตาปัตติยังคะ ๔ ประการนี้

ในกาลนั้น อริยสาวกนั้นหวังอยู่ พึงพยากรณ์ตนด้วยตนเองได้ว่า

เราเป็นผู้มีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดสัตว์ดิรัจฉานสิ้นแล้ว มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว
มีอบาย ทุคติ และวินิบาตสิ้นแล้ว

เราเป็นพระโสดาบัน มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา
เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้เป็นเบื้องหน้า ฯ

http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=23&A=8671&Z=8709

องค์เครื่องบรรลุโสดา

พ. สารีบุตร ที่เรียกว่า องค์ที่บรรลุโสดา องค์เครื่องบรรลุโสดา
องค์เครื่องบรรลุโสดา เป็นอย่างไร?

สา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ

สัปปุริสังเสวะ คือ การคบหา สัปปบุรุษ เป็นองค์เครื่อง บรรลุโสดา

สัทธรรมเสาวนะ คือ การฟังพระสัทธรรม เป็นองค์เครื่อง บรรลุโสดา

โยนิโสมนสิการ คือ การมนสิการ โดยแยบคาย เป็นองค์เครื่อง บรรลุโสดา

ธัมมานุธัมมะปฏิปัตติ คือ การปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรม เป็นองค์เครื่อง บรรลุโสดา

พ. ดีละ ดีละ สารีบุตร
สัปปุริสังเสวะ เป็นองค์เครื่อง บรรลุโสดา
สัทธรรมเสาวนะ เป็นองค์เครื่อง บรรลุโสดา
โยนิโสมนสิการ เป็นองค์เครื่อง บรรลุโสดา
ธัมมานุธัมมะปฏิปัตติ เป็นองค์เครื่อง บรรลุโสดา

สารีบุตร ที่เรียกว่า โสดา
โสดา เป็นอย่างไร?

สา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อริยมรรค มีองค์ ๘ คือ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ นี้แหละเป็น โสดา

พ. ดีละ ดีละ สารีบุตร อริยมรรค มีองค์ ๘ คือ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ นี้แหละเป็น โสดา

สารีบุตร ที่เรียกว่า บรรลุโสดา คือใคร?

สา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ผู้ใดประกอบด้วยอริยมรรค มีองค์ ๘ นี้ ผู้นี้เรียกว่า ผู้บรรลุโสดา
ท่านผู้นี้ มีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้

พ. ดีละ ดีละ สารีบุตร ผู้ใดประกอบด้วยอริยมรรค มีองค์ ๘ นี้ ผู้นี้เรียกว่า ผู้บรรลุโสดา
ท่านผู้นี้ มีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้

หมายเหตุ:

ถ้าแปลเป็นภาษาปัจจุบัน ก็สิ่งที่ได้เขียนๆให้อ่านกัน จากสภาวะ ที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง

พฤษภาคม 2019
พฤ อา
« เม.ย.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: