ทำความสะอาด เครื่องซักผ้า

เคยดมกลิ่นในเครื่องซักผ้า ของตัวเองกันบ้างไหม?

วลัยพร เหมือนคนโรคจิตนะ เวลาซักผ้าเสร็จ ชอบดมกลิ่นเนื้อผ้า ชอบดมกลิ่นในเครื่องซักผ้า เครื่องซักผ้าที่บ้าน จะมีกลิ่นสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ และเหม็นคาว

หากไม่ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า ทุกครั้ง ที่ใช้เสร็จ จะทำให้มีกลิ่นเหม็นในเครื่อง ตามขอบเครื่อง มีแต่คราบดำๆ ถุงกรองเศษผ้า ดำปิ๊ดปี๋ หรือเวลาปั่นผ้า ผ้าจะมีเศษขุยๆขึ้น

เคยใช้เครื่อง ที่มีตัวกรองเศษ เป็นถุงผ้า ถุงผ้านั้น เวลาทำความสะอาด ต้องล้างแล้วล้างอีก และต้องซัก ไม่งั้นจะมีสภาพอย่างที่บอกไปคือ ดำปิ๊ดปี๋

เมื่อซื้อเครื่องใหม่ จึงซื้อตัวกรองเศษ เป็นแบบแผ่นกรอง แผ่นกรองนี้ เป็นพลาสติก ตัวแผ่นแข็งแรง

เวลาทำความสะอาด หลังปั่นหมาด แกะเอาเศษที่ค้างอยู่ในแผ่นกรองออกทุกครั้ง ล้างน้ำธรรมดา แล้วใส่เข้าไปที่เดิม

เช่น ซักด้วยผงซักฟอกเสร็จ ปั่นหมาดเสร็จ เอาแผ่นกรองออกมาล้างทำความสะอาด เสร้จแล้ว ใส่กลับที่เดิม

ซักน้ำดีเสร็จ ปั่นหมาดเสร็จ จ เอาแผ่นกรองออกมาล้างทำความสะอาด เสร็จแล้ว ใส่กลับที่เดิม

ซักด้วยน้ำยาปับผ้านุ่มเสร็จ แช่ทิ้งไว้ในเครื่องสัก ๑๐ นาที แล้วกดระบบซักอีกรอบ เสร็จแล้ว ปั่นหมาดเสร็จ จ เอาแผ่นกรองออกมาล้างทำความสะอาด เสร็จแล้ว ใส่กลับที่เดิม

การปั่นหมาด ให้ดูที่เวลา ถ้าเหลือ ๔หรือ ๕ นาทีพอ หยุดเคื่อง ไม่ต้องปั่นจนเสร็จ

ถ้าทำแบบนี้ ผ้าที่ปั่น จะไม่ขึ้นขุย และไม่มีเศษต่างๆติดตามเนื้อผ้า บางครั้งขึ้นขุยสีขาวๆ

ไม่ได้ใช้ระบบซักอัตโนมัติ เพราะรู้สึกว่า เปลืองน้ำ เปลืองไฟ ใช้วิธี ตั้งเวลาในการใช้งานแต่ละรอบ

การนำแผ่นกรองเศษต่างๆ ออกมาล้างทุกๆครั้ง หลังการใช้งาน ทำให้เครื่องไม่สกปรก ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวหรือเหม็นอัน ช่วยรักษาความสะอาดให้กับเนื้อผ้าด้วย

เมื่อเลิกใช้งานแล้ว ให้เอาผ้าชุบน้ำ บิดหมาด มาเช็ดทำความสะอาด ตามขอบภายในเครื่อง เช็ดให้หมด จะทำให้ ตามขอบไม่เกิดคราบดำ ตามสภาพการใช้งาน

และเช็ดรอบๆด้านนอกของตัวเครื่อง

ทำแบบนี้ได้ จะมีเครื่องซักผ้า ที่มีสภาพใหม่ สะอาด สภาาพภายใน เวลาจะใช้งาน พอเปิดฝาขึ้น จะมีกลิ่นสะอาด ไม่มีกลิ่นอับหรือเหม็นอับ

โฆษณา

๒๓ เมย.๕๕ (แปรงฟันให้เครื่องซักผ้า)

ทำตามสภาวะ

การตากผ้า ก็ทำให้เกิดเหตุได้นะ หากคนๆนั้นเคยสร้างเหตุร่วมกันมา

ที่อยู่ เป็นตึกสูง จะเรียกคอนโดหรือเรียกอะไรก็ได้ แต่ก็คือตึก อยู่ชั้นที่ ๑๕ ไม้หนีบที่บ้าน มีหลายขนาด หลายแบบ ซื้อที่ร้านเขียนว่า ๒๐ บาท ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ ตามป้ายเขียนไว้ทั้งหมด

หลังห้อง จะมีเหล็กทำเป็นที่กั้นไว้ เวลาตากผ้าขนหนู จะใช้ไม้หนีบครั้งละ ๓ ตัว ขนาดพอดีกับเหล็ก ตากมาเป็นปีแล้ว ไม่มีการร่วงหล่นลงไปข้างล่าง วันนี้เป็นเหตุให้กับคนอื่นจนได้

วันนี้โดนข้างห้องนินทาแบบเผาขน

ข้างห้องน่ะเขาว่า ห้องผู้เขียนเป็นลาว (คงได้ยินเวลาเราคุยกับ darling ) ผู้เขียนน่ะ เกิดที่สัตหีบ ต่อมาทำงานที่สมุทรปราการ และปัจจุบันอยู่กทม. แถวเดอะมอลล์บางกะปิ
darling เป็นคนจ.แพร่ เวลา คุย ชอบพูดคำเมือง เป็นเรื่องปกติที่จะชอบพูดแบบนั้น ผู้เขียนก็พูดได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งเหมือนกัน

พอดีกำลังเขียนบันทึกอยู่ ประตูห้องเปิด คงเจตนาให้เราให้ยินมั๊ง ก็ได้ยินแบบชัดๆ เขาพูดว่า คือเขาพูดกับคนในครอบครัวเขา และช่างที่มมาซ่อมแซมห้อง เขาพูดว่า

“ห้องนั้นน่ะเป็นลาว ดูตากผ้าขนหนูสิ ผ้าร่วงลงไปก็เป็นเรื่อง อย่าตากผ้าแบบนี้นะ เพราะอยู่รวมกับคนอื่น ทำแบบนี้ประมาท”

เราก็ตากแบบนี้มาเป็นปีแล้ว ลมแรงแค่ไหน ผ้าไม่เคยร่วงลงไปข้างล่าง ไม้หนีบหนาแน่นขนาดนั้น ถ้ามีการร่วงแบบนั้น คงเลิกตากไปนานแล้ว

นี่แหละ เหตุของคนอื่น แต่มีเราเป็นเหตุ เออนะ โทษของความไม่รู้ ทำไมสายตาต้องมาคอยสอดส่องพฤติกรรมของชาวบ้าน สิ่งที่ควรทำ คือ สนใจดูแลคนในครอบครัว ว่าอยู่ดีมีสุขหรือเปล่า

ครอบครัวที่มีความสุขน่ะดูง่าย ไม่มีการนินทาว่าร้ายผู้อื่นให้ได้ยิน ในครอบครัวมีแต่ความเย็นใจ คนทำงานนอกบ้าน กลับมาบ้านไม่มีเรื่องจุกจิกกวนใจ ไม่มีการคอยตามดูว่าไปที่ไหน ทำอะไรมาบ้าง ไม่มีการสอดรู้สอดเห็นคอยตามเช็คพฤติกรรมของอีกฝ่าย ไม่คอยเช็คกระเป๋าสตางค์ คืออะไรที่เป็นแล้วเป็นกรณีวิวาทกันนั้นไม่มีเลย

คำโบราณจึงมีกล่าวไว้ว่า “ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า” ใครทำอย่างไร นั่นเหตุของเขา เราว่าเขา เขาก็ว่าเรา ไม่รู้จักจบจักสิ้น มีแต่เหตุแล้วก็เหตุ

แปรงฟันให้เครื่องซักผ้า

เครื่องซักผ้า ไม่แตกต่างจากร่างกายของคน หลังซักผ้า คราบสกปรกจะมีติดตามขอบถัง หากไม่ทำความสะอาด คราบจะฝังลึก ไม่แตกต่างกับฟันที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ฟันจะมีคราบ ฟันผุ เหงือกจะอักเสบ สุดท้ายต้องพึ่งพาฟันปลอม

เครื่องซักผ้าก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต เป็นเพียงอุปการณ์เสริมความสะดวก ประหยัดเวลาในการทำงานบ้านหลายๆอย่างพร้อมๆกัน เช่น สามารถเขียนหนังสือ เย็บผ้า ทำความสะอาดบ้าน ดูหนัง เล่นเกมส์ สามารถทำได้หลายๆอย่าง สลับไปมา เป็นงานที่ทำให้เกิดสภาวะจิตตั้งมั่นได้อย่างง่ายดาย อาจจะใช้เวลาสั้นๆหรือหลายชม.ในการทำสิ่งเหล่านี้

๒๙ มีค. ๕๕ (ซักผ้าไม่ให้มีกลิ่นเหม็นอับ)

นั่ง ๓ ชม.

วิธีซักผ้า ไม่ให้มีกลิ่นเหม็นอับ

การใส่น้ำยาซัผ้าชนิดเหลว ยี่ห้อใดก็ได้ กลิ่นใดก็ใส่ ใส่ผสมลงไปกับผงซักฟอก จะช่วยให้กลิ่นอับในผ้าหายไป

ปริมาณในการใส่ ใส่มากหรือน้อย ให้ดูปริมาณผ้าที่จะซัก ถ้าจะให้มีกลิ่นสะอาดมากขึ้น ควรแช่ผ้าในน้ำยาปรับผ้านุ่ม หลังจากซักน้ำดีแล้ว ยี่ห้อใดก็ได้ตามชอบ

ส่วนผงซักฟอก ที่โฆษณาในเชิงว่า ไม่ง้อแดด ลดกลิ่นอับ ลองมาหมดแล้ว ไม่จริงตามที่โฆษณา

ความใสซื่อของเด็กน้อย

เหตุเกิดที่โลตัส

ตอนนั้นกำลังยืนรอจ่ายเงินค่าสินค้า สิ่งที่ซื้อมากที่สุดคือ น้ำยาปรับผ้านุ่ม จะซื้อเดือนละครั้ง ซื้อครั้งละหนึ่งโหล

ที่บ้านใช้เยอะมาก ทั้งเสื้อผ้า ผ้าขนหนู ถุงเท้า ผ้าขีริ้ว เรียกว่าผ้าทุกชนิดแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มเหมือนกันหมด

ระหว่างที่ยืนรอจ่ายเงิน มีเด็กผู้ชายมากับคุณพ่อ เด็กน้อยถามว่า “คุณน้าครับ ที่บ้าน เครื่องมันกินน้ำยาหรือครับ?”

ฟังครั้งแรกก็เล่นเอางง น้ำยาอะไรหว่า เลยถามกลับไปว่า “กินน้ำยาอะไรหรือคะ?”

เด็กน้อยตอบว่า “น้ำยาปรับผ้านุ่มครับ”

เล่นเอาเราฮาเลย ก็บอกเขาว่า ซื้อเดือนละครั้งค่ะ ที่บ้านใช้เยอะค่ะ ไม่เกี่ยวกับเครื่องค่ะ

วันก่อน น้ำยาซักผ้าชนิดเหลวยี่ห้อไฟท์ ลดราคาซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ถือว่าถูกมากๆ ๘๐๐ ซีซีต่อหนึ่งถุง ราคา ๕๐ บาท เท่ากับ ๒๕ บาทต่อถุง ซื้อยกลังมา ๙ ลังๆหนึ่งมี ๑๒ ถุง ถูกกว่าทุกๆยี่ห้อที่เคยซื้อมา

เป็นคนชอบซื้อของลดราคา แต่ก็เลือกซื้อ ถ้าเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือผงซักฟอกหรือของใช้อื่นๆจะไม่ซื้อตุน เพราะลดตลอด แต่ละยี่ห้อผลัดกันลด

สินค้าทุกชนิดไม่ได้แพงอย่างที่คิด ถ้ารู้จักจับจ่าย และขึ้นอยู่กับเหตุที่ทำมาและที่กำลังสร้างขึ้นมาใหม่

เพราะไม่ว่าของจะแพงหรือถูก มันก็เป็นของมันอย่างนั้นอยู่แล้ว

การเตรียมผ้าก่อนซัก

ก่อนจะนำผ้าไปซัก ควรแยกผ้าสีกับผ้าขาวออกจากกัน แยกชุดชั้นใน แยกกางเกงกับเสื้อ แยกไว้เป็นกองๆ ส่วนผู้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ ถุงเท้า กองรวมไว้ด้วยกัน

เสื้อ

ควรกลับด้านในออก ก่อนที่จะนำไปซัก อย่างน้อยๆช่วยป้องกันเส้นใยผ้าอื่นๆมาเกาะติด และช่วยให้เนื้อผ้าไม่เป็นขุย เวลาใช้เรื่องซักผ้า

ให้ปลิ้นกระเป๋าเสื้อ เพราะจะมีเศษเส้นใยผ้าตกค้าง ให้ดึงออกให้หมด บางครั้งเป็นเศษชายผ้าลุ่ยๆ ให้ใช้กรรไกรเล็มทิ้งไปให้หมด บางคนลืมกระดาษทิชชูใส่ไว้ที่กระเป๋าเสื้อก็มี เมื่อไม่ได้ปลิ้นกระเป๋าเสื้อ เศษทิชชูจะเป็นปัญหาต่อเสื้อผ้าตัวอื่นๆ

เหตุที่ต้องทำเช่นนี้

ให้สังเกตุที่กระเป๋าเสื้อ ถ้าไม่ได้ทำความสะอาดแบบนี้ กระเป๋าเสื้อจะมีรอยดำๆปรากฏให้เห็นที่ก้นกระเป๋า เมื่อซักบ่อยๆโดยไม่นำเศษสิ่งเหล่านี้ออก เส้นใยเหล่านี้แหละจะออกมาปนกับน้ำที่ซักเสื้อรวมกัน เศษเส้นใยเหล่านี้จะกระจายไปตามเสื้อยืด ทำให้เสื้อยืดเสียได้ เพราะเศษใยเหล่านี้ฝังติดในเสื้อ

กางเกง

ควรกลับด้านในออก ก่อนที่จะนำไปซัก อย่างน้อยๆช่วยป้องกันเส้นใยผ้าอื่นๆมาเกาะติด และช่วยให้เนื้อผ้าไม่เป็นขุย เวลาใช้เรื่องซักผ้า

ควรปลิ้นกระเป๋ากางเกงทั้งหมด เพราะที่ก้นกระเป๋า จะมีเศษเส้นใยต่างๆฝังแน่นอยู่ รูดออกให้หมด บางทีเป็นเส้นขุยๆ ให้ใช้กรรไกรตัดขอบให้เรียบ อย่าใช้วิธีดึง จะทำให้เส้นด้ายรันได้

จำพวกผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ ถุงเท้า นำมาซักรวมกันได้ บางคนอาจจสงสัยว่า ถุงเท้าที่ใส่แล้ว จะนำมาซักรวมกับผ้าเหล่านี้ได้ยังไง ไม่มีกลิ่นเหม็นเหรอ

อีกอย่างหนึ่ง คือ ถ้าถุงเท้าไม่มีกลิ่น ควรจะนำไปซักรวมกันแบบนั้นหรือ

ก็แล้วแต่นะ บางคนอาจจะถือ ที่บ้านไม่ถือ เพราะพวกผ้าปู ปลอกหมอน ผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ ถุงเท้า จะซักรวมกกัน ที่ไม่มีกลิ่น เพราะแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยกัน ถึงไม่แช่ก็ไม่มีกลิ่น ประหยัดทั้งเวลา น้ำยาในการซักผ้า

ที่บ้าน darling จะใส่ถุงเท้าซ้อนกัน ๒ คู่ อาทิตย์หนึ่งเท่ากับ ๒๔ ชิ้น ส่วนตัวเองใช้วันละคู่ เท่ากับ ๑๒ ชิ้น ๒ คนใช้รวมกันเท่ากัน ๓๖ ชิ้น จะให้มานั่งซักมือเนี่ยนะ เมื่อยตายเลย เปลืองทั้งน้ำยา ทั้งน้ำปะปา เสียเวลานั่งขยี้ ใส่เครื่องไปเลยพร้อมๆกับผ้าปู ปลอกหมอน กางเกงยีนส์ ผ้าขนหนู(ผ้าสี)

วิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบประหยัด

๙ มีค.

การใช้เครื่องซักผ้าที่ช่วยประหยัดทั้งน้ำและไฟ แถมได้ออกกำลังกาย ได้เจริญสติ ได้ทั้งสติ สัมปชัญญะ สมาธิ และดีไม่ดี อาจจะได้ตัวปัญญาเป็นของแถมพิเศษ

เวลาใช้ อย่าตั้งเครื่องแบบอัตโนมัติ ให้ตั้งระบบซักแบบธรรมดา คือ ซักเป็นซัก ปั่นเป็นปั่น ไม่กดตั้งเวลาอัตโนมัติในการซัก

จะใช้สายยางต่อน้ำเข้าเครื่องก็ได้ โดยถอดข้อต่อกับหัวของเครื่องซักผ้าออก จะเหลือขั้วที่ก๊อก นำสายยางไปเสียบแทน

ระหว่างรอน้ำ ให้แยกผ้าออกเป็นกองๆ ผ้าขาว ผ้าสี เสื้อ กางเกง กางเกงยีนส์ ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ชุดชั้นในฯลฯ

กลับผ้าด้านนอกไว้ข้างใน เวลาซัก ผ้าจะเป็นริ้วรอยน้อยกว่า ซักแบบไม่กลับด้าน

ผ้าขาว

ให้แช่ผ้าขาวค้างคืนไว้ก่อน ๑ คืน เพื่อทำให้ผ้าขาวซักทำความสะอาดได้ง่าย ขอบขากางเกงที่ว่าดำๆนี่ออกหมด ไม่มีคราบสกปกรกหลงเหลืออยู่ ช่วยได้เยอะมากๆ ส่วนที่ปกเสื้อ

บางครั้งการซักด้วยเครื่องอาจจะขจัดคราบไม่หมด ให้ซักด้วยมืออีกครั้งหนึ่ง โดยใช้สบู่เหลวหรือน้ำยาซักผ้าชนิดเหลวแทน จะออกได้ง่าย และปกเสื้อไม่เป็นขุยหรือทำให้ขาดง่ายแต่อย่างใด

เมื่อซักผ้าขาวเสร็จ ให้นำไปซักทำความสะอาดข้างนอก เสร็จแล้วแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มรอไว้ เพื่อปั่นแห้ง

ชุดทำงาน

สำหรับผ้าขาวที่ใช้วิธีแยกซักข้างนอก นำน้ำที่ซักผ้าขาว เติมในเครื่องซักผ้า นำผ้าสีใส่เครื่องต่อ เช่นพวกเสื้อ กางเกง ชุดชั้นใน กางเกงใน ปลอกหมอน เติมผงซักฟอกหรือน้ำยาชนิดเหลวลงไป หรือทั้งสองชนิด แล้วแต่จะใช้ตามสะดวก

สำหรับชุดชั้นใน กางเกงใน จะใส่หรือไม่ใส่ถุงสำหรับซัก หรือใส่ในปลอกหมอน เพื่อทำให้อายุการใช้งานของเนื้อผ้า ไม่หมดสภาพไปก่อน หรือถ้ากลัวซักไม่เกลี้ยง กลัวไม่เข้าถึงเส้นใยของผ้า จะใส่หรือไม่ใส่ ตามสะดวก

เมื่อซักผ้าสีเสร็จ ซักผ้าที่เหลือ เช่น เสื้อผ้าใส่อยู่บ้าน ผ้าปูที่นอน เสื้อยีนส์ กางเกงยีนส์ ผ้าถุง ผ้าขนหนู ถุงเท้า ซักรวมกันครั้งเดียวได้หมด หรือจะแบ่งครึ่งก็ได้ ถ้าผ้าเยอะ

ในการซักผ้าแต่ละครั้ง ให้บิดน้ำออกจากผ้าขึ้นมาก่อน นำผ้าขึ้นจากถัง ปล่อยน้ำทิ้ง โดยกด drain เมื่อน้ำถูกทิ้งไปหมดแล้ว จะมีคราบเศษฝุ่น เศษผง เศษด้ายต่างๆ อยู่ที่ก้นถังเครื่องซักผ้า และที่แผ่นกรอง หยิบเศษๆทั้งหลายออกทิ้ง นำน้ำสะอาดล้างเครื่องอีกที ไม่ให้มีคราบต่างๆเหลืออยู่

ตัวกรองเศษผ้าทั้งหลายที่อยู่ในเครื่อง นำออกมาล้างก่อนที่จะนำผ้าลงไปปั่นหมาดหรือปั่นแห้ง คือ ให้ดูก่อน ถ้ามีให้นำตัวกรองมาทำความสะอาด ไม่งั้น เศษผ้าเหล่านั้น จะก่อให้เกิดความสกปรกเป็นขุย เป็นคราบแก่เสื้อผ้าตัวอื่นๆ

การปั่นหมาดและปั่นแห้ง

สำหรับชุดชั้นใน กางเกงใน ในการปั่นหมาดและปั่นแห้งทุกครั้งหรือไม่ก็ใส่ในปลอกหมอน ถ้าไม่ต้องการเสียเงินค่าซื้อถุงสำหรับใส่ผ้าซัก

ถุงเท้า และผ้าขนหนูสีอ่อน เวลาปั่นหมาดและปั่นแห้ง ให้ใส่ถุงหรือใส่ปลอกหมอน ในการปั่นหมาดและปั่นแห้งทุกครั้ง

ซักน้ำดี

ก่อนจะนำผ้าไปซักน้ำดี ให้นำผ้าทั้งหมด ปั่นหมาดก่อน

รอบแรก ปั่นหมาดผ้าชุดแรก รอบสอง ปั่นหมาดผ้าที่เหลืออยู่ นำผ้าออกจากถัง พักรอไว้ซักน้ำดี

ใส่น้ำลงในถัง แล้วแต่จำนวนผ้า ที่บ้านใส่เต็มถัง ๑๓ กิโล เพราะซักผ้าทั้งหมด อาทิตย์ละครั้ง ฉะนั้น จึงใส่น้ำครั้งเดียว ทั้งซักน้ำยา+ผงซักฟอก และเวลาซักน้ำดี

เวลาซักน้ำยา+ผงซักฟอก จะตั้งเวลาในการซัก ส่วนซักน้ำดี จะไม่ใช้เครื่องซัก แต่ใช้มือซัก เพราะง่ายต่อการทำความสะอาด

เวลาจะแช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม หลังจากแช่ผ้าขาว เมื่อนำผ้าขาวขึ้นมาแล้ว ให้เติมน้ำลงไปใหม่ เติมน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปอีกนิด เท่านี้จะช่วยประหยัดน้ำยาปรับผ้านุ่ม แต่ยังคงมีประสิทธิภาพในการใช้งานเหมือนเดิม

เวลาแช่ผ้า ควรหาฝามาปิดผ้าที่กำลังแช่น้ำยา เพราะน้ำยาปรับผ้านุ่มจะทำงานได้ดีกว่าเปิดฝาทิ้งเอาไว้

บางคนชอบแบบอัตโนมัติ การใช้เครื่องสามรถใช้ได้ตามโปรแกรมที่มีเขียนโชว์แปะไว้ ถ้ามีการใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ให้ใช้โปรแกรมที่เขียนว่าน้ำยาปรับผ้านุ่ม

ถ้าไม่ใส่นำยาปรับผ้านุ่ม ให้ตั้งโปรแกรมเครื่องแบบปกติ

วิธีต่อสายยางเข้าเครื่องซักแบบอัตโนมัติ

ให้ซื้อหางปลาไหล  ไม่ใช่หางปลาไหลที่เป็นปลาไหลจริงๆ  แต่เป็นชื่อเรียกของชิ้นส่วนที่นำมาต่อสายยางเข้าเครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติ

ซื้อแหวนขนาดเดียวกับสายยางที่จะใช้ต่อเข้ากับเครื่อง

วิธีประกอบ

ซื้อสายยางมาก่อน ความยาวตามต้องการ

ถอดแยกชิ้นส่วนของตัวที่จะเสียบก๊อกออก

ให้ใส่หัวท่อที่มากับเครื่องซักผ้า ใส่กับก๊อก ไขน็อตให้เรียบร้อยก่อน

นำหางปลาไหลมาต่อที่สายยางทั้งสองด้าน แล้วนำไปต่อที่หัวก๊อกที่เตรียมไว้แล้ว อีกด้านนำไปต่อกับสายต่อเข้าเครื่อง

เท่านี้ก็ประหยัดเงินไปหลายๆบาท  นี่ได้ความรู้มากจากน้องสาว ที่ทำงานอยู่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า น้องบอกว่า ไม่ต้องไปซื้อท่อที่จะต่อเข้าเครื่องใหม่ อันนั้นแพง ให้ใช้สายยางกับหางปลาไหลต่อเข้าไปแทน

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: