เบื่อหน่าย

๙ มิย.๕๗
รู้ชัดในทุกข์ เห็นเหตุปัจจัยที่มีอยู่ และ เหตุแห่งทุกข์(การสร้างเหตุนอกตัว) ที่มีอยู่ ทำให้เกิดความรู้สึก เบื่อหน่ายยิ่งนัก

ยิ่งรู้ชัดมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย มากขึ้น

เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดการ สำรวม สังวร ระวัง ในทุกๆการกระทำมากยิ่งขึ้นกับผู้ที่มีเหตุปัจจัยต่อกัน

 

มนุษย์ถ้ำ

ชอบความเป็นมนุษย์ถ้ำ คือ รู้ชัดอยู่ภายในกายและจิตเนืองๆ

หนีไม่พ้น

เนื่องจาก เหตุปัจจัยที่มีอยู่(อดีตและกิเลส) และเหตุที่กระทำออกไป(วจีกรรม กายกรรม) ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ที่ยังมีอยู่

เมื่อเหตุมี ผลย่อมมีอยู่

แม้ไม่คิดข้องเกี่ยวกับเรื่องนอกตัว หากยังมีเหตุปัจจัยอยู่กับสิ่งนั้นๆ เหตุของ สติที่ยังไม่ทันต่อผัสสะที่เกิดขึ้น

เป็นเหตุให้ หลุดออกไปแล้ว ผลกระทบกลับมา ใครล่ะทุกข์ เราเป็นคนสร้าง ก็ต้องรับผลไปตามนั้น

เหตุของการพยายามไม่สร้างเหตุ

เพราะ รู้ชัดในทุกข์ ที่เกิดขึ้น ความทุกข์ทางกาย(สุขภาพ) ความทุกข์ทางใจ(ความบีบคั้น เพราะต้องอดกลั้น กดข่มตัวเองในบางครั้ง เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น)

การที่พยายามไม่สร้างเหตุนอกตัว ไม่ได้ให้ค่าให้ความสำคัญ สิ่งที่เรียกว่า ศิล ไม่ได้กลัวการผิดศิล

ไม่ใช่ยึดติดที่เรียกว่าดี/ชั่ว ถูก/ผิด บุญ/บาป คุณ/โทษ กุศล/อกุศล คำเหล่านี้ ล้วนเกิดจากการให้ค่าตามความยึดมั่นถือมั่น เหตุจาก ความไม่รู้ที่มีอยู่

ที่พยายามไม่ข้องเกี่ยวนอกตัว เพราะ กลัวทุกข์

ทุกข์อันดับแรกคือ ทุกข์ของการเวียนว่าย ในสังสารวัฏ

ทุกข์ต่อมา คือ สุขภาพร่างกาย ได้แก่ ความเจ็บป่วย

ทุกข์ใจ คือ ความบีบคั้น เวลาที่พยายามกดข่ม อดกลั้นพยายามไม่ตอบโต้ กับการกระทำที่ผู้อื่นทำกับเรา(ไม่เคยกล่าวโทษอีกฝ่าย แต่กลับเห็นใจในความไม่รู้ที่มีอยู่ของอีกฝ่าย มีจิตคิดพิจรณาเนืองๆ หากไม่เคยทำไว้ จะเอาผลมาจากไหน

ทุกข์ที่เกิดขึ้น ดับหายไปเอง โดยไม่ต้องกำหนดอะไร มันก็แค่ ความรู้สึกเกิดขึ้นชั่ว ขณะ หากไม่นำมาเป็นอารมณ์ การสร้างเหตุออกไป ย่อมไม่มีเกิดขึ้น)

รู้ชัดในความทุกข์กายที่เกิดขึ้น(ความเจ็บป่วย) เช่น เคยฆ่าสัตว์ แม้จะเป็นสัตว์เล็ก สัตว์ที่โตขึ้น(หนู) ไม่ว่าจะฆ่าโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ผลได้รับหมด

เช่น มอดขึ้นข้าวสาร ความเสียดายข้าว จะทิ้งข้าว ก็เสียดาย ความเสียดายเลยเอาข้าวไปใ่ตู้เย็น อย่างน้อย มอดจะได้ตายเย็น ดีกว่า ตากแดดตาย

ผลที่ได้รับ ความเจ็บป่วย เป็นไข้ทับฤดู เกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่รอดมาได้ เพราะ เอาการทำความเพียรเข้าสู้กับความเจ็บป่วย

เคยฆ่าหนู โดยไม่ได้เจตนา หนูขึ้นห้อง ใช้กรงดักหนูจับได้ เอาลงมาไว้ใกล้ห้องทำงาน กะว่า จะปล่อยเข้าป่าไป

ทำงานจนหมดเวลา ลืมเรื่องกรงหนู คืนนั้นฝนตกหนัก น้ำท่วม เช้ามนึกขึ้นได้ ไปดูกรง หนูนอนตายในกรง

ผลที่ได้รับคือ หนูอาละวาดที่บ้าน มากันเยอะมาก กัดทำลายข้าวของ ต้องเสียเงินซื้อตู้ไม้ใส่ของ ตู้ลิ้นชักพลาสติก เอาไม่อยู่ หนูกัดกระจุย

ใช้วิธีหลังทำความเพียร กล่าวขออโหสิกรรม แผ่เมตตา กรวดน้ำ ที่ทำมาต่อเนื่อง

ต่อมา มีแม่แมวคาบลูกมาทิ้งหลังบ้าน พอมีลูกแมวอยู่ในบ้าน หนูหายหมดเกลี้ยง

ฆ่าปลวก ตอนนั้นยังทำงานอยู่ ปลวกขึ้นลังหนังสือ ขึ้นเยอะมาก เอาไปทิ้งที่สนามหญ้าหน้าที่พัก คนงานเอาน้ำมันราด จุดไฟเผา ผลคือ มีเหตุบางอย่าง ให้สองคนผัวเมีย ต้องออกจากงาน ส่วนวลัยพร คันทั้งตัว(ลมพิษขึ้น)

เรื่องปลวก นานจนลืมไปหมดแล้ว ต่อมามีเหตุให้ต้องฆ่าปลวกอีกครั้ง เพราะ ไม่อยากให้คนแก่ทำ ตัดสินใจทำเอง เอาน้ำมันราด คิดว่า ปลวกคงจะหนีไป(ตามตำราว่าไว้)

ที่ไหนได้ ปลวกตายเป็นเบือ เห็นแล้วเศร้าใจ ตกกลางคืน นอนไม่ได้เกือบทั้งคืน คันทั้งตัว ต้องลุกอาบน้ำกลางคืน ยาก็ไม่มีกิน เข็ดจริงๆ กับเรื่องปลวกๆ

พอเจอเหตุใหม่ เกี่ยวกับปลวกอีก ครั้งนี้ยอมเลย ไม่เอาแล้วความทุกข์กาย ทรมาณจริงๆ ใครอยากทำอะไรก็ทำ เราไม่ยุ่ง

นี่คือ เหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิดการหยุดสร้างเหตุนอกตัวมากขึ้น เพราะ ความทุกข์ทางกาย(ความเจ็บป่วย) และความทุกข์ทางใจ

ที่ไม่คิดทำ เพราะ ไม่อยากสร้างเหตุแห่งทุกข์ ให้เกิดขึ้น

ไม่ใช่เพราะ ความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เรียกว่า ศิล หรือคำเรียกต่างๆ ที่ยึดมั่นถือมั่น ตามความถูกใจตนเป็นหลัก

แต่ทำเพราะ กลัวทุกข์ ไม่อยากทุกข์ เบื่อมากกกก

เมื่อรู้ชัดในวิธีการกระทำเพื่อดับเหตุแห่งทุกข์
จึงเลือกที่จะหยุด มากกว่า สานต่อ

หนีไม่พ้น

ยิ่งหลบ ยิ่งเจอ แต่ยังดีกว่าวิ่งเข้าไปหาเอง

ทุกคน ต้องเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ในชีวิตของตนเอง

รู้ชัดในทุกข์ รู้ชัดในรายละเอียดของทุกข์ที่เกิดขึ้น ในแต่ละขณะๆๆ

วันใด จิตเกิดความเบื่อหน่ายกับทุกข์ที่เกิดขึ้น จะเกิดการหยุดสร้างเหตุนอกตัวมากขึ้น ตามเหตุปัจจัยในความรู้ชัดของทุกข์ ที่เกิดขึ้นนั้นๆเอง

จงจำไว้ว่า ไม่ว่าจะกระทำสิ่งใดลงไป ไม่ว่าสิ่งที่กระทำลงไปนั้น ทำไปด้วยความรู้สึกนึกคิดใดๆก็ตาม

ขึ้นชือว่า กรรมหรือการกระทำ ที่เกิดจากความรู้สึกนึกคิด(มโนกรรม) ปล่อยให้ก้าวล่วง(ชาติ) ออกไปทางวจีกรรม กายกรรม ล้วนเป็นเหตุของการสร้างเหตุของการเกิดภพชาติปัจจุบัน

ชรามรณะ(โลกธรรม ๘)

โสกะ ปริเทวะ ทุกขโทมนัส อุปยาส

จึงมีบังเกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างเหตุแห่งทุกข์ ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง

การพยายามหยุดสร้างเหตุนอกตัว ไม่สรา้งเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น นี่คือ วิธีการกระทำเพื่อ ดับเหตุแห่งทุกข์

เมื่อไม่มีเหตุ ผลจะมาจากไหน ที่ยังมีเหตุต่อกันอยู่ เพราะยังมีหลงสร้างให้เกิดขึ้นอยู่

โฆษณา

กันยายน 2019
พฤ อา
« ส.ค.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: