เมื่อตายไปก็ไม่ มาสู่โลกนี้อีก

เจ้านายถามว่า แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ไม่ต้องมาเกิดอีก

ตอบไปว่า รู้นะ อธิบายแบบหยาบๆ อธิบายรายละเอียดไม่ได้

วันนี้ มีเหตุให้เจอ ว่าด้วย สรทสูตร

[๕๓๔] เมื่อธรรมจักษุอันปราศจากธุลีไม่มีมลทิน เกิดขึ้นแก่อริยสาวก พร้อมกับ
การเกิดความเห็นขึ้นนั้น

สังโยชน์ 3 คือ สักกายทิฏฐิ(ความเห็นว่าเป็นตัวของตน)

วิจิกิจฉา(ความลังเลสงสัย)

สีลัพพตปรามาส(ความลูบคลำในศีลพรต)

อริยสาวก ย่อมละได้ถ้าละอภิชฌา (โลภอยากได้ของเขา) และพยาบาทได้เมื่อตายไปก็ไม่ มาสู่โลกนี้อีก

ถ้าถามว่า ที่ว่าแบบหยาบๆคืออะไร?

ให้ดูในพระไตรปิฎก เรื่อง พระอานาคามี ในแต่ละระดับของการละกิเลส สภาวะของอนาคามิมรรค และอนาคามิผล ไม่แตกต่างจาก โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล แม้กระทั่ง สกาทาคามิมรรค สกทาคามิผล อรหัตมรรค อรหัตผล

มีลิงค์จากพระไตรปิฎก อยู่ในบล็อก ต้องหาดู มีเรื่องของ รายละเอียด สภาวะของโสดาบัน สกิทาคา อนาคา อรหันต์ มีแยกออกมาว่า มีจำวนนเท่าไหร่ ของแต่ละประเภท

ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น

๑. ผู้ที่พยายามหยุดสร้างเหตุนอกตัว ไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ชื่อว่า โสดาปัตติมรรค เพราะ อริยมรรค มีองค์ ๘ เกิดขึ้นแล้ว เรียกว่า โสดาบัน

ก. สัทธานุสารี

ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ตา … หู … จมูก … ลิ้น … กาย … ใจ
เป็นสิ่งไม่เที่ยง มีความแปรปรวนเป็นปกติ มีความเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น เป็นปกติ.

ภิกษุ ทั้งหลาย.! บุคคลใด มีความเชื่อน้อมจิตไป
ในธรรม ๖ อย่างนี้ ด้วยอาการอย่างนี้;
บุคคลนี้เราเรียกว่าเป็น สัทธานุสารี

หยั่งลงสู่สัมมัตตนิยาม (ระบบแห่งความถูกต้อง)
หยั่งลงสู่สัปปุริสภูมิ (ภูมิแห่งสัตบุรุษ)
ล่วงพ้นบุถุชนภูมิ ไม่อาจที่จะกระทำกรรม อันกระทำแล้ว
จะเข้าถึงนรก กำเนิดเดรัจฉาน หรือ เปรตวิสัย และไม่ควร
ที่จะทำกาละก่อนแต่ที่จะทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล.

๒. ผู้ที่มีสภาวะสัมมาสมาธิเกิดขึ้นแล้ว ชื่อว่า โสดาปัตติมรรค เพราะ อริยมรรค มีองค์ ๘ เกิดขึ้นแล้ว เรียกว่า โสดาบัน

ประเภท ข. ธัมมานุสารี

ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ธรรม ๖ อย่างเหล่านี้ ทนต่อการเพ่ง โดยประมาณอันยิ่ง
แห่งปัญญาของบุคคลใด ด้วยอาการ อย่างนี้;
บุคคลนี้เราเรียกว่า ธัมมานุสารี

หยั่งลงสู่สัมมัตตนิยาม (ระบบแห่งความถูกต้อง)
หยั่งลงสู่สัปปุริสภูมิ (ภูมิแห่งสัตบุรุษ)
ล่วงพ้นบุถุชนภูมิ ไม่อาจที่จะกระทำกรรม อันกระทำแล้ว
จะเข้าถึงนรก กำเนิดเดรัจฉาน หรือ เปรตวิสัย และไม่ควร
ที่จะทำกาละก่อนแต่ที่จะทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล.

โสดาปัตติผล มีเพียงหนึ่งเดียว คือ แจ้งสภาวะนิพพาน ตามความเป็นจริง

สภาวะของคำเรียกต่างๆ มีไว้เพื่อให้ดูเรื่องสภาวะของการละกิเลส ไม่ใช่ไปยึดติดกับคำเรียกว่า เป็นนั่น เป็นนี่ หรือแม้กระทั่ง การแต่งตั้งจากผู้อื่น

การยึดติดแบบนั้น เรียกว่า สัญญา มีแต่เหตุของการสร้างเหตุของการเกิด เพราะยึดติดการแต่งตั้งสมมุติบัญญัติจากการเทียบเคียงสภาวะเอาเองของตนเอง และจากผู้อื่น ที่มีเหตุปัจจัยร่วมกัน ให้มาเชื่อกัน จึงเชื่อฟังกัน

โฆษณา

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: