สระผม-ซักผ้า

เห็นทุกข์ที่เกิดขึ้น จึงเห็นธรรม สภาวะมาสอน ให้รู้จักใช้ทุกสิ่ง ให้คุ้มค่า กับ การจับจ่าย(ทรัพย์ที่เสียไป)

จากครั้งที่แล้ว เรื่อง ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ สระผม ซักผ้า(เสื้อกับกางเกงขาก๊วย ผ้าโทเร) ใช้น้ำ ๕ ขัน

เมื่อกลับมาอยู่ห้อง ยังใช้น้ำเหมือนเดิม คือ เวลาสระผม(ชอบสระกลางคืน) เอาถังมารองน้ำที่สระ แล้วนำน้ำนั้น ไปล้างทำความสะอาด ขัดถูห้องน้ำ อีกที ไม่ทิ้งน้ำให้เสียเปล่า

ตอนนี้ การใช้น้ำเปลี่ยนไป เหตุจากการ ซักผ้าทุกวัน เพราะ น้ำที่ปล่อยไว้ช้าๆ จะไม่มีที่ใส่

การใช้น้ำ เริ่มเปลี่ยนไป หลังจากล้างแก้ว ล้างชาม ที่ใช้ในช่วงเช้าเสร็จ น้ำดีสุดท้าย ที่ล้างชาม ยังไม่ทิ้ง เก็บไว้ก่อน

สระผมเคยสระกลางคืน เปลี่ยนมาสระ ตอนเช้า เอากระมังซักผ้าใบเล็ก มารองน้ำ สระผมเสร็จ นำน้ำดี ที่ล้างชาม ล้างแก้ว น้ำสุดท้าย ใส่รวมกับน้ำที่ใช้สระผม ใส่ผงซักฟอก

ใส่ผ้าที่จะซัก มีเสื้อกล้าม(ชอบใส่เสื้อกล้ามอยู่ห้อง) ผ้าเช็ดมือ(เสื้อยืดเก่าๆ ที่ไม่ได้ใส่แล้ว นำมาตัดครึ่งตัว แยกชิ้นออกจากกัน ทำเป็นผ้าเช็ดมือ ได้สองผืน)

ในห้องน้ำ จะมีถังขนาด ๒๐ ลิตร ใส่น้ำไว้เสร็จ(ตักจากหลังบ้านที่รองไว้) แบ่งใส่กระป๋อง ใส่กระมังสำหรับแช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม

ซักน้ำผงซักฟอกเสร็จ นำน้ำผงซักฟอก ราดและขัดทำความสะอาด พื้นห้องน้ำ นำผ้าไปซักในน้ำแรก ในกระป๋อง มีน้ำรองใส่ถังในห้องน้ำ

ซักน้ำแรกเสร็จ ซักต่อที่น้ำในถัง แล้วบิดผ้าใส่ ลงแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มในกระมัง ที่เตรียมไว้ นำน้ำในกระป๋อง ที่ใช้แล้ว ราดและล้าง ทำความสะอาด น้ำผงซักฟอก ที่ทำความสะอาดพื้นไว้เมื่อกี้

เสร็จแล้ว บิดผ้าขึ้น นำไปตาก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่ใช้แล้ว ไม่ทิ้ง เอาไว้ราดโถส้วม ไม่ต้องกดน้ำชักโครก น้ำในถังที่ใช้แล้ว ก็เอาไว้ใช้กับโถชักโครกเหมือนกัน

ส่วนชุดทำงาน เสื้อผ้าอยู่บ้าน กางเกง ของเจ้านาย กางเกงยีนส์ของวลัยพร ๒ วัน ค่อยซัก น้ำที่รองไว้ จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนใช้แบบนี้

เจ้านายอาบน้ำ ใช้ฝักบัวทุกวัน ค่าน้ำเคยจ่าย ๑๕๐ บาทต่อเดือน ตอนนี้จ่ายเพียง ๓๖ บาท

เครื่องซักผ้า ส่วนมาก ไว้ใช้เวลาปั่นแห้ง สำหรับผ้าเยอะๆ และไว้สำหรับซักผ้าห่มนวม ผืนใหญ่ของเจ้านาย ซักอาทิตย์ละครั้ง

ผ้าขนหนูของเจ้านาย จะแยกส่วนเช็ดหน้า กับเช็ดตัว คนละผื้น

ผืนเล็ก สำหรับเช็ดหน้าสีขาว กว้าง ๑๑ นิ้ว ยาว ๒๔ นิ้ว ซื้อจากตลาดนัดปากน้ำ ผืนละ ๕ บาท ซื้อ ๑๐๐ ผืน แบ่งให้แม่และน้อง นำไปทำบุญ ของเจ้านายมี ๑๔ ผื้น ใช้มา ๓ ปี ผ้ายังดูสะอาดอยู่ ไม่เก่า

ผืนใหญ่ ของเจ้านาย มี ๑๒ ผื้น สับเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ ทำให้เนื้อผ้า สีสันของผ้า ยังสีสดใส ผ้าขนหนูสำหรับเช็ดตัว จะใช้แบบสีเขียวเข้ม กับ สีแดงเลือดนก สีไม่ซีด เพราะมีสับเปลี่ยนกับผืนอื่นๆ

เจ้านายเล่าให้ฟังว่า น้องที่ทำงาน ถามว่า ทำไมเสื้อพี่ใหม่จัง (เสื้อทำงาน เป็นเสื้อยืด ของคนอื่นสีซีดดูเก่า) เจ้านายแค่ยิ้ม ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้ซักรีดเอง เลยกลับมาถามเราว่า วลัยพรทำยังไง

เราก็บอกว่า เวลาซัก จะกลับด้านในออก เวลานำเสื้อปั่นแห้ง จะใส่ปลอกหมอน(เป็นผ้า เย็บมือเอง) เนื้อผ้าของเสื้อจะไม่เสีย ไม่ยืด ไม่ย้วย

เวลารีด จะรีดด้านใน สีผ้าด้านนอกจึงไม่ซีด เพราะ ไม่โดนความร้อนจากเตา ที่นาบลงเนื้อผ้าแบบตรงๆ

อีกอย่าง เจ้านายมีเสื้อทำงาน ไว้สับเปลี่ยนหลายตัว เนื้อผ้าจึงไม่ช้ำไว สีเสื้อไม่จางไว เสื้อจึงดูไม่เก่า เพราะเหตุนี้ด้วย

กางเกงทำงานสีดำ ของเจ้านาย มี ๘ ตัว กางเกงใส่ลำลอง ๑๒ ตัว ซื้อมือสอง แต่สภาพใหม่เอี่ยม ไม่ได้ซื้อของแพง หรือ มือหนึ่ง

รองเท้าทำงานของเจ้านาย มี ๑๒ คู่ ลำลอง ๓ คู่ เป็นรองเท้าหนัง ซื้อมือสองเหมือนกัน หนังโอเค ใช้งานได้อีกนาน บางคู่แค่เปลี่ยนพื้นใหม่ เหมือนรองเท้าใหม่ รองเท้าหนัง มือสอง ที่แฮปปี้แลนด์ คู่ละ ๑๙๙ บาท ทะยอยซื้อ แล้วแต่จะถูกใจ ไม่ได้ซื้อทีเดียว หลายๆคู่

มือหนึ่งก็มีซื้อนะ ซื้อแบบลดราคา จาก ๒๐๐๐ กว่า ลดเหลือ ๙๐๐ บาท บางคู่ก็ ๑๕๐๐ มีอยู่ ๒ คู่(ใหม่) ที่ซื้อ เพราะ ตอนนั้น ยังไม่เจอร้านขายรองเท้ามือสอง

รองเท้าของเจ้านาย จึงพังช้าลง ไม่เหมือนเมื่อก่อน มีแค่สองคู่(มือหนึ่ง) พื้นตรงกลาง หักหมด เพราะ ชอบนั่งยอง เวลาเข้าไปดูเครื่อง

รองเท้า ต่อให้ราคาแพงขนาดไหน ถ้ามีน้อยคู่ การใช้งานบ่อยๆ ทำให้รักษาสภาพรองเท้าได้ยาก คือ หมดอายุการใช้งาน ก่อนเวลาอันควร

รองเท้ามือสอง ที่ซื้อมาส่วนมาก จะเป็นยี่ห้อ ฮัทป๊อปปี้ โปโล โปโลโค Tedelon (ยี่ห้อนี้ หนังก็ดีนะ) หนังจะดีมาก ใส่แล้ว เวลาเดิน นุ่ม สบายเท้า นน.เบา กระชับเท้าดี(เจ้านายบอก)

๒๓ เมย.๕๕ (แปรงฟันให้เครื่องซักผ้า)

ทำตามสภาวะ

การตากผ้า ก็ทำให้เกิดเหตุได้นะ หากคนๆนั้นเคยสร้างเหตุร่วมกันมา

ที่อยู่ เป็นตึกสูง จะเรียกคอนโดหรือเรียกอะไรก็ได้ แต่ก็คือตึก อยู่ชั้นที่ ๑๕ ไม้หนีบที่บ้าน มีหลายขนาด หลายแบบ ซื้อที่ร้านเขียนว่า ๒๐ บาท ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ ตามป้ายเขียนไว้ทั้งหมด

หลังห้อง จะมีเหล็กทำเป็นที่กั้นไว้ เวลาตากผ้าขนหนู จะใช้ไม้หนีบครั้งละ ๓ ตัว ขนาดพอดีกับเหล็ก ตากมาเป็นปีแล้ว ไม่มีการร่วงหล่นลงไปข้างล่าง วันนี้เป็นเหตุให้กับคนอื่นจนได้

วันนี้โดนข้างห้องนินทาแบบเผาขน

ข้างห้องน่ะเขาว่า ห้องผู้เขียนเป็นลาว (คงได้ยินเวลาเราคุยกับ darling ) ผู้เขียนน่ะ เกิดที่สัตหีบ ต่อมาทำงานที่สมุทรปราการ และปัจจุบันอยู่กทม. แถวเดอะมอลล์บางกะปิ
darling เป็นคนจ.แพร่ เวลา คุย ชอบพูดคำเมือง เป็นเรื่องปกติที่จะชอบพูดแบบนั้น ผู้เขียนก็พูดได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่งเหมือนกัน

พอดีกำลังเขียนบันทึกอยู่ ประตูห้องเปิด คงเจตนาให้เราให้ยินมั๊ง ก็ได้ยินแบบชัดๆ เขาพูดว่า คือเขาพูดกับคนในครอบครัวเขา และช่างที่มมาซ่อมแซมห้อง เขาพูดว่า

“ห้องนั้นน่ะเป็นลาว ดูตากผ้าขนหนูสิ ผ้าร่วงลงไปก็เป็นเรื่อง อย่าตากผ้าแบบนี้นะ เพราะอยู่รวมกับคนอื่น ทำแบบนี้ประมาท”

เราก็ตากแบบนี้มาเป็นปีแล้ว ลมแรงแค่ไหน ผ้าไม่เคยร่วงลงไปข้างล่าง ไม้หนีบหนาแน่นขนาดนั้น ถ้ามีการร่วงแบบนั้น คงเลิกตากไปนานแล้ว

นี่แหละ เหตุของคนอื่น แต่มีเราเป็นเหตุ เออนะ โทษของความไม่รู้ ทำไมสายตาต้องมาคอยสอดส่องพฤติกรรมของชาวบ้าน สิ่งที่ควรทำ คือ สนใจดูแลคนในครอบครัว ว่าอยู่ดีมีสุขหรือเปล่า

ครอบครัวที่มีความสุขน่ะดูง่าย ไม่มีการนินทาว่าร้ายผู้อื่นให้ได้ยิน ในครอบครัวมีแต่ความเย็นใจ คนทำงานนอกบ้าน กลับมาบ้านไม่มีเรื่องจุกจิกกวนใจ ไม่มีการคอยตามดูว่าไปที่ไหน ทำอะไรมาบ้าง ไม่มีการสอดรู้สอดเห็นคอยตามเช็คพฤติกรรมของอีกฝ่าย ไม่คอยเช็คกระเป๋าสตางค์ คืออะไรที่เป็นแล้วเป็นกรณีวิวาทกันนั้นไม่มีเลย

คำโบราณจึงมีกล่าวไว้ว่า “ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า” ใครทำอย่างไร นั่นเหตุของเขา เราว่าเขา เขาก็ว่าเรา ไม่รู้จักจบจักสิ้น มีแต่เหตุแล้วก็เหตุ

แปรงฟันให้เครื่องซักผ้า

เครื่องซักผ้า ไม่แตกต่างจากร่างกายของคน หลังซักผ้า คราบสกปรกจะมีติดตามขอบถัง หากไม่ทำความสะอาด คราบจะฝังลึก ไม่แตกต่างกับฟันที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ฟันจะมีคราบ ฟันผุ เหงือกจะอักเสบ สุดท้ายต้องพึ่งพาฟันปลอม

เครื่องซักผ้าก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต เป็นเพียงอุปการณ์เสริมความสะดวก ประหยัดเวลาในการทำงานบ้านหลายๆอย่างพร้อมๆกัน เช่น สามารถเขียนหนังสือ เย็บผ้า ทำความสะอาดบ้าน ดูหนัง เล่นเกมส์ สามารถทำได้หลายๆอย่าง สลับไปมา เป็นงานที่ทำให้เกิดสภาวะจิตตั้งมั่นได้อย่างง่ายดาย อาจจะใช้เวลาสั้นๆหรือหลายชม.ในการทำสิ่งเหล่านี้

๒๙ มีค. ๕๕ (ซักผ้าไม่ให้มีกลิ่นเหม็นอับ)

นั่ง ๓ ชม.

วิธีซักผ้า ไม่ให้มีกลิ่นเหม็นอับ

การใส่น้ำยาซัผ้าชนิดเหลว ยี่ห้อใดก็ได้ กลิ่นใดก็ใส่ ใส่ผสมลงไปกับผงซักฟอก จะช่วยให้กลิ่นอับในผ้าหายไป

ปริมาณในการใส่ ใส่มากหรือน้อย ให้ดูปริมาณผ้าที่จะซัก ถ้าจะให้มีกลิ่นสะอาดมากขึ้น ควรแช่ผ้าในน้ำยาปรับผ้านุ่ม หลังจากซักน้ำดีแล้ว ยี่ห้อใดก็ได้ตามชอบ

ส่วนผงซักฟอก ที่โฆษณาในเชิงว่า ไม่ง้อแดด ลดกลิ่นอับ ลองมาหมดแล้ว ไม่จริงตามที่โฆษณา

ความใสซื่อของเด็กน้อย

เหตุเกิดที่โลตัส

ตอนนั้นกำลังยืนรอจ่ายเงินค่าสินค้า สิ่งที่ซื้อมากที่สุดคือ น้ำยาปรับผ้านุ่ม จะซื้อเดือนละครั้ง ซื้อครั้งละหนึ่งโหล

ที่บ้านใช้เยอะมาก ทั้งเสื้อผ้า ผ้าขนหนู ถุงเท้า ผ้าขีริ้ว เรียกว่าผ้าทุกชนิดแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มเหมือนกันหมด

ระหว่างที่ยืนรอจ่ายเงิน มีเด็กผู้ชายมากับคุณพ่อ เด็กน้อยถามว่า “คุณน้าครับ ที่บ้าน เครื่องมันกินน้ำยาหรือครับ?”

ฟังครั้งแรกก็เล่นเอางง น้ำยาอะไรหว่า เลยถามกลับไปว่า “กินน้ำยาอะไรหรือคะ?”

เด็กน้อยตอบว่า “น้ำยาปรับผ้านุ่มครับ”

เล่นเอาเราฮาเลย ก็บอกเขาว่า ซื้อเดือนละครั้งค่ะ ที่บ้านใช้เยอะค่ะ ไม่เกี่ยวกับเครื่องค่ะ

วันก่อน น้ำยาซักผ้าชนิดเหลวยี่ห้อไฟท์ ลดราคาซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ถือว่าถูกมากๆ ๘๐๐ ซีซีต่อหนึ่งถุง ราคา ๕๐ บาท เท่ากับ ๒๕ บาทต่อถุง ซื้อยกลังมา ๙ ลังๆหนึ่งมี ๑๒ ถุง ถูกกว่าทุกๆยี่ห้อที่เคยซื้อมา

เป็นคนชอบซื้อของลดราคา แต่ก็เลือกซื้อ ถ้าเป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือผงซักฟอกหรือของใช้อื่นๆจะไม่ซื้อตุน เพราะลดตลอด แต่ละยี่ห้อผลัดกันลด

สินค้าทุกชนิดไม่ได้แพงอย่างที่คิด ถ้ารู้จักจับจ่าย และขึ้นอยู่กับเหตุที่ทำมาและที่กำลังสร้างขึ้นมาใหม่

เพราะไม่ว่าของจะแพงหรือถูก มันก็เป็นของมันอย่างนั้นอยู่แล้ว

การเตรียมผ้าก่อนซัก

ก่อนจะนำผ้าไปซัก ควรแยกผ้าสีกับผ้าขาวออกจากกัน แยกชุดชั้นใน แยกกางเกงกับเสื้อ แยกไว้เป็นกองๆ ส่วนผู้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ ถุงเท้า กองรวมไว้ด้วยกัน

เสื้อ

ควรกลับด้านในออก ก่อนที่จะนำไปซัก อย่างน้อยๆช่วยป้องกันเส้นใยผ้าอื่นๆมาเกาะติด และช่วยให้เนื้อผ้าไม่เป็นขุย เวลาใช้เรื่องซักผ้า

ให้ปลิ้นกระเป๋าเสื้อ เพราะจะมีเศษเส้นใยผ้าตกค้าง ให้ดึงออกให้หมด บางครั้งเป็นเศษชายผ้าลุ่ยๆ ให้ใช้กรรไกรเล็มทิ้งไปให้หมด บางคนลืมกระดาษทิชชูใส่ไว้ที่กระเป๋าเสื้อก็มี เมื่อไม่ได้ปลิ้นกระเป๋าเสื้อ เศษทิชชูจะเป็นปัญหาต่อเสื้อผ้าตัวอื่นๆ

เหตุที่ต้องทำเช่นนี้

ให้สังเกตุที่กระเป๋าเสื้อ ถ้าไม่ได้ทำความสะอาดแบบนี้ กระเป๋าเสื้อจะมีรอยดำๆปรากฏให้เห็นที่ก้นกระเป๋า เมื่อซักบ่อยๆโดยไม่นำเศษสิ่งเหล่านี้ออก เส้นใยเหล่านี้แหละจะออกมาปนกับน้ำที่ซักเสื้อรวมกัน เศษเส้นใยเหล่านี้จะกระจายไปตามเสื้อยืด ทำให้เสื้อยืดเสียได้ เพราะเศษใยเหล่านี้ฝังติดในเสื้อ

กางเกง

ควรกลับด้านในออก ก่อนที่จะนำไปซัก อย่างน้อยๆช่วยป้องกันเส้นใยผ้าอื่นๆมาเกาะติด และช่วยให้เนื้อผ้าไม่เป็นขุย เวลาใช้เรื่องซักผ้า

ควรปลิ้นกระเป๋ากางเกงทั้งหมด เพราะที่ก้นกระเป๋า จะมีเศษเส้นใยต่างๆฝังแน่นอยู่ รูดออกให้หมด บางทีเป็นเส้นขุยๆ ให้ใช้กรรไกรตัดขอบให้เรียบ อย่าใช้วิธีดึง จะทำให้เส้นด้ายรันได้

จำพวกผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ ถุงเท้า นำมาซักรวมกันได้ บางคนอาจจสงสัยว่า ถุงเท้าที่ใส่แล้ว จะนำมาซักรวมกับผ้าเหล่านี้ได้ยังไง ไม่มีกลิ่นเหม็นเหรอ

อีกอย่างหนึ่ง คือ ถ้าถุงเท้าไม่มีกลิ่น ควรจะนำไปซักรวมกันแบบนั้นหรือ

ก็แล้วแต่นะ บางคนอาจจะถือ ที่บ้านไม่ถือ เพราะพวกผ้าปู ปลอกหมอน ผ้าขนหนู กางเกงยีนส์ ถุงเท้า จะซักรวมกกัน ที่ไม่มีกลิ่น เพราะแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยกัน ถึงไม่แช่ก็ไม่มีกลิ่น ประหยัดทั้งเวลา น้ำยาในการซักผ้า

ที่บ้าน darling จะใส่ถุงเท้าซ้อนกัน ๒ คู่ อาทิตย์หนึ่งเท่ากับ ๒๔ ชิ้น ส่วนตัวเองใช้วันละคู่ เท่ากับ ๑๒ ชิ้น ๒ คนใช้รวมกันเท่ากัน ๓๖ ชิ้น จะให้มานั่งซักมือเนี่ยนะ เมื่อยตายเลย เปลืองทั้งน้ำยา ทั้งน้ำปะปา เสียเวลานั่งขยี้ ใส่เครื่องไปเลยพร้อมๆกับผ้าปู ปลอกหมอน กางเกงยีนส์ ผ้าขนหนู(ผ้าสี)

วิธีทำความสะอาดและตากชุดชั้นใน

การซักชุดชั้นใน ควรใช้น้ำยาซักผ้าชนิดเหลว จะถนอมสีของผ้าไม่ทำให้สีซีดก่อนเวลา

วิธีตากกางเกงใน

เวลาตาก ให้กลับด้านในออกตาก และให้ใช้ไม้แขวนสำหรับชุดชั้นใน

การใช้ไม้หนีบ หนีบกางเกงใน ทำให้เนื้อผ้าเป็นขุยและเนื้อผ้ารันได้ง่าย ให้ใช้ไม้แขวนอันเล็กแบบที่มีตะขอเกี่ยว

ในกรณีใช้เครื่องซักผ้าซัก

ให้นำกางเกงในใส่ในถุงสำหรับซัก เพื่อเวลาซัก เนื้อผ้าจะได้ไม่ยืด

เวลาตาก ให้เอาตรงตะขอเกี่ยว เกี่ยวเข้าที่ขอบเอวกางเกงใน จะช่วยยืดอายุการใช้งานและเนื้อผ้าไม่เสีย

วิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบประหยัด

๙ มีค.

การใช้เครื่องซักผ้าที่ช่วยประหยัดทั้งน้ำและไฟ แถมได้ออกกำลังกาย ได้เจริญสติ ได้ทั้งสติ สัมปชัญญะ สมาธิ และดีไม่ดี อาจจะได้ตัวปัญญาเป็นของแถมพิเศษ

เวลาใช้ อย่าตั้งเครื่องแบบอัตโนมัติ ให้ตั้งระบบซักแบบธรรมดา คือ ซักเป็นซัก ปั่นเป็นปั่น ไม่กดตั้งเวลาอัตโนมัติในการซัก

จะใช้สายยางต่อน้ำเข้าเครื่องก็ได้ โดยถอดข้อต่อกับหัวของเครื่องซักผ้าออก จะเหลือขั้วที่ก๊อก นำสายยางไปเสียบแทน

ระหว่างรอน้ำ ให้แยกผ้าออกเป็นกองๆ ผ้าขาว ผ้าสี เสื้อ กางเกง กางเกงยีนส์ ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ชุดชั้นในฯลฯ

กลับผ้าด้านนอกไว้ข้างใน เวลาซัก ผ้าจะเป็นริ้วรอยน้อยกว่า ซักแบบไม่กลับด้าน

ผ้าขาว

ให้แช่ผ้าขาวค้างคืนไว้ก่อน ๑ คืน เพื่อทำให้ผ้าขาวซักทำความสะอาดได้ง่าย ขอบขากางเกงที่ว่าดำๆนี่ออกหมด ไม่มีคราบสกปกรกหลงเหลืออยู่ ช่วยได้เยอะมากๆ ส่วนที่ปกเสื้อ

บางครั้งการซักด้วยเครื่องอาจจะขจัดคราบไม่หมด ให้ซักด้วยมืออีกครั้งหนึ่ง โดยใช้สบู่เหลวหรือน้ำยาซักผ้าชนิดเหลวแทน จะออกได้ง่าย และปกเสื้อไม่เป็นขุยหรือทำให้ขาดง่ายแต่อย่างใด

เมื่อซักผ้าขาวเสร็จ ให้นำไปซักทำความสะอาดข้างนอก เสร็จแล้วแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มรอไว้ เพื่อปั่นแห้ง

ชุดทำงาน

สำหรับผ้าขาวที่ใช้วิธีแยกซักข้างนอก นำน้ำที่ซักผ้าขาว เติมในเครื่องซักผ้า นำผ้าสีใส่เครื่องต่อ เช่นพวกเสื้อ กางเกง ชุดชั้นใน กางเกงใน ปลอกหมอน เติมผงซักฟอกหรือน้ำยาชนิดเหลวลงไป หรือทั้งสองชนิด แล้วแต่จะใช้ตามสะดวก

สำหรับชุดชั้นใน กางเกงใน จะใส่หรือไม่ใส่ถุงสำหรับซัก หรือใส่ในปลอกหมอน เพื่อทำให้อายุการใช้งานของเนื้อผ้า ไม่หมดสภาพไปก่อน หรือถ้ากลัวซักไม่เกลี้ยง กลัวไม่เข้าถึงเส้นใยของผ้า จะใส่หรือไม่ใส่ ตามสะดวก

เมื่อซักผ้าสีเสร็จ ซักผ้าที่เหลือ เช่น เสื้อผ้าใส่อยู่บ้าน ผ้าปูที่นอน เสื้อยีนส์ กางเกงยีนส์ ผ้าถุง ผ้าขนหนู ถุงเท้า ซักรวมกันครั้งเดียวได้หมด หรือจะแบ่งครึ่งก็ได้ ถ้าผ้าเยอะ

ในการซักผ้าแต่ละครั้ง ให้บิดน้ำออกจากผ้าขึ้นมาก่อน นำผ้าขึ้นจากถัง ปล่อยน้ำทิ้ง โดยกด drain เมื่อน้ำถูกทิ้งไปหมดแล้ว จะมีคราบเศษฝุ่น เศษผง เศษด้ายต่างๆ อยู่ที่ก้นถังเครื่องซักผ้า และที่แผ่นกรอง หยิบเศษๆทั้งหลายออกทิ้ง นำน้ำสะอาดล้างเครื่องอีกที ไม่ให้มีคราบต่างๆเหลืออยู่

ตัวกรองเศษผ้าทั้งหลายที่อยู่ในเครื่อง นำออกมาล้างก่อนที่จะนำผ้าลงไปปั่นหมาดหรือปั่นแห้ง คือ ให้ดูก่อน ถ้ามีให้นำตัวกรองมาทำความสะอาด ไม่งั้น เศษผ้าเหล่านั้น จะก่อให้เกิดความสกปรกเป็นขุย เป็นคราบแก่เสื้อผ้าตัวอื่นๆ

การปั่นหมาดและปั่นแห้ง

สำหรับชุดชั้นใน กางเกงใน ในการปั่นหมาดและปั่นแห้งทุกครั้งหรือไม่ก็ใส่ในปลอกหมอน ถ้าไม่ต้องการเสียเงินค่าซื้อถุงสำหรับใส่ผ้าซัก

ถุงเท้า และผ้าขนหนูสีอ่อน เวลาปั่นหมาดและปั่นแห้ง ให้ใส่ถุงหรือใส่ปลอกหมอน ในการปั่นหมาดและปั่นแห้งทุกครั้ง

ซักน้ำดี

ก่อนจะนำผ้าไปซักน้ำดี ให้นำผ้าทั้งหมด ปั่นหมาดก่อน

รอบแรก ปั่นหมาดผ้าชุดแรก รอบสอง ปั่นหมาดผ้าที่เหลืออยู่ นำผ้าออกจากถัง พักรอไว้ซักน้ำดี

ใส่น้ำลงในถัง แล้วแต่จำนวนผ้า ที่บ้านใส่เต็มถัง ๑๓ กิโล เพราะซักผ้าทั้งหมด อาทิตย์ละครั้ง ฉะนั้น จึงใส่น้ำครั้งเดียว ทั้งซักน้ำยา+ผงซักฟอก และเวลาซักน้ำดี

เวลาซักน้ำยา+ผงซักฟอก จะตั้งเวลาในการซัก ส่วนซักน้ำดี จะไม่ใช้เครื่องซัก แต่ใช้มือซัก เพราะง่ายต่อการทำความสะอาด

เวลาจะแช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม หลังจากแช่ผ้าขาว เมื่อนำผ้าขาวขึ้นมาแล้ว ให้เติมน้ำลงไปใหม่ เติมน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปอีกนิด เท่านี้จะช่วยประหยัดน้ำยาปรับผ้านุ่ม แต่ยังคงมีประสิทธิภาพในการใช้งานเหมือนเดิม

เวลาแช่ผ้า ควรหาฝามาปิดผ้าที่กำลังแช่น้ำยา เพราะน้ำยาปรับผ้านุ่มจะทำงานได้ดีกว่าเปิดฝาทิ้งเอาไว้

บางคนชอบแบบอัตโนมัติ การใช้เครื่องสามรถใช้ได้ตามโปรแกรมที่มีเขียนโชว์แปะไว้ ถ้ามีการใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ให้ใช้โปรแกรมที่เขียนว่าน้ำยาปรับผ้านุ่ม

ถ้าไม่ใส่นำยาปรับผ้านุ่ม ให้ตั้งโปรแกรมเครื่องแบบปกติ

วิธีต่อสายยางเข้าเครื่องซักแบบอัตโนมัติ

ให้ซื้อหางปลาไหล  ไม่ใช่หางปลาไหลที่เป็นปลาไหลจริงๆ  แต่เป็นชื่อเรียกของชิ้นส่วนที่นำมาต่อสายยางเข้าเครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติ

ซื้อแหวนขนาดเดียวกับสายยางที่จะใช้ต่อเข้ากับเครื่อง

วิธีประกอบ

ซื้อสายยางมาก่อน ความยาวตามต้องการ

ถอดแยกชิ้นส่วนของตัวที่จะเสียบก๊อกออก

ให้ใส่หัวท่อที่มากับเครื่องซักผ้า ใส่กับก๊อก ไขน็อตให้เรียบร้อยก่อน

นำหางปลาไหลมาต่อที่สายยางทั้งสองด้าน แล้วนำไปต่อที่หัวก๊อกที่เตรียมไว้แล้ว อีกด้านนำไปต่อกับสายต่อเข้าเครื่อง

เท่านี้ก็ประหยัดเงินไปหลายๆบาท  นี่ได้ความรู้มากจากน้องสาว ที่ทำงานอยู่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า น้องบอกว่า ไม่ต้องไปซื้อท่อที่จะต่อเข้าเครื่องใหม่ อันนั้นแพง ให้ใช้สายยางกับหางปลาไหลต่อเข้าไปแทน

ทุกสิ่งมีประโยชน์

ทุกสิ่งมีประโยชน์ ถ้าเรารู้จักนำมาพลิกแพลงในการใช้ ไม่ว่าจะเรื่องการเจริญสติ เรื่องข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนกับคนรอบๆตัวเรา ขอเพียงเจริญสติให้อย่างต่อเนื่อง ปัญญาจะเกิด ทำให้รู้จักวิธีที่จะนำออกมาใช้ตามเหตุ ตามความถนัดของแต่ละคน

เสื้อผ้า กางเกงทุกชนิดที่ไม่ใช้แล้ว แม้แต่ผ้าปูที่นอน เรียกว่าสิ่งของทุกอย่างเราสามารถนำมาแปรสภาพให้ใช้งานได้ บางส่วนที่ให้กับคนอื่นๆได้ก็นำไปแจกจ่าย บางส่วนมองดูว่าไม่เหมาะที่จะให้แก่ใครๆก็นำมาแปลงรูป อย่างเช่น เสื้อ เราจะนำมาตัดตั้งแต่ใต้แขนลงมา เพราะเนื้อผ้าตรงนี้จะชิ้นใหญ่ เราจะนำมาเย็บต่อๆกัน ดัดแปลงเป็นผ้าห่มบ้าง ผ้าปูที่นอนบ้าง ผ้าเช็ดมือบ้าง ผ้าเช็ดเท้าบ้าง คือแล้วแต่สภาพของเนื้อผ้า

ส่วนกางเกง จะตัดขอบกางเกงออก เป็นกางเกงไร้เอว ถ้าขายาวจะตัดเป็นขาสั้น ใส่อยู่บ้านได้แบบสบายๆ ยิ่งกางเกงยีนส์ ขากางเกงที่ตัดออก นำมาทำเป็นกระเป๋าใบใหญ่บ้าง ซองใส่มือถือ กระเป๋าใส่สตางค์แบบพกพา คือ เสื้อผ้าทุกชิ้น สามารถนำมาดัดแปลงได้สารพัด ดีกว่าโยนทิ้งไปเพราะเห็นว่ามันเก่า ของเก่าก็มีประโยชน์นะ ถ้าเรามองเห็น

การที่เอาจิตจดจ่อรู่อยู่กับสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเขียนหนังสือ เย็บผ้า ถักโเชท์ ทำงานบ้าน ซึ่งงานที่เรายกตัวอย่างมาตรงนี้ ปกติไม่เคยชอบเลยนะ โดยเฉพาะงานบ้านไม่ชอบเลย ทำแล้วไม่เคยเสร็จ หลับก่อนตลอด เรียกว่าแค่กวาดบ้านก็ยังไม่เสร็จเลย

ผลของการเจริญสติ ทำให้กลายเป็นคนละคนไป เป็นคนที่รู้จักพลิกแพลง รู้จักปรับเปลี่ยนตัวเองตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ รู้จักนำมาสร้างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ อาจจะดูเดิมๆซ้ำๆ แต่ผลที่ได้นั้นมีค่ามากมาย เพราะการเอาจิตจดจ่อรู้อยู่ในสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น สามารถทำให้ได้ทั้งสติ สัมปชัญญะและสมาธิ ที่สำคัญสุดๆคือ ปัญญาที่เกิดขึ้น มันจะมีแต่การถ่ายถอนอปุทาน ความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน

บ้านก็สะอาด กายก็สะอาด จิตก็สะอาด กลายเป็นคนรู้จักกาลเวลามากขึ้น รู้จักใช้เวลาและทุกสิ่งให้เกิดประโยชน์ นี่แหละผลของการเจริญสติ อย่างน้อยๆที่เห็นได้ชัดคือ ความสุขใจที่ไม่ต้องไปอิงอามิสบูชาหรือต้องไปอิงสิ่งนอกตัว แค่รู้อยู่ในรูป,นาม ในกายและจิตนี่แหละ แค่นี้ก็สุขแล้ว กิเลสยังมีนะ แต่อยู่กับกิเลสได้มากขึ้น ไม่ไปหลงระเริงหลงลงไปเล่นกับกิเลสแบบก่อนๆ ดูตามความเป็นจริงมากขึ้น ยอมรับทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตโดยไม่มีข้อแม้แต่ใดๆ ไม่ว่าเหตุนั้นๆจะดีหรือไม่ดีในความรู้สึกหรือความคิดก็ตาม ทำได้แค่นี้ก็พบกับความสุขใจเนืองๆ

แนะนำยกทรงและวิธีดูแลและรักษา

 
                               เคยเขียนเรื่องนี้ไปแล้ว กลับไปลอกมานำแนะนำกันใหม่ เพราะครั้งที่แล้ว ไม่ได้แนะนำวิธีการดูแลและรักษายกทรง  อ่านของเก่าก่อนนะคะ เผื่อบางคนที่ยังไม่ได้อ่าน
 

แนะนำบรายี่ห้อโนบรา

 
                            เมื่อก่อนจะใช้ของวาโก้   แต่ตอนนี้ราคาเสื้อยกทรงจะกระฉูดขึ้นมาเรื่อยๆ  บางตัวตกราคา 500 กว่าบาท  ถูกสุดนี่ อย่างต่ำก็ 200 กว่า อันนี้ต้องรอลดราคานะ   ใส่ปีนึงนี่สีก็ไปหมดแล้ว  ก็มีวันหนึ่ง  ไปเดินแถวโลตัส  เขาจะมีแบบซุ้มๆข้างหน้า  ไปเห็นยกทรงยี่ห้อโนบรา  เนื้องี้เหมือนของวาโก้เลย  สมัยก่อนตกตัวละ 50 บาท  ตอนนั้นยังไม่กล้าซื้อใส่  กลัวมันไม่ทน  อีกอย่าง เราใส่ประเภทมีลูกไม้  หรือมีแบบโลหะโดนเนื้อไม่ได้  …
 
                           แบบของเขาจะมีเยอะมากๆ  โดยเฉพาะลูกไม้นุ่มๆ  สวยมากๆเลยนะ  เราได้แต่จับๆ  ลูกไม้น่ะ  ชอบนะ  แต่หมดสิทธิ์  งานเจดีย์ปีที่แล้ว  เขามีแบบร้านใหญ่ขายชั้นในโดยเฉพาะ  เราก็เจอยี่ห้อโนบรานี่อีก  เราก็จับๆอีก  แต่เที่ยวนี้เขามีแบบเรียบๆมา  แบบไม่มีรอยต่อเลย  สายก็ในตัว  ไม่มีสายรูดข้างหน้า  ไม่งั้นเราจะใส่ไม่ได้  เวลามันกดเนื้อเรา  เราจะเจ็บ  ลองซื้อมาใส่นะ  แบบมันถูกมากๆ  2 ตัว 150 บาท  เราซื้อมาแปดตัว  …
 
                          ก็คุยกับวิลัย  วิลัยเขาจะใช้แต่ของยี่ห้อ  …  อื่มม  … เราจำชื่อยี่ห้อไม่ได้  เพราะมันต้องสั่งซื้อน่ะ   ราคาแพงพอๆกับวาโก้   มันเป็นลูกไม้หมดเลย  วิลัยเขาจะชอบลูกไม้  เสื้อยกทรงเขาขนาดเพิ่งซื้อมานะ  แต่แปลกนะ ทั้งๆที่เขาก็ตากในที่ร่ม  มันขึ้นราทุกตัว   แต่ของเราไม่เป็น  ทุกตัวเลยของวิลัยเป็นหมด  เราถามเขาว่าใส่แล้วไม่คันเหรอ  แหมม   … เขาคงเสียดายน่ะตัวตกเกือบ 500  เราเลยให้เขาดูที่เราเพิ่งซื้อมา  เขาถามว่า แล้วมันจะทนเหรอ  เราบอกว่า ต้องลองดู  สรุปแล้ว  ใส่มา 1 ปี  สภาพยังโอเคนะ  ….
 
                         ช่วงนี้มีงานเจดีย์  เราไปร้านเดิม  เขามีแต่แบบลูกไม้  แบบที่เราต้องการไม่มี  ก็เดินไปเรื่อยๆ  ไปเจอร้านที่หน้าศาลากลาง  ของยังไม่ขึ้นราคา  พอดีมันมีแต่สีๆ  เราใส่ไม่ได้ เพราะชุดทำงานเรามันสีขาวทั้งตัว  เราเลยสั่งสีขาวไม่ก็สีเนื้อก็ได้   ก็ได้มาแปดตัว  เขาบอกว่า ของได้มาแค่นี้   จริงๆแล้ว อยากได้สักโหลนึง   มันใส่ดีนะ สบายตัวดี  แล้วเส้นใยผ้าของเขาไม่แตกต่างจากวาโก้เลย   น้องมันว่าเราบ้า ซื้อยกทรงทีเป็นโหล   ไม่รู้สิ  ก็เราซักอาทิตย์ละครั้ง  แม้แต่กางเกงในเราก็ซื้อยกโหล   มีหลายๆตัว  ของมันจะอยู่ได้นานนะ  ถึงเราจะซื้อแพงขนาดไหน  ปีนึงนี่สีไปแล้ว  ถ้ามีไว้เปลี่ยนไม่กี่ตัวน่ะ   คือเราจะแบ่งครึ่งไว้เลย อาทิตย์นี้  7 ตัวนี้ อีกอาทิตย์ 7 ตัวนี้  ยกทรง ชุดชั้นในเราเลยใช้ได้นาน สีไม่ซีด คือเราไม่ชอบนะ  สีซีดๆ เก่าๆดูมันไม่สะอาดตา  
 
                       นี่ก็โชคดีอีก  กางเกงทำงานน่ะ  ไปถามราคาแล้ว  แพงแฮะ  ชุดนึงค่าตัดเป็นพัน  ถูกสุด 500 บาท  ค่าแรงช่างนะนั่น  ค่าผ้าต่างหาก  ก็ไปเดินที่งานนี่แหละ  ไปเจอกางเกงสีขาว เนื้อเหมือนกางเกงยีนส์ แต่บางกว่า เขาเรียกผ้าลายสอง  ใส่แล้วถูกใจ  ตอนแรก ลองซื้อมาก่อนตัวเดียวก่อน  น้องที่ทำงานเห็น  เขาบอกว่า สวยดีนะพี่  แล้วเขาก็ฝากซื้อ  ไม่แพงนะ ตัวละ 199  เราไปที่ร้าน  สีขาวไซค์ที่เราใส่ของขาด  เราเลยสั่งเขาไว้ครึ่งโหล  นี่โทรฯไปสั่งเขาไว้อีกครึ่งโหล  สีขาวมันจะเลอะง่าย  แล้วก็พอนานหน่อย มันจะไม่ขาวแล้ว  คุ้มนะ โหลนึงตก 2400 บาท  ถ้าเรานำไปตัดชุดนี่ ได้แค่  3 ชุดเองมั๊ง  พอดีเรามีเสื้อช็อป  นี่ซื้อไว้แล้ว มี 7 ตัว ได้ของมาแค่นี้  มันไม่มีของ  เรากำลังพลิกแพลงเอาเอง  ไปเดินดูผ้าสีขาวอยู่  เราจะแยกชิ้นส่วนเสื้อแขนกุดที่เรามีอยู่น่ะ  แล้วทาบใส่ในกระดาษลอกลาย  เราก็ได้ละแบบเสื้อ  เราก็เอาไปทาบบนผ้าขาว  ตัดออกเป็นส่วนๆ  ไปจ้างเขาเย็บ  ตกตัวละ 100  บาท  ไม่แพงนะ  แต่ตอนนี้ยังหาผ้าถูกใจยังไม่ได้  สีขาวเหมือนกัน แต่มันขาวไม่ขาวจั๊ว  …. 
 
                            เราน่ะโชคดีในหลายๆเรื่อง  เรื่องเสื้อนี่น้องก็ถามว่าคิดได้ไงเนี่ย  เราบอกว่า ไม่รู้สิ  เคยเห็นช่างเวลาเขาตัดเสื้อผ้าน่ะ  เขาก็ทาบแบบ  แบบนี้แหละ  เราก็จำมาน่ะ  กางเกงทีแรกกะจะทำแบบนั้น  แต่มันไม่คุ้ม ค่าผ้าแพงมากๆ  เมตรนึงเกือบ 300 บาท  แล้วต้องซื้อเผื่อถึง 2 เมตร  ก็นับว่าเป็นความโชคดีของเราน่ะ  หมดตังค์ไม่ถึง 4000   ได้กางเกงมาตั้งโหล  ยกทรงอีก ถูกใจนะ  ไม่คิดว่าจะได้เจอแบบที่เราใส่พอดี  เราชอบแบบนี้ ให้มันเกลี้ยงที่สุด  ลูบแล้วไม่มีอะไรสะดุด นั่นแหละเราถึงจะใส่ได้  ถ้าสะดุดนะใส่ไม่ได้ มันจะเหมือนเราโดนอะไรจิ้มๆเนื้อเราตลอดเวลา  ….
 
                               อิอิ  … ถูกใจกับการเจอของถูก  ก็เจออีกนะ โนบรา เขานำมาขายที่บิ๊กซี 2 ตัว 100 บาท เหมามาอีกค่ะ 1 โหล แบบชอบมีเยอะๆ จะได้ใช้งานได้นานๆหน่อย  ปกติจะซื้อแต่สีขาว เที่ยวนี้เห็นสีแดง ลูกไม้สวยมากๆ นุ่มด้วย เลยซื้อไว้ครึ่งโหล  อาจจะให้น้องคนหนึ่งหรือไม่ก็น้องสาว  ลูกไม้สวยจริงๆ  เราน่ะใส่สีแดงไม่ได้หรอก เพราะเสื้อทำงานมันสีขาว ขืนใส่ ต้องใส่เสื้อทับ  ไม่ชอบใส่เสื้อซับในน่ะ มันร้อน
 
วิธีการดูแลและรักษายกทรง
 
 
                                  อันนี้ได้จากการเป็นคนช่างสังเกตุอ่ะนะ  คือ ยกทรง เมื่อก่อนเวลาตากน่ะ จะแขวนๆห้อยๆไว้ที่ไม้แขวนเสื้อ แบบตากได้ทีหลายๆตัว  ทรงมันก็เลยเสียหมด  แล้วอีกอย่าง ยกทรงมันจะมีฟองน้ำบางๆซับในไว้ เวลาเราบีบน้ำออกน่ะ พอบีบไปหลายๆครั้ง ทรงมันเสียหมด  นี่ก็ได้จากการมียกทรงหลายๆตัวน่ะ  เวลาซักยกทรง อย่าซักทีละตัว อย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ค่อยซัก  เราทำแบบนั้นจริงๆนะ  เพราะว่าตอนนี้ยกทรงเรามีหลายโหลเลย ซื้อไว้เยอะมาก  ก็จะใส่ถังเอาไว้  ไม่เห็นจะเป็นรานะ แต่ทำไมของน้องเขาเป็น ก็ไม่รู้นะ ทั้งที่ของเขาน่ะ ออกจะราคาแพงมากๆเลย
 
                                  เวลาจะบีบน้ำออก เราจะนำยกทรงมาซ้อนๆกันหมดเลย แล้วบีบน้ำออกพร้อมๆกันทีเดียว ไม่ได้บิดนะ บีบบ  คือ กดบีบไล่ๆ ก็ไม่ได้แห้งหรอก แค่เอาน้ำออก  แล้วนำไปใส่ไม้แขวนทีละตัว  มันจะมีไม้แขวนสำหรับ ใส่กางเกงใน และ ยกทรงขายนะ  เป็นไม้แขวนพลาสติกเนื้อหนาๆ อันเล็กๆพอดีกับยกทรงและกางเกงในน่ะ  เราจะนำไปแขวนตากแบบนั้น แล้วตากในที่ร่ม เท่ากับช่วยยืดอายุการใช้งานออกไป ยกทรงเราจะใส่สลับ อาทิตย์นี้ ชุดนี้ อาทิตย์ต่อไปก็อีกชุดนึง ใส่ไม่ซ้ำกัน 

ส่วนกางเกงใน ที่แนะนำให้ใช้ไม้แขวน เพราะเมื่อใช้แบบพาดไปบนไม้แขวน ก็ต้องหนีบไม้หนีบ ทีนี้ไม้หนีบบางตัวมันไม่ดี มันจะเกี่ยวเนื้อผ้ากางเกงใน ทำให้เกิดเป็นรอย เนื้อผ้าจะเสียหมด  สู้ใส่ไปที่ไม้แขวนตัวน้อยไปเลย เนื้อผ้าก็ไม่เสียแต่อย่างใด  

 
                                  ไม้แขวนนี่หาซื้อได้ตามตลาดนัดหรืออาจจะมีตามห้างทั่วๆไป แต่เราน่ะจะซื้อตามร้านที่ติดป้ายไว้ ทุกอย่าง 10 บาท แต่ไม้แขวนนี่ จะราคา 20 บาท ถ้าจำไม่ผิดนะ เพราะไม่ได้ซื้อนานแล้ว 
 
                      

พฤศจิกายน 2019
พฤ อา
« ก.ย.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: