๑๖ กย.๕๕(วิปัสสนา/สัมมาสมาธิ)

๑๖ กย.๕๕(วิปัสสนา/สัมมาสมาธิ)

ทำตามสภาวะ

ทุกอย่าง สำเร็จด้วยจิต หมั่นสร้างสัมมาสมาธิ ให้เกิดขึ้นเนืองๆ

พึงเป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีล หมายถึง หยุดสร้างเหตุนอกตัว

หมั่นประกอบธรรมเครื่องระงับจิตของตน ไม่ทำฌานให้เหินห่าง ประกอบด้วย วิปัสสนา หมายถึง สัมมาสมาธิ

พอกพูนสุญญาคาร หมายถึง สัมมาทิฏฐิ

 http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=12&A=1024&Z=1135

 

พึงเป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีล หมั่นประกอบธรรมเครื่องระงับจิตของตน ไม่ทำฌานให้เหินห่าง
ประกอบด้วยวิปัสสนา พอกพูนสุญญาคาร.

พึงเป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีล หมายถึง หยุดสร้างเหตุนอกตัว ตามความรู้สึกยินดี/ยินร้าย ที่เกิดขึ้นจาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัยอยู่ ได้แก่ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม

หมั่นประกอบธรรมเครื่องระงับจิตของตน ไม่ทำฌานให้เหินห่าง หมายถึง สมาธิ

ประกอบด้วยวิปัสสนา(ปัญญา) หมายถึง ไตรลักษณ์

พอกพูนสุญญาคาร/สุญญตา หมายถึง สัมมาทิฏฐิ

Advertisements

เหตุของการเกิดวิสุทธิ

เมื่อสภาวะมีรูปนามที่เป็นปรมัตถ์เป็นอารมณ์ (อุทยัพพยญาณ) เป็นเหตุให้

๑. สิลวิสุทธิ ความบริสุทธิ์แห่งศิล

๒. จิตตวิสุทธิ ความบริสุทธิ์หมดจดแห่งจิต

๓. ทิฏฐิวิสุทธิ ความบริสุทธิ์หมดจดแห่งทิฏฐิ ทิฏฐิในที่นี้ได้แก่ ปัญญา หมายความว่า มีปัญญาบริสุทธิ์หมดจด เห็นตามความเป็นจริงของสภาวะที่เกิดขึ้น

๔. กังขาวิสุทธิ ความบริสุทธิ์หมดจดเพราะข้ามพ้นความสงสัยในรูปนามเสียได้ หายความว่า เมื่อสามารถรู้ชัดในกาย เวทนา จิต ธรรมได้ ย่อมสิ้นสงสัยในสภาวะการเกิดของรูปนามตามความเป็นจริง

๕. มัคคาญาณทัสสนวิสุทธิ มีความรู้ความเห็นอันบริสุทธิ์หมดจด  คือรู้ทางถูก รู้ทางผิด แล้วละทางผิด ดำเนินตามทางถูกต่อไป  ได้แก่อุปกิเลสต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น โอภาส หรือแม้กระทั่งความรู้ชัดในสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้น แค่ดู แค่รู้ตามความเป็นจริง

๖. ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ มีความรู้ความเห็นอันบริสุทธิ์หมดจด ดำเนินไปตามลำดับๆ หมายความว่า เมื่อรู้ชัดรู้นามตามความเป็นจริง สภาวะต่างๆจะดำเนินไปตามเหตุปัจจัยของตัวสภาวะเอง จนถึงสภาวะรู้แจ้งแทงตลอดในสภาวะอริยสัจ ๔

มกราคม 2018
พฤ อา
« ธ.ค.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: