ใจที่มีความสุข

คือ หยุดภายนอก รู้ชัดภายใน

เหตุจาก ความเป็นผู้มีศิล ศิลที่เป็นไทจากกิเลส หมายถึง การหยุดสร้างเหตุนอกตัว ไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันขณะ
ที่เกิดจาก ผัสสะ (สิ่งที่เกิดขึ้น) เป็นเหตุปัจจัย

ศีล

ภิกษุ ท.! อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบพร้อมแล้วด้วย
ศีลทั้งหลายอันเป็นศีลที่พระอริยเจ้าพอใจ,

คือ ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท
ผู้รู้สรรเสริญ ไม่ถูกลูบคลำด้วยตัณหาทิฏฐิ และเป็นไปพร้อมเพื่อสมาธิ.

หมายเหตุ:

คำว่า เป็นไท หมายถึง จากกิเลส ปราศจากกิเลส เป็นเครื่องร้อยรัด

เป็นสภาวะศิลที่สะอาด ปราศจากอามิสบูชา

การสมาทานศีล เป็นอามิสบูชา เหตุจาก ตัณหา เป็นเหตุปัจจัย
ได้ทำ ดีกว่า ไม่ได้ทำ เพราะ ทุกสรรพสิ่ง ที่เกิดขึ้น แตกต่างกันไป ตามเหตุปัจจัย และที่กำลังสร้างให้เกิดขึ้นมาใหม่ ณ ปัจจุบันขณะ ทุกลมหายใจเข้าออก ของแต่ละคน

สภาวะสุข จึงเกิดขึ้นเนืองๆ เหตุจาก สมาธิ เป็นเหตุปัจจัย

เหตุจาก อวิชชาและอนุสัยกิเลส(สังโยชน์ ๑๐) ถูกทำให้เบาบางลง ตามเหตุปัจจัย

เป็นเหตุให้ นิวรณ์ต่างๆ ย่อมระงับลง ไปตามเหตุปัจจัย

เป็นเหตุให้ จิตตั้งมั่นเนืองๆ ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่ พร้อมทั้ง มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม(สัมมาสมาธิ)

เป็นเหตุให้ สภาวะสัญญาเกิดขึ้นเนืองๆ(จิตคิดพิจรณา ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่)

เป็นเหตุให้ เห็นตามความเป็นจริง ไตรลักษณ์ ทุกสรรพสิ่ง ไม่เที่ยง แปรปรวนตลอดเวลา เป็นทุกข์ เพราะอุปทานที่มีอยู่(ความยึดมั่น ถือมั่น) อนัตตา บังคับให้เป็นตามใจตนไม่ได้

เป็นเหตุให้ เกิดนิพพิทาวิราคะ(ความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด)

ศีล

๑.เป็นผู้มีศิล เป็นศิลที่ ดำเนินไปเพื่อได้สมาธิ ได้แก่ การหยุดสร้างเหตุนอกตัว ไม่สร้างเหตุออกไป ตามความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น เหตุจาก ผัสสะ เป็นเหตุปัจจัย

๒.ทำความเพียรต่อเนื่อง

ทั้งสองสิ่งนี้ ควรทำควบคู่กันไป

เมื่อทำความเพียรต่อเนื่อง ทั้งสองอย่างดังนี้ สภาวะเหล่านี้ จะเกิดขึ้นเอง ตามเหตุปัจจัย

อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็นิพพิทาวิราคะมีอะไรเป็นผล มีอะไร เป็นอานิสงส์.

พ. ดูก่อนอานนท์ นิพพิทาวิราคะ
มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นผล มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์

ดูก่อนอานนท์ ศีลที่เป็นกุศล

มีอวิปปฏิสารเป็นผล มีอวิปปฏิสารเป็นอานิสงส์

อวิปปฏิสารมีปราโมทย์เป็นผล มีปราโมทย์เป็นอานิสงส์

ปราโมทย์มีปีติเป็นผล มีปีติเป็นอานิสงส์

ปีติมีปัสสัทธิเป็นผล มีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์

ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล มีสุขเป็นอานิสงส์

สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิเป็นอานิสงส์

สมาธิมียถาภูตญาณทัสสนะเป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์

ยถาภูตญาณทัสสนะ มีนิพพิทาวิราคะเป็นผล มีนิพพิทาวิราคะเป็นอานิสงส์

นิพพิทาวิราคะ มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นผล มีวิมุตติญาณทัสสนะ เป็นอานิสงส์ด้วย ประการดังนี้

ดูก่อนอานนท์ ศีลที่เป็นกุศล ย่อมถึงอรหัตโดยลำดับ

ด้วยประการดังนี้แล.

หมายเหตุ:

ยังเรียบเรียงสภาวะไม่เรียงจากเหตุของการเกิด ในแต่ละสภาวะ เหตุจาก ต้องหาคำแปลออกมาให้ตรงกับคำเรียกต่างๆก่อน

จริงๆแล้ว พอมาอ่าน สิ่งที่ได้เขียนๆไว้ พร้อมทั้งคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่มีในพระไตรปิฎก มาใส่ให้ตรงกับสภาวะหรือคำเรียกนั้นๆ

เป็นเหตุให้รู้ชัดในสภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้น รู้ชัดมากขึ้น ทั้งการเกิด และการดับ โดยสภาวะ ตลอดจน เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิด และดับ

แท้จริงแล้ว พระพุทธเจ้า ทรงมุ่งสอน การดับเหตุของการเกิด ภพชาติปัจจุบัน โดยการเป็นผู้มีศีล เป็นพื้นฐาน

ทรงมุ่งสอน การดับเหตุของการเวียนว่ายตายเกิด ในวัฏฏสงสาร โดยสอนเรื่อง สุญญตา เป็นพื้นฐาน

สุญญตา ในที่นี้ หมายถึง สัมมาสมาธิ ได้แก่ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่

กว่าจะรู้ เหมือนการถอดสัมมาการ ต้องเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ทั้งนอก (ผัสสะ/สิ่งที่เกิดขึ้น) ทั้งใน(ขณะจิตเป็นสมาธิอยู่)

พฤศจิกายน 2019
พฤ อา
« ก.ย.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: