สีลัพพตปรามาส

สีลัพพตปรามาส

ผู้ใดไม่ถือมงคลตื่นข่าว ไม่ถืออุกกาบาต ไม่ถือความฝัน ไม่ถือลักษณะดีหรือชั่ว ผู้นั้นชื่อว่าล่วงพ้นโทษแห่งการถือมงคลตื่นข่าว ครอบงํากิเลสที่ผูกสัตว์ไว้ในภพ อันประดุจคูกั้นเสียได้ ย่อมไม่กลับมาเกิดอีก (ขุ.ชา. ๒๗/๘๗/๒๘)

ถ้าแม้นบุคคลจะพ้นจากบาปกรรมได้ เพราะการอาบนํ้า(ชําระบาป)
กบ เต่า นาค จรเข้ และสัตว์เหล่าอื่นที่เที่ยวไปในแม่นํ้า ก็จะพากันไปสู่สวรรค์แน่นอน

ถ้าแม่นํ้าเหล่านี้พึงนําบาปที่ท่านทําไว้แล้วในกาลก่อนไปได้ไซร้
(ดังนั้น)แม่นํ้าเหล่านี้ก็พึงนําบุญของท่านไปได้ด้วย(เช่นกัน) (ขุ.เถรี.๒๖/๔๖๖/๔๗๓)

บุคคลประพฤติชอบเวลาใด เวลานั้นได้ชื่อว่า เป็นฤกษ์ดี เป็นมงคลดี เป็นเช้าดี อรุณดี เป็นขณะดี ยามดี และ(นับได้ว่า)เป็นอันได้ทําบูชาดีแล้วในท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งหลาย

แม้กายกรรมของเขา(นั้น)ก็เป็นสิทธิโชค วจีกรรมก็เป็นสิทธิโชค มโนกรรมก็เป็นสิทธิโชค ประณิธานของเขาก็(ย่อมต้อง)เป็นสิทธิโชค ครั้นกระทํากรรม(การกระทําใดๆ)ทั้งหลายที่เป็นสิทธิโชคแล้ว เขาย่อมได้ประสบแต่ผลที่มุ่งหมายอันเป็นสิทธิโชค (สุปุพพัณหสูตร)

ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลา ผู้คอยนับฤกษ์อยู่ ประโยชน์เป็นตัวฤกษ์ ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทําอะไรได้
(ขุ.ชา ๒๗/๔๙/๑๖ )

โฆษณา

สีลัพตปรามาส

สีลัพตปรามาส หมายถึง การลูบคลำศิล ได้แก่ การถือศิลต่างๆ อย่างเคร่งครัด เช่น ศิล ๕ ศิล ๘ ศิล ๑๐ ศิล ๒๒๗ ข้อ
หรือแม้กระทั่ง การกราบไหว้บูชาและบูชายัญ ตามทิฏฐิของตน

โดยการน้อมเอา คิดเอาเองว่า ถ้ากระทำได้ดังเช่นนี้ การที่ได้ ถือศิลอย่างเคร่งครัด สามารถทำให้ถึง ที่สุดแห่งทุกข์(นิพพาน)ได้

อันนี้ ก็สามารถทำให้เข้าถึงนิพพานได้ แต่เป็นการกระทำปลายเหตุ

จะทำให้ถึง ต้องดับที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ตั้งใจรักาษาศิลแบบเคร่งครัด แต่ยังมีหลุดสร้างเหตุ ตามแรงผลักดันของกิเลส ที่มีเหตุปัจจัยอยู่กับสิ่งๆนั้น

เมื่อยังมีเหตุ ย่อมมีผล การปฏิบัติจึงกระท่อนกระแท่น ง่อนแง่น ผลุบๆโผล่
ตามเหตุปัจจัยของตน ที่ยังมีอยู่ และที่กำลังสร้างให้เกิดขึ้นมาใหม่อีก เกิดจากเหตุของ ความไม่รู้ที่ยังมีอยู่

แล้วแต่เหตุปัจจย

ทำแบบข้างบน โดยยึดถือการรักษาศิล เป็นหลัก แต่ยังมีการสร้างเหตุอยู่ ภพชาติปัจจุบน ขณะ ย่อมเกิดขึ้นอยู่
เป็นเหตุของ การเวียนว่ายในวัฏฏสงสาร ที่ยังมีอยู่

ทำแบบข้างล่าง อดทน อดกลั้น กดข่มใจ ไม่สร้างเหตุออกไป ตามแรงผลักดันของกิเลสที่เกิดขึ้น ยามผัสสะเกิด เช่น ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียงฯลฯ

ถ้าทำแบบนี้ได้ คือ หยุดสร้างเหตุนอกตัว ไม่คล้อยตามหรือไหลตามแรงผลักดันของกิเลส เหตุไม่มี ผลย่อมไม่มี ที่ยังมีผล เพราะยังมีเหตุปัจจัยอยู่

เมื่อหยุดสร้างเหตุนอกตัว ภพชาติปัจจุบัน ขณะ ย่อมเกิดน้อยลงหรือสั้นลง การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร ย่อมสั้นลงอย่างแน่นอน ตามเหตุปัจจัย

๓. สีลัพพตปรามาส

 

สีลัพพตปรามาส  กิเลสเป็นเครื่องผูกสรรพสัตว์ไว้ คือ การปฏิบัติผิด องค์ธรรมได้แก่ ทิฏฐิเจตสิก ในทิฏฐิคตสัมปยุตตจิต ๔ ดวง

สีลัพพตปรามาส ได้แก่ ความยึดถือในการปฏิบัติที่ผิด ความเชื่อถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความเข้าใจว่ามีได้ บริสุทธิ์ได้ด้วยศิลหรือพรต อย่างนั้นอย่างนี้จริงๆ

แม้กระทั่ง การกระทำที่หวังความสุขในโลกหน้า แต่ไม่ได้กระทำตามทางแห่งมรรค ๘ ซึ่งสามารถจะให้รู้แจ้งแทงตลอดอริยสัจ ๔ จัดเป็นสีลัพพตปรามาสทั้งสิ้น

เช่น เมื่อสมาทานศิลและวัตรอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ถอนผมด้วยเสี้ยนตาล หรือถอนด้วยเล็บ และกองทานเป็นต้น โดยเข้าใจว่า จะถึงนิพพานด้วยศิลและวัตรนี้

ข้อมูลทั้งหมด นำมาลงไว้ชั่วคราว ข้อความที่เขียนทั้งหมดยังไม่เขียนไม่เสร็จ

กรกฎาคม 2019
พฤ อา
« มิ.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: