รู้ทีละสเตป

18-01-15

เกี่ยวกับสภาพธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะรู้ทีละสเตป ไม่ใช่รู้ครั้งเดียวแล้วจบทันที

ทำไมจีวรควรเป็นสีแก่นขนุน(สีกรัก)
เพราะทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องระวังเรื่องสถานพื้นที่ เหตุนี้ จึงเป็นที่มาของ การครองผ้าสามผืน ไม่จำเป็นต้องสะสม

รู้กับไม่รู้
ภิกษุที่วิชชาเกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่สะสมทรัพย์สินหรือสิ่งนอกตัว ไม่สรรหาสิ่งบำเรอ ปรนเปรอกิเลส การปฏิบัติที่สมควรแก่ธรรม คือ การทำความเพียร รู้ชัดอยู่ภายในกายและจิต

เหตุและปัจจัย
เกี่ยวเนื่องด้วยเหตุและปัจจัย ที่วัดวาอารามต่างๆ มีสภาพธรรมต่างๆปรากฏให้เห็น ขึ้นอยู่กับผู้ที่เกี่ยวข้อง และเกิดจากเหตุปัจจัยที่มีต่อกัน

เกี่ยวกับอาหารการกิน จะมีสภาพแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับการทำตัวของผู้นั้น และขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่มีอยู่ของตนเองและผู้ที่มีเหตุปัจจัยต่อกัน

“(๕๐๘) ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้สำรวมด้วยปาติโมกข์ สังวรอยู่ถึงพร้อมด้วยอาจาระ
และโคจร เห็นภัยในโทษที่มีประมาณน้อย สมาทานศึกษาในสิกขาทั้งหลาย คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย รู้จักประมาณในการบริโภค หมั่นประกอบความเพียรในเครื่องตื่นอยู่ตลอดเวลา ปฐมยามและปัจฉิมยาม หมั่นประกอบความเพียรในการเจริญโพธิปักขิยธรรมอย่างต่อเนื่อง มีปัญญาอยู่เป็นอุบายในกิจการทั้งปวง”

ชีวิตของใครเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการกระทำตัวของผู้นั้น ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการทำบุญ ทำทานมาก ทำบุญกับพระที่คิดเอาเองว่า ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ(เป็นเรื่องของความถูกใจ/ไม่ถูกใจ) และเกิดจากเหตุปัจจัยที่มีต่อกัน

การทำบุญ การทำทานสิ่งที่คิดว่า ทำแล้วเป็นกุศลทุกอย่าง เป็นเรื่องของ การฝึกละ ความตระหนี่ถี่เหนียวที่มีอยู่

ทำบุญ ทำทานด้วยความโลภ จะได้โลภะ เป็นของแถม

ทำบุญ ทำทานด้วยการประชด จะได้โทสะ เป็นของแถม

ทำบุญ ทำทานด้วยความศัทธา(ทำตามคำบอกเล่าของผู้อื่น) แต่ไม่รู้ว่า สิ่งใดควรทำ ไม่ควรทำ(ทัวร์บุญ) จะได้โมหะ เป็นของแถม

การทำบุญ ทำทาน จะให้ผลมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ การกระทำของตัวเองด้วย

ทำบุญ ได้ไปสวรรค์
จากคำบอกเล่าต่อๆกันมา ทำบุญมากๆ เวลาตาย จะได้ไปสวรรค์ เรื่องนี้ เป็นเพียงอุบาย ที่ให้คนหมั่นละความตระหนี่ถี่เหนียวที่มีอยู่ โดยใช้เรื่องหลังความตาย มาทำให้เกิดความศรัทธา การทำบุญ ทำทาน

เรื่องราวหลังความตาย จะได้ไปนรกหรือสวรรค์(สุคติ-ทุคติ) ขึ้นอยู่กับเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนลมหายใจจะหมดลง จิตระลึกถึงสิ่งใด ย่อมไปตามนั้น

จึงเป็นที่นิยม เวลาบุคคลใดใกล้สิ้นลม จะนิมนต์พระพระเทศน์ หรือสวดมนต์ให้ฟัง หรือญาติ จะพูด คอยย้ำเตือน ให้ระลึกถึง เกี่ยวกับการทำบุญ ทำทาน รักษาศิล ที่เคยทำ

ไม่อยากทุกข์

16-01-15

ตราบใดที่ยังมีความไม่ชอบใจ มีเกิดขึ้นมากหรือน้อย นั่นคือ ทุกข์ที่มีอยู่

เมื่อไม่อยากทุกข์ จึงเพียรเพื่อละในเหตุแห่งทุกข์

เข็นตัวให้ทำความเพียร แบบตั้งใจทำจริงจังนี่ ทำได้ยากนะ เพราะเป็นความปกติ ที่ชอบความสบาย ปฏิบัติแบบสบาย

แต่เมื่อทุกข์ ตามจี้ๆๆๆๆๆๆ มาแสดงให้เห็นตลอดว่า แกไม่รอดจากเงื้อมมือฉันแน่ๆ มันตามจี้ ตามแยกเขี้ยว ข่มขู่ โดยเป็นภาพให้เห็นเนืองๆ

เมื่อมองเห็นเหตุและปัจจัยที่ต้องเจออย่างแน่นอน จึงกลับมาเข้าสู่กระบวนการ ทำความเพียร แบบที่เคยทำ ที่ทำ เพราะไม่อยากทุกข์ เบื่อมากกับเรื่องราวทางโลก

นับว่าเป็นเหตุดี ที่มีสถานที่เป็นสัปปายะกับตัวเอง และไม่ไกลเกิน ค่าเดินทางไปกลับ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่เกิน 1000 บาท จึงคิดนำเงินเข้าบ/ช โดยการไปปฏิบัติที่วัดแทน

โดยเลือกที่จะทำตามสัปปายะ ตามเหตุปัจจัยของตัวเอง ไม่ต้องไปข้องเกี่ยวกับเรื่องราวนอกตัว ไม่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบใดๆ ทำแบบเป็นตัวของตัวเอง

บอกกับเจ้านายไว้แล้วว่า หลังหวยออก ขอไปวัดประมาณ 7 วัน ครั้งนี้ ไปวันจันทร์-วันศุกร์ ซึ่งเจ้านายสนับสนุนเต็มที่ กับการไปวัดในครั้งนี้ และครั้งต่อๆไป

ถ้าถามว่า ที่ห้องก็ทำได้ ไม่เห็นต้องไปวัด

ก็มีคำตอบว่า มันเป็นเรื่องของเหตุและปัจจัยของแต่ละคน ไม่มีอะไรแน่นอน ได้ทำ ทำเพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ ที่ยังมีอยู่ ดีกว่าเที่ยวกล่าวตำหนิติติง แนวทางการทำความเพียรของผู้อื่น

ใครทำความเพียรแบบไหน ทำอย่างไร เชื่อใคร ไม่เชื่อใคร เกิดสั้น หรือเนิ่นนาน ขึ้นอยู่กับความไม่รู้ที่มีอยู่ของแต่ละคน เห็นแล้วเบื่อหน่าย

เมื่อเจอทุกข์ที่ตามจี้ๆๆๆๆๆๆๆๆ แรกๆชิวๆ ยังไม่รู้สึกอะไร เมื่อจิตเกิดการน้อมเข้ามาบ่อยๆ ทำให้เกิดการพิจรณาเนืองๆ มีภาพปรากฏให้เห็น

โอ …. ความไม่รู้ น่ากลัวนะ เพราะไม่รู้ จึงหลงโลก หลงลาภ ยศ สรรเสริญ หลงโลกธรรม8 หลงทรัพย์ภายนอก หลงในผัสสะต่างๆที่มีเกิดขึ้น หลงยึด หลงติด กว่าจะรู้ ….. กว่าจะหยุด ….. กี่ภพ กี่ชาติ ที่ต้องเวียนว่าย ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตาย เป็นคนบ้าง สัตว์บ้าง เผ่าพันธ์ต่างๆ น่ากลัวจริงๆ

เมื่อรู้แล้ว ต้องอดทน อดกลั้น กดข่มการกระทำ หากมีพลั้งเผลอ โดนอีกแล้ว ทุกข์จ่อหัว บีบคั้น เพราะเป็นธรรมดา เป็นสันดาน อนุสัยที่เนืองนองในขันธสันดาน ที่ยังยอมจนหมด ยังไม่ได้

ซึ่งมีวิธีเดียวเท่านั้นจริงๆ ที่จะพาให้ผ่านพ้น สิ่งเหล่านี้ไปได้ มีแต่การทำความเพียรเท่านั้น เมื่อไม่อยากเกิด ต้องจ่ายด้วยราคาแพง ค่าใบผ่านทาง ไม่ได้จ่ายด้วยเงินทอง แต่จ่ายด้วย การทำความเพียด้วยแรงกาย แรงใจ ที่ยังมีไหลไปตามกิเลส

บอกตามตรง ทรัพย์ภายนอก สำหรับวลัยพรแล้ว ก็งั้นๆ แค่มีให้กิน มีที่ซุกหัวนอน ไม่ต้องดิบดีอะไรมากมาย ให้นอนได้ หลบฝนได้ กันแดดได้ เท่านั้นพอ ไม่ต้องมาเสียเวลาทำความสะอาดมากมาย

วัดป่า
วลัยพรชอบเครื่องแต่งกายวัดป่านะ เสื้อผ้าสีน้ำตาล ใส่แล้วไม่โป๊ ไม่ต้องกลัวเลอะ ทำความสะอาดง่าย

ความเพียรมีผล ความพยายามมีผล

11-01-15

การคิดสูตรหวย ก็เหมือนกับการทำงาน

แรกเข้างานใหม่ ต้องเรียนรู้งาน งานอาจหนักและเหนื่อย เพราะ ยังไม่รู้วิธีการทำงานทั้งหมด

การคำนวณสูตรหวย ก็เช่นเดียวกัน อยากรวย ก็ต้องทำงาน แรกๆ อาจถึงขั้นไมเกรน ปัจจุบัน ก็มีอาการนี้เกิดขึ้นบ้าง เป็นบางครั้ง หากสร้างสูตรใหม่

พอเริ่มจับหลักได้ ก็เริ่มสบายมากขึ้น รู้ว่า ต้องทำแบบไหน

อะเมซิ่ง
เรื่องหวยนี่ อะเมซิ่งเหมือนกันนะ ที่คำนวณ อยู่ด้านหนึ่ง การออกเลขรางวัล อยู่อีกที่หนึ่ง ไหงมันมาตรงกันได้

เข้าใจละว่า ที่เจ้านายบอกว่า จะหากินทางหวย รวยทางหวย ดูจากสถิติ ในการคำนวณของแต่ละงวด ที่ผ่านมา เชื่อแล้วว่า มีความเป็นไปได้สูง

หลังหวยออก วลัยพรกะพักร้อน 7 วัน (สงบจากภายนอกชั่วคราว ไปเรียนรู้ภายในแทน)

เจ้านายสนับสนุนเต็มที่ เพราะทำแล้ว มีแต่ได้กับได้

ถูกฝึกให้ละ
วลัยพรติดเจ้านายนะ ที่ไม่ค่อยห่าง เพราะห่วงเรื่อง เสื้อผ้า อาหารการกิน คอยดูแล ไม่ขาดตกบกพร่อง

จะไปวัดที ต้องไปด้วยกัน หากไม่ได้ไปด้วยกัน จิตมันจะคิดๆๆๆๆ สภาวะกระท่อนกระแท่น เห็นแต่ทุกข์ จากความยึดติด(ให้ค่า) ที่มีอยู่

ต่อมา มีเหตุให้ไปแพร่บ่อย ถูกฝึกให้ละการยึดติด แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่า ถูกฝึกให้ละ

เมื่อไปแพร่บ่อยๆ เจ้านายต้องหากินเอง เสื้อผ้าต้องทำเองหมด หากที่มีอยู่ ไม่พอใช้

ต่อมาภายหลัง เมื่อมีจิตครุ่นคิดเกี่ยวกับความยึดติด หรือความห่วงใยที่มีอยู่ จิตจะปุจฉา-วิสัชนากันเอง เราเป็นฝ่ายรับฟัง(จืตสามดวง เกิดขึ้นในแต่ละขณะ)

ทุกครั้งที่มีความห่วงใยเิกดขึ้น จิตอีกตัวจะบอกว่า ห่วงทำไม เมื่อก่อนเขาไม่มีเรา เขายังทำเองได้ทุกอย่าง เขายังอยู่ได้ ถึงไม่มีเราก็ตาม

เมื่อคิดพิจรณาแบบนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้น จะหายไปชั่วขณะ แต่จะมีเกิดขึ้นอีก เมื่อคิดจะปลีกวิเวก

ต่อมา มีเหตุให้ได้เสื้อผ้า ชุดทำงานเพิ่มมากขึ้น ถึงจะไปวัดเป็นอาทิตย์ ก็สบาย เขาเองไม่ต้องซักผ้า การยึดติดที่มีอยู่(ห่วง) เรื่องเสื้อผ้า ชุดทำงานของเขา ก็ค่อยๆลดน้อยลงไปเอง

ข้ออ้าง
เท่าที่สังเกตุมา เวลาที่จะตั้งใจเก็บตัว ทำความเพียร ซึ่งมีทางนี้ทางเดียวเท่านั้น ที่ได้ผลไวมากที่สุด ในการดับเหตุของการเกิด ที่มีอยู่(สมุจเฉทประหาณ)

ส่วนการหยุดสร้างเหตุนอกตัว ได้ผลเหมือนกัน แต่ยังต้องเกิดอยู่ หากยังมีเหตุปัจจัยอยู่

เมื่อยังละในเหตุปัจจัยที่ยังยึดติดอยู่ ยังไม่ได้ทั้งหมด จิตมักจะมีข้ออ้างให้กับตัวเองเสมอๆ หมดเรื่องนี้ไป หาเรื่องใหม่มาอ้างต่อ จนกว่าจะจนมุม อ้างไม่ได้

นี่นะ ความอะเมซิ่งของสภาพธรรมต่างๆ ที่ได้เรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้ ก็ยังเรียนรู้อยู่

หวย
กลับมาเรื่องหวย ในสังคมหวย ที่ได้เข้าไปคลุกคลีได้ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ถึงแม้จะเป็นเพียง การโพสทางตัวหนังสือ

การเรียนรู้ที่ผ่านมา จนถึงทุกวันนี้ ได้รู้ชัดสภาพธรรมต่างๆ ที่ตนเองยังมีเหตุปัจจัยอยู่ และที่มีหลงกระทำให้เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งไม่แตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง ในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่อย่างใด เห้นจิต เห็นใจ เห็นกิเลสที่เกิดขึ้น ชัดเจน

มานะ
ตัวกรูรู้ ของกรูนี่ ยังล้นหลามนะ ประมาณว่า คิดมาแทบตาย กว่าจะรู้ เข้ามาลอกกันอย่างเดียว คำขอบคุณ แทบจะไม่มีให้เลย บางคนไม่เคยให้เลยก็มี

ลอกยังไม่พอ ยังนำข้อมูลที่เราทำขึ้นมา ทำเนียนเป็นของตัวเอง ทำเหมือนกับว่า คิดกันขึ้นมาเอง

พอเห็นแล้ว มีปริ๊ดนะ เพราะข้อมูล ที่ทำขึ้นมาเอง จะมีจุดเด่นเฉพาะตัว หากใครลอกไป เห็นปุ๊บ รู้ปั๊บ แหม่ ช่างกล้าเสียจริง นำไปใช้ไม่พอ ทำเนียนว่า คิดขึ้นมาเอง ไม่เคยแสดงออกว่า สูตรนี้ คนอื่นคิด และขอบคุณเจ้าของสูตร ไม่มีเลย

ถอยห่างออกมา
เริ่มโพสข้อมูลต่างๆที่เว็บบอร์ดช้าลง ดูจิต ดูใจ ดูกิเลสตัวเองเป็นหลัก พอเริ่มห่างออกมา ความสงบจากเหตุปัจจัยที่มีอยู่ สติมา ปัญญาเกิด

จิตคิดพิจรณา อ่อ ตัวมานะนี่เยอะนะ ในเมื่อตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่า จะให้เป็นวิทยาทาน แบ่งปันให้ โดยไม่คิดอะไร แล้วไหงกลับมาเป็นแบบนี้ไปได้

ทั้งนี้ แรกๆโทษนอกตัวก่อน แหม(ว่าคนอื่น) อยากเป็นอจ.กัน(ตามตำแหน่งของคนที่ให้เลขถูก) ยอมทำกันทุกอย่าง เพื่อให้ได้ข้อมูล แถมไม่มีการขอบคุณเจ้าของข้อมูล และยังทำเนียนว่า คิดคำนวณได้เอง

เมื่อถอยห่างออกมา จากสิ่งเร้า ความสงบเริ่มกลับมา จิตเริ่มคิดพิจรณาหาเหตุ-ผล ใจเริ่มเบาลง

ทั้งนี้ เราผิดเอง ในเมื่อเคยเขียนไว้ว่า ให้เป็นวิทยาทาน ไม่ต้องขอบคุณ ไม่ต้องแนบที่มา สรุป เราผิดเองตั้งแต่แรก

กิเลสจร
เมื่อกิเลสเกิดแทรกขึ้นมา ทำให้มองไม่ชัด ในเหตุที่เคยทำไว้ เมื่อผลกลับมา ก้มองไม่เห็นอีกว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร

จึงทำให้ ค่อยๆละในเหตุปัจจัยที่ตนยังมีอยู่ พยายามปิดข้อโต้แย้ง ที่ตนยัง นำมาสร้างเหตุใหม่ ให้เกิดขึ้นอยู่

นี่เห็นไหม ไม่ว่าสิ่งใดมีเกิดขึ้นในชีวิต ล้วนเป็นการเรียนรู้จริงๆ หากรู้เท่าทันกิเลส รู้เท่าทันในเหตุปัจจัยที่มีอยู่ รู้ว่า ยังหลงกระทำอยู่ หากรู้ได้ ก็เริ่มละได้ทันมากขึ้น

9-01-15

ใช้คุ้มค่า

กระเป๋าเป้ สำหรับใสโน๊ตบุ๊ค ของเจ้านาย มีหลายใบที่ชำรุด ส่วนมากจะเป็นตรงที่จับบ้าง ตรงขอบสายสะพายด้านหลังบ้าง

วลัยพรนำมาแก้ไข ปรับแต่งใหม่หมด ใช้เย็บมือนี่แหละ ปะๆชุนๆเอง ตอนนี้มีกระเป๋าเป้หลายใบ ไว้ใช้สับเปลี่ยน ไม่ต้องเสียเงินซื้ออีกทาน

กระเป๋าเป้ ใช้งานได้หลายอย่าง ยิ่งเวลาออกตลาด พวกน้ำยาปรับผ้านุ่มหนักๆ ประมาณ 10 ถุง ใส่เป้สะพายหลัง ไม่ทำให้รู้สึกหนัก เหมือนกระเป๋าแบบสะพายข้าง

ของที่ใช้นั้น ไม่ได้สนใจเรื่องสภาพสวยงาม แค่ใช้งานได้ ก็พอแล้ว สวยงามแล้วต้องเสียตังค์ จัดไว้อันดับสุดท้าย เพราะต่อให้สวย ใช้งานแล้ว ก็อยู่ในสภาพเก่า เหมือนกันหมด

ใครจะมองอย่างไร เรื่องภายนอก ช่างหัวมัน ตอนนี้เป็นคนประเภท อิ่มจัง ตังค์อยู่ครบ คือ นำของเก่าที่มีอยู่ มาปรับปรุงใหม่ ใช้งานได้เหมือนเดิม ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักบาทเดียว

งามไม่งาม ไม่สำคัญ แค่มีสตางค์ก็พอแล้ว ดีกว่างามแล้ว ตังค์หายหมด หายไม่พอ ยังมีหนี้สินเป็นดินพอกหางหมู เคยเป็นมาแล้ว จึงทำให้รู้ว่า เป็นหนี้เพราะอะไร

เหตุเกิดบนรถทัวร์

5-01-15

เดินทางไปแพร่ครั้งนี้ ขาไป ไม่มีอะไร ขากลับเจอแบบเดิมอีก บนรถทัวร์

เจอคนประเภทที่ ปรับเบาะเอนนอน เน้น นอน ไม่สนใจคนนั่งข้างหลังว่า เบาะที่ปรับเอนลงสุดนั้น คนนั่งข้างหลัง จะเป็นยังไง(แมร่งงงง)

ไม่ยอมนะ

ตรงที่เจ้านายนั่ง เจอคนปรับเบาะเอนจนสุด เจ้านายไม่พูดอะไร

เราก็เจอ แต่ไม่ยอม ตอนแรก ถีบเบาะก่อน ถีบแล้วยังไม่ยอมหยุด ใช้มือสะกิดเลย บอกว่า ปรับขึ้นไปหน่อย เขาก็ปรับขึ้น

พอดึกๆ คงคิดว่าเราหลับแล้วมั๊ง ก็ปรับลงมาอีก เราก็สะกิดอีก จนเขาเลิกปรับไปเอง

ที่ไม่ยอม ไม่ใช่อะไรหรอก วลัยพรเป็นคนตัวเล็ก ขาสั้น เวลาปรับที่วางเท้า หากคนข้างหน้า ปรับเบาะเอนจนสุด(แบบนอนเต็มที่) เบาะจะชนหัวเข่าพอดี ขยับขาไม่ได้เลย

คนขาสั้น หากไม่ปรับที่วางเท้าขึ้นมา หากนั่งห้อยขานานๆ จะทำให้เมื่อยขา ปวดขา โดยเฉพาะ วลัยพรมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อบริเวณรอบๆเข่า

ส่วนเจ้านายขายาว เขาเหยีดท้าไปกับพื้น เวลาคนข้างหน้าปรับเบาะลงมาจนสุด จะไม่โดนเข่า

หากต้องเจอคนประเภทนี้ออก บอกได้เลยว่า โคดเซ็ง แมร่งจะเอาสบายท่าเดียว ไม่นึกถึงว่า คนนั่งข้างหลัง จะเป็นอย่างไรบ้าง

6-01-15

การพัฒนาของรถทัวร์ สมบัติทัวร์

เมื่อก่อนนี้ บนรถทัวร์ จะไม่มีจอทีวีส่วนตัวให้ ซึ่งมีส่วนให้ หลับบ้าง ตื่นบ้าง เป็นบางครั้ง หากว่ามีอุบัติเหตุ คงเตรียมตัวรับมือได้ยาก ถึงจะมีเข็มขัดช่วยรัดไว้บ้างก็ตาม

เดี๋ยวนี้ รถทัวร์ มีจอทีวีส่วนตัวให้ วลัยพรจะนั่งดูหนัง ไม่ก็คอนเสริตทั้งคืน ช่วยได้เยอะ ในการทำให้ ไม่นั่งหลับ ระหว่างเดินทาง

หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมา การที่ไม่หลับ เป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับอุบัติเหตุได้เยอะ (ยึดเบาะที่นั่งให้แน่นและมีเข็มขัดที่ช่วยรัดไว้)

กลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ จึงค่อยนอน จะนอนมากน้อยแค่ไหนก็ได้

เจ้านายเล่าให้ฟังว่า ช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ญาติเขาจะขับรถกลับบ้าน เขาชวนเจ้านายให้ไปด้วยกัน เจ้านายถามเราว่า จะไปกับญาติเขาไหม

เราบอกว่า อย่าไปเลย นั่งรถทัวร์สบายกว่า เจ้านายหลับยาว ไม่เป็นไร เพราะเราไม่หลับ

หากไปรถญาติเขา เจ้านายต้องช่วยเปลี่ยนกันขับ น้ำมันก็ต้องช่วยเติมให้ จะไปทำไมให้ลำบาก และเสียเงินเหมือนกัน(ช่วยเติมน้ำมัน)

สรุป เจ้านายไม่ไปกับญาติ ใช้บริการรถทัวร์เหมือนเดิม

แค่รู้มากขึ้น

3-01-15

สิ่งที่เกิดขึ้น เดิมๆซ้ำๆ แรกเริ่ม ความไม่ชอบใจ ความไม่พอใจ จะทำให้เกิดการยอมรับสภาพธรรมที่เกิดขึ้นได้ยาก เช่นสภาพธรรมต่างๆ ที่วลัยพรยังติดข้องอยู่

ยายเจ้านาย ไม่ชอบวลัยพรมาก อันนี้เข้าใจความรูื้สึกของยายดี เป็นเรื่องของ ความไม่รู้ที่มีอยู่ และปัจจัยจาก สิ่งที่เคยกระทำร่วมกันมา ไม่รู้กี่กัปป์กี่กัลป์

ตอนนี้ไม่สนใจละว่า ใครจะนำสิ่งที่เขียนนี้ ไปบอกเล่าให้ยายฟัง เพราะสิ่งที่วลัยพรนำมาเขียน ล้วนมีประโยชน์มากว่าเป็นโทษ

ก็ในเมื่อ เขาวิ่งเข้ามาหาเหตุกันเอง และนำไปสร้างกันเอง สภาพครอบครัวของเขาเหล่านั้น จะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเขาเหล่านั้น ปัจจัยจาก ความไม่รู้ที่มีอยู่ จึงหลงกระทำเหตุแห่งทุกข์ให้มีเกิดขึ้นในชีวิต เป็นความปกติของความไม่รู้ที่มีอยู่

ไปแพร่ครั้งนี้ เจอเรื่องเดิมๆซ้ำๆ ที่แรกๆได้ฟังแล้วปริ๊ด ยายเจ้านายชอบใช้คำพูดยุแหย่ คอยเสี้ยมให้ พยายามชักจูงให้เจ้านายคล้อยตาม ในเรื่อง การมีเมียน้อย เพื่อจะได้มีลูกหลาน เพื่อสมบัติยาย จะได้ไม่ตกไปเป็นของคนอื่น

ยายทำแบบนี้มาหลายครั้ง เมื่อพูดกับเจ้านายไม่ได้ผล หันกลับมาหาทางเรา พยายามโน้มน้าวชักจูงเรา ให้เห็นดีงามกับการให้เจ้านายมีเมียน้อย

แรกๆปริ๊ดมาก เราบอกกับยายว่า ยายนี่ กรรมหนักนะ สร้างบาปคนเดียวยังไม่พอ ยังพยายามชักชวนให้คนอื่นเห็นดีเห็นงาม กับเรื่องการผิดศิล ถ้าพูดตามตรงคือ คิดชั่วคนเดียวยังไม่พอ ยังชวนผู้อื่นให้ทำชั่วตาม เรียกว่า นรกสองต่อ ทีนี้ไม่สามารถพูดตรงๆแบบนั้นได้

จึงได้บอกกับยายว่า ยายนี่ สร้างกรรมหนักนะ พยายามทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก ยุให้สามีมีเมียน้อย เห็นดีงามกับผู้ที่ทำผิดศิล หากเกิดชาติต่อไป ยายก็จะถูกคนอื่นทำแบบนี้เช่นกัน

ยายบอกว่า ตายไปแล้ว ไม่รู้หรอกว่าจะไปไหน แล้วยกตัวอย่างให้เราฟังว่า ดูบ้านนั้นสิ มีเมียตั้งหลายคน มีลูกตั้งหลายคน แก่มาสบาย ลูกหลานเลี้ยง

เราบอกว่า ยายรู้ได้ไงว่าสบาย ยายคิดเอาเอง ยายต้องการแบบไหน ไปคุยกับหลานยายเองสิ คือ พูดกับผู้ที่ไม่รู้ ไม่ต่างกับสักแต่ว่าเสียงลอยลม เพราะอีกฝ่ายไม่สนใจสิ่งที่เราพูด เป้าหมายของยายมั่นคง จะหาเมียน้อยให้หลาน เคยหาแล้ว แต่หลานไม่สนใจ ก็ยังไม่ละความพยายาม

เรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อเจอเดิมๆซ้ำๆ เริ่มชินกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย เราจะหลีกเลี่ยงการอยู่สองต่อสองกับยาย หากมีหลงลืมบ้าง พอยายเริ่มพูด เราจะหาวิธีที่ไม่ต้องรับฟังยาย

ไปครั้งนี้ เมื่อยายเห็นว่า ที่ผ่านมา พูดแล้วไม่ได้ผล ยายเอาอีก รอบนี้ เล่นทั้งสองคนเลย ทั้งเราและเจ้านาย

ระหว่างนั่งกินข้าวกัน ยายพูดว่า เมียเฒ่า มีลูกไม่ได้ จะหาเมียใหม่ให้เจ้านาย จะได้มีลูก ไว้พึ่งยามแก่ ไม่ลำบากเหมือนยาย ให้เจ้านายกลับไปอยู่บ้าน ให้ลาออกจากงานที่ทำ

เจ้านายไม่พูดอะไรกับยาย ส่วนเรานั่งอยู่ด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงคิดละว่า จะรังเกียจอะไรเรานักหนา ตอนนี้ไม่มีความคิดแบบนั้น แค่มองแล้ว รู้สึกสังเวชใจกับความไม่รู้ ของผู้คน ไม่ใช่เฉพาะยายคนเดียว แต่กับทุกๆคน ที่ลุ่มหลง หมกมุ่นอยู่กับโลก หลงโลก หลงทรัพย์ภายนอก หลงคิดพึ่งพาผู้อื่น มากกว่าคิดพึ่งพาตนเอง หรือมีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

รับฟังมาก ได้ประโยชน์มาก
จากหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ปัจจัยจาก รู้ชัดสิ่งที่เรียกว่า กิเลส รู้ว่า เหตุจากความไม่รู้ที่มีอยู่ ผู้คน จึงตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส ย่อมหลงกระทำตามแรงผลักดันของกิเลสที่เกิดขึ้น

เมื่อรู้ดังนี้แล้ว ย่อมให้การอโหสิกรรมต่อทุกๆการกระทำของอีกฝ่าย ไม่มีความคิดพยาบาท อาฆาตจองเวรกับอีกฝ่าย มองรอบๆตัว ด้วยความเมตตามากขึ้น สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของตนเอง ช่วยไม่ได้จริงๆ เหตุของใคร ก็ของคนนั้น

สำรวม สังวร ระวัง
แม้กระทั่งข้าวของ เครื่องใช้ของผู้อื่น จะใช้งานใคร ก็ต้องระวัง ระวังทุกย่างก้าว ระวังจนเริ่มติดเป็นนิสัย ทำให้เกิดการคิดก่อนที่จะสร้างเหตุนอกตัวมากขึ้น

ไม่ต้องการให้มีเหตุต่อกัน
มีบางเรื่อง ที่รู้สึกอยู่ในใจ ก็คิดอยู่ว่า จะใช่แบบที่เรารู้ไหมนะ ซึ่งต่อมา ก็รู้ว่า สิ่งที่รู้นั้น เป็นความจริง แบบที่รู้ จึงทำให้เกิดการกระวังกับคนรอบข้างมากขึ้น

คนส่วนมาก มักไม่เคยกล่าวโทษตัวเอง มีแต่กล่าวโทษนอกตัว ประมาณว่า เพราะคนนั้นทำ จึงเป็นแบบนั้นแบบนี้ ไม่เคยกล่าวโทษตัวเองว่า เพราะตัวเองทำเอง ผลจึงเป็นแบบนี้ นี่ก็เป็นเรื่องปกติของความไม่รู้ที่มีอยู่

ชีวิต เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว แรกเริ่ม ย่อมตกอยู่ในวังวนของกิเลส หลงสร้างเหตุใหม่ให้มีเกิดขึ้นเนืองๆ เกิดมาแล้ว ต้องทุกข์ จะทุกข์แบบไหน ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยของผู้นั้น หลงมาก ทุกข์มาก เพราะหลงสร้างเหตุแห่งทุกข์ ให้มีเกิดขึ้นเนืองๆ

ทุกๆการกระทำ ล้วนส่งผลต่อชีวิต จะกระทำเพื่อทำให้ดับ หรือกระทำให้มีเกิดขึ้นใหม่ ขึ้นอยู่กับอวิชชา(ความไม่รู้) ที่มีอยู่

กิเลสที่เป็นแรงผลักดัน ให้เกิดการสร้างเหตุ หากรู้ตามความเป็นจริงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ทำไมสิ่งที่เกิดขึ้น มีผลต่อความรู้สึกนึกคิด หากรู้ชัดตามความเป็นจริงนี้ ย่อมคิดที่จะหยุด มากกว่ากระทำออกไป เพราะไม่รู้ จึงทำ รู้แล้ว มีแต่พยายามหยุด

กิเลส จึงไม่ใช่ตัวปัญหา ตัวที่ก่อให้เกิดทุกๆการกระทำ ล้วนเกิดจาก ความไม่รู้ ที่มีอยู่ ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด ล้วนเกิดจาก ความไม่รู้ที่มีอยู่

แก้ไม่ได้นะ

2-01-15

แก้ไม่ได้นะ

ความยึดติด ไม่ว่าจะติดกับสิ่งใดก็ตาม ยึดติดมาก ก็ทุกข์มาก ยึดน้อย ก้ทุกข์น้อย ไม่ยึดเลย ไม่ต้องเจอทุกข์

ก็เข้าใจนะว่า มีหลายๆคน ที่ยึดติดในตัววลัยพร จะด้วยความเคารพ หรือด้วยเหตุปัจจัยใดๆก็ตาม

ยังมีพลาดนะ

เรื่องโทรฯ บางครั้งก็ยังมีพลาดอยู่ เวลาทำสมาธิ ลืมปิดเครื่อง คนที่โทรฯเข้ามาหา จะโทรฯมาด้วยเหตุใดก็ตาม เขาย่อมไม่รู้ว่า ฝ่ายที่เขากำลังโทรฯหานั้น ทำอะไรอยู่

บ้างก็มีโทรฯเข้ามาเพื่ออวยพรวันปีใหม่ วันเกิด หรือจะด้วยเหตุใดก็ตาม ซึ่งวลัยพรมักจะบอกเสมอๆว่า ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ชีวิตจะดีขึ้นหรือเลวลง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับลมปากของใคร แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเอง

ฉะนั้น จึงเป็นคนที่ไม่ให้ความสำคัญอะไรกับเรื่องพวกนี้ ใครจะคบหรือไม่คบ เพราะเรื่องพวกนี้ อันนี้ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ

ส่วนการแผ่เมตตา กรวดน้ำ ให้ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บตาย ด้วยกันทั้งสิ้น ที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่หมดลมหายใจไปแล้ว เป็นการให้แบบปกติ ให้ในสิ่งที่ควรให้

และอธิษฐานจิต การทำความเพียร เพื่อการไม่เกิด นี่ก็เป็นเรื่องปกติ ของผู้ที่เบื่อหน่ายในธาตุขันธ์ เบื่อหน่ายภพชาติของการเกิด เบื่อหน่ายในเหตุปัจจัยที่ตนมีอยู่

ก็รู้นะว่า การกระทำของตนเอง บางครั้งส่งผลกระทบให้อีกฝ่าย เกิดความทุกข์ใจได้ เหตุปัจจัยจาก ความยึดติด ยึดมั่นถือมั่นในตัววลัยพร จะด้วยเหตุปัจจัยใดๆก็ตาม

แม่

วลัยพรไม่เคยกล่าวคำอวยพรให้กับแม่ แต่จะบอกกับแม่ทุกครั้งที่โทรฯหา ประมาณว่า แม่ตั้งใจทำความเพียรนะ ทำแบบไหนก็ได้ ทำเวลานอนก็ได้ ใช้กำหนดรู้ลมหายใจ หรือไม่ต้องกำหนดใดๆก็ได้ แค่รู้ว่า กำลังหายใจอยู่เท่านั้นก็พอ หมั่นทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ หากต้องมีเหตุให้มาเกิดอีก ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก จะบอกกับแม่แบบนี้ทุกครั้ง

เมื่อบอกแม่เสร็จ ไม่เคยเก็บมาคิดว่า แม่จะทำไหม คือมีหน้าที่บอก แต่ไม่ใช่ไปบังคับ ซึ่งแม่ก็ทำตามเหตุปัจจัยของแม่ อย่างน้อย แม่ก็มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ยังดีกว่า มีอย่างอื่นเป็นที่พึ่ง

ส่วนการที่แม่จะทำตน ให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้มากน้อยแค่ไหน นั่นก็แล้วแต่เหตุปัจจัยของแม่ สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัยของผู้นั้น

ทุกวันนี้ ไม่มีห่วง ใครจะว่าใจจืด ใจดำยังไงก็ช่าง เพียงทำตามหน้าที่ ที่สมควรทำ ที่สมควรให้ ให้โดยไม่ต้องคิดว่า วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ให้เท่าที่ให้ได้ ณ ขณะนี้ ณ วันนี้

ชีวิตวลัยพร ณ ตอนนี้ หลับก็หลับอย่างเป็นสุข(จิตเป็นสมาธิ) ชีวิตในแต่ละวัน สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามอุปทานที่ยังมีอยู่ และการสร้างเหตุแห่งทุกข์ ที่ยังมีอยู่ (หยุดมากกว่าที่จะสานต่อ)

หากต้องตาย ก็ตายอย่างมีความสุข(จิตที่ถูกฝึกให้เป็นสมาธิอย่างต่อเนื่อง ย่อมมีสุคติเป็นที่หมาย หากยังต้องเกิดอีก)

สิ่งที่วลัยพรให้กับทุกๆคนได้ในตอนนี้ คือ คำบอกเล่าเรื่องราว ที่มีเกิดขึ้นในชีวิต ตามความเป็นจริง และวิธีการกระทำเพื่อดับเหตุแห่งทุกข์ ที่หลงกระทำให้มีเกิดขึ้นมาเนืองๆ ปัจจัยจาก ความไม่รู้ที่มีอยู่

ฉะนั้น จงอย่าเสียความรู้สึก หรือเสียใจ หรือทำให้เกิดทุกข์ขึ้นกันเอง ปัจจัยจาก ความยึดติดในตัววลัยพร จะด้วยเหตุใดๆก็ตาม

เพราะสิ่งที่วลัยพรพร่ำบอกเสมอคือ อย่าเสียเวลาทำตามประเพณี หรือตามสภาพแวดล้อมของสังคม คำอวยพรใดๆ เป็นแค่เปลือก

สภาพภายในที่แท้จริงของจิต นี่สิควรใส่ใจ เพราะบ่งบอกถึง ต้นเหตุของการเกิด ที่ยังมีอยู่ เมื่อยังต้องเกิด ก็หนีไม่พ้นทุกข์ เวียนวนซ้ำซาก ควรพาตัวเองให้พ้นจากวังวนของการเกิด นี่สิ ควรใส่ใจ ควรกระทำ

ความคิดถึง

ก็ยังคงมีความคิดถึงทุกๆคน ทั้งที่เคยพบเจอกัน และไม่เคยพบเจอกัน แม้กระทั่งหน้าตา ก็ไม่เคยเห็น ที่คิดถึงกัน ล้วนเกิดจากเหตุปัจจัยที่มีต่อกัน

คิดถึง ก็เป็นเรื่องของความรู้สึก คิดได้ รู้สึกได้ เป็นเรื่องของกิเลสที่มีอยู่ มีเกิดขึ้น เป็นเรื่องปกติ เพียงแค่รู้ว่ามี

แต่ไม่ได้โทรฯหา หรือพบปะติดต่อใดๆ เพราะพอพบเจอ มักคุยแต่เรื่องเดิมๆซ้ำๆ วังวนของการเกิด สุดท้ายหมดเรื่องคุย

เมื่อรู้ว่าเหตุอยู่ตรงไหน เพียรดับเหตุนั้น ด้วยการละ ละการพบปะพูดคุยด้วย ตัววลัยพรไม่เท่าไหร่ หากมีทุกข์เกิดขึ้น ก็แก้ด้วยตนเองได้ แต่คนอื่นนี่สิ วลัยพรไม่อยากให้ตัวเอง เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ ให้กับใครๆ

กับญาติพี่น้องก็เช่นกัน ไม่เคยโทรหากันเพื่ออวยพรกันแต่อย่างใด โทรหากันต่อเมื่อ มีธุระจริงๆ อย่างคราวนี้ โทรหาน้องสาว ขอเบอร์บ/ช เพื่อโอนเงินเข้าบ/ชน้อง ส่งเงินให้แม่ทำบุญ

น้องบอกเลขที่บ/ชเสร็จ จบเรื่องกัน ไม่มีมาอวยพรกันแบบคนอื่นๆทั่วๆไป คือ จบแค่นั้น วางหู หากวลัยพรยังโทรหา นั่นคือ ยังมีชีวิตอยู่ หากไม่มีการติดต่อใดๆ นั่นหมายถึง สิ้นชีวิตแล้ว

นี่สั่งเสียล่วงหน้า เตรียมตัวตายให้พร้อมตลอดเวลา สั่งเจ้านายไว้เรียบร้อย หากสิ้นชีวิตจริงๆ ให้โทรบอกญาติพี่น้องของวลัยพรด้วย ศพไม่ต้องทำอะไร โทรแจ้งรพ. ที่บริจาคร่างกายไว้เท่านั้นพอ เดี๋ยวเขามารับศพเอง

หากเขาไม่มารับ ไปจ้างวัดไหนก็ได้เผาไปเลย ไม่ต้องทำพิธีใดๆทั้งสิ้น นี่นะ เตรียมไว้ล่วงหน้า ใครตายก่อนใครก็ไม่รู้

หากเจ้านายไปก่อน ทรัพย์สมบัติของเขาทั้งหมด ไม่เอาสักอย่างเดียว ให้ทางญาติพี่น้องเขามาจัดการกันเอง ส่วนวลัยพรนะรึ ไปตามวัดอย่างเดียว พอกันทีกับชีวิตทางโลก น่าเบื่อหน่าย ไม่เอาอีกแล้ว

ถ้าถามว่าจะบวชรึ บอกได้เลย ไม่บวชหรอก แค่ใช้ชีวิตฆราวาส ตามที่ควรทำเท่านั้นพอ ตราบใดที่ยังมีวัดอยู่ ไม่อดตายหรอก มีแค่ค่ารถเดินทางก็พอแล้ว จะไปเอาอะไรกับทางโลกอีก

2-01-15

ไม่สำคัญ

สำหรับฉันแล้ว วันไหนๆ ไม่ใช่วันสำคัญ สิ่งที่สำคัญ คือ การเพียรละเหตุแห่งทุกข์ ที่ยังมีอยู่

ฟัง มากกว่าพูด ทำให้ดับได้ทัน มากกว่าจะกระทำให้มีเกิดขึ้นอีก(สานต่อ)

แรกๆ อาจทำใจให้ยอมรับได้ยาก(โดยเฉพาะความไม่ชอบใจ) พอเจอเรื่องราวเดิมๆซ้ำๆ ความรู้สึกเดิมๆซ้ำๆ ใจเริ่มชิน เดิมๆซ้ำๆ เดิมๆซ้ำๆ สุดท้าย แค่นั้นเอง ใจก็ยอมรับได้เอง สงบลงได้เอง ตามเหตุปัจจัย

อย่าอาย

การที่จะรู้ชัดตามความเป็นจริง ของสภาพธรรมต่างๆที่มีเกิดขึ้นในชีวิต ที่มีเกิดขึ้นตามความเป็นจริงได้

สิ่งแรกคือ ต้องกล้ายอมรับสิ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ตามความเป็นจริง ให้ได้ก่อน หากยังมีความอาย(ปกปิด) ยังไม่กล้ายอมรับสิ่งที่ตนยังมีอยู่ และเป็นอยู่(กิเลส)

แค่เรื่องราวของตัวเอง เช่นกิเลสที่มีอยู่ ยังไม่กล้ายอมรับ นับประสาอะไรกับเรื่องราวอื่นๆ ที่มีเกิดขึ้นในตนเอง แล้วจะดับเหตุแห่งทุกข์(การเกิด) ได้อย่างไร ขนาดเรื่องของตัวเอง ยังไม่กล้ายอมรับ ยังมีปกปิด กลัวการรังเกียจจากผู้อื่น

อย่างวลัยพรนี่ ติดข้องสิ่งใดอยู่ เปิดหมด ไม่มีปกปิดตนเอง ยกเว้นบางเรื่อง ที่เกี่ยวกับบุคคลที่สาม

การตั้งกลุ่มสูตรหวยขึ้นมา ก็ไม่เคยรู้สึกอาย ไม่ต้องสร้างภาพว่าฉันไม่เกี่ยวข้องอบายมุข ไม่ต้องสร้างภาพว่า เป็นคนดี ถางแต่กิเลส

ก็เมื่อเหตุปัจจัยยังมีอยู่ เพียงยอมรับ ไม่ปกปิดตนเอง สติมา ปัญญาเกิด สงบได้ ใจก็ทุกข์น้อยลงเอง ตามเหตุปัจจัย

ก็ยังคงอยู่ในวังวนของวงการหวย ช่วยไม่ได้นี่ เมื่อคู่ครองเป็นแบบนี้(สภาวะ) แค่ช่วยในส่วนที่พอจะช่วยได้เท่านั้นเอง

ถ้าถามว่า อยากได้ด้วยไหม ก็มีบ้างเป็นธรรมดา แต่ไม่ถึงขั้น อยากได้มากๆ อะไรแบบนั้น คือ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา ไม่ได้เป็นแบบนั้น หากเจ้านายได้ ก็ดีใจด้วย

15-12-14

ยังชอบท่องเที่ยวนะ

คุยกับเจ้านายว่า หากเขาหยุดได้หลายๆวัน หากกลับไปแพร่ พายายไปเที่ยวกัน ที่สถานีขนส่งแพร่ มีรถไปกลับสะดวกมา อยากไปไหนก็ไปได้

เขาถามว่า จะไปเที่ยวจริงหรือ?

เราบอกว่า แค่อยากไปน่ะ เห็นรถเดินทางสะดวกดี แต่พอคิดอีกที ใช้วิธีดูภาพที่คนอื่นเที่ยวกันดีกว่า ไม่ก็ดูจากทีวีดีกว่า เพราะมีคำตอบสมอว่า เที่ยวนอกตัว เที่ยวไปก็แค่นั้น สุดท้ายก้มีแต่เหตุ เที่ยวในตัวดีกว่าเนอะ

เขาฟังแล้ว หัวเราะ

คุยกันเรื่องโรงสีข้าวเก่าของตา ที่อยู่ตรงท้ายสวน เป็นโรงสีเล็กๆ ไม่ต่างกับบ้าน บอกกับเขาว่า หากยายเลิกเลี้ยงไก่ จะทำความสะอาดบ้านไม้หลังนั้น หล่อปูนที่โคนเสา(กันปลวก) ด้านที่หันหาบ้านชาวบ้าน ทำประตูและใช้ไม้ตีปิดด้านนั้นเสีย(ไม้เก่า ยายเก็บไว้เยอะ ไม่ต้องซื้อไม้) ด้านที่เหลือใช้ตาข่ายและติดมุ้งลวด จะได้ไม่ต้องใช้พัดลม และกันยุงได้ด้วย สภาพอากาศในสวน ค่อนข้างเย็น

ที่ปิดไม้ด้านข้าง เพื่อไม่ให้ชาวบ้านมองเข้ามาได้ จะเอาไว้สำหรับเป็นที่หลบมุมจากคนด้วย

เขาบอกว่า ทำแบบนั้นก็ดีนะ

มกราคม 2015
พฤ อา
« ธ.ค.   ก.พ. »
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: