กิเลสติดเกมส์

สภาวะนี่สุดยอดเลยนะ มีแต่ขุดๆกิเลสขึ้นมา
สภาวะติดเกมส์ ตรงนั้นหลุดมานานแล้ว เมื่อก่อนติดมากๆ
ก็พยายามทุกวิถีทางที่จะเลิกเล่นให้ได้ เป็นปีนะ ไปทำงานสายตลอด
ติดเกมส์นี่ติดจริงๆ ไม่เป้นอันหลับอันนอนเลย เล่นทั้งคืนถึงสว่างคาตา
 
แต่เรายังคงเจริญสติต่อเนื่อง ไม่เคยขาดนะ ทำทุกวัน
พอเข้าที่ทำงาน ตัดขาดทุกอย่างออกหมด เน็ตนี่ไม่แตะเลย
ก็ไม่รู้นะว่า ทำไมอยู่ที่ทำงานถึงตัดขาดได้ ไม่แตะเลยจริงๆ เน็ตนี่ไม่เข้าเลย
 
สุดท้าย เลิกหาหนทาง ติดก็ให้รู้ว่าติด
อยากเล่นก็เล่นเข้าไป ไม่หาทางเลิกแล้ว
สุดท้าย ผลของการสร้างเหตุดี จู่ๆคอมฯเจ๊ง
นำคอมฯไปซ่อม เกมส์ที่ลงไว้ หายหมดเลย ไม่เหลือสักเกมส์
ตั้งแต่นั้นมา ทำให้เราเลิกเล่นเกมส์ไปโดยอัตโนมัติ ทุกวันนี้มีแค่เกมส์ยิงบอล
ที่เราใช้เวลาเล่นคั่นเวลา แค่แป๊บๆ ไม่ได้ติดอะไร เพราะมันไม่ต้องไปเล่นอะไรมากมาย แค่ยิงๆไปเรื่อยๆ
เอาจิตจดจ่ออยู่แค่นั้นเอง ไม่มีเทคนิคพิเศษอะไร
 
สภาวะทุกๆสภาวะ เมื่อถึงเวลา เขาจบด้วยตัวของเขาเอง
ทุกอย่าง ล้วนเกิดจากเหตุที่ทำมา ซึ่งบางทีก้ระลึกไม่ได้เลยว่าไปทำไว้ตอนไหน
ยิ่งหาทางแก้ หาทางเลิก ยิ่งยุ่ง เลิกไม่ได้สักที เพียงแค่เจริญสติต่อไป ดูตามความเป็นจริงไป
ทำเท่านี้เอง เมื่อถึงเวลา มีเหตุให้เลิกเอง ไม่ต้องไปพยายามทำอะไรเลย  แค่ยอมรับตามความเป็นจริงเท่านั้นเอง 
โฆษณา

รอยบาปที่ลบไม่ออก

 
เรื่องที่พลาดวันวาน ผ่านมาแล้วเพียงใด
ยังจำขึ้นใจ ไม่อาจลืมได้เลย
เฝ้าทำเพื่อเธอไป แค่เพียงหวังชดเชย
แต่ใจไม่เคย.. รู้สึกดี ซักครั้ง..

รอยบาปที่ลบไม่ออก จะลบเท่าไหร่
ก็ลบ..ไม่ได้
ทำเธอ เสียใจ ช้ำไม่ต่างกันในนี้
ความเจ็บยังฝังตัวอยู่ ไม่รู้เมื่อไหร่ จะจาง..ซักที
ผิดนี้ยังเปื้อนหัวใจ แค่ไหน ฉันรู้ตัวดี
ว่าใช้คืนเธอไม่พอ

กี่ทีที่เธอมอง ใจทุกห้องแทบขาด
ภาพความหลังบาด เธอคงไม่เข้าใจ
หากเธอรู้ความจริง สิ่งที่ฉันพลั้งไป
คงไม่อภัย..กลัวมันกลัวไม่หาย

รอยบาปที่ลบไม่ออก จะลบเท่าไหร่
ก็ลบ..ไม่ได้
ทำเธอ เสียใจ ช้ำไม่ต่างกันในนี้
ความเจ็บยังฝังตัวอยู่ ไม่รู้เมื่อไหร่ จะจาง..ซักที
ผิดนี้ยังเปื้อนหัวใจ แค่ไหน ฉันรู้ตัวดี
ว่าใช้คืนเธอไม่พอ

รอยบาปที่ลบไม่ออก จะลบเท่าไหร่
ก็ลบ..ไม่ได้
ทำเธอ เสียใจ ช้ำไม่ต่างกันในนี้
ความเจ็บยังฝังตัวอยู่ ไม่รู้เมื่อไหร่ จะจาง..ซักที
ผิดนี้ยังเปื้อนหัวใจ แค่ไหน ฉันรู้ตัวดี
ลบล้างไม่พอ ถ้าเธอยกโทษ
แม้ต้องแลก ด้วยลมหายใจก็ยอม

 
 
ฟังเพลงนี้แล้ว ทำให้คิดทบทวนสภาวะที่ผ่านมา
ทุกข์นะเมื่อก่อนทุกข์มากๆ เพลงนี้ตรงกับสภาวะในตอนนั้นเลย
ทั้งๆที่เหตุนั้น เป็นเรื่องราวในอดีต อดีตชาติ เรียกว่า เราไม่สามารถระลึกถึงได้เลย
แต่เพราะตัวสภาวะ ถึงเวลา ถึงวาระต้องมีเหตุให้ระลึกถึงเรื่องราวต่างๆนั้นขึ้นมา เห็นแล้ว เสียใจนะ
เหมือนเนื้อเพลงทุกถ้อยคำเลย  ตอนนี้ดูจิตไปด้วย ระหว่างที่ฟังเพลงนี้ มีนะจิตกระเพื่อม ความเสียใจ
เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ได้ทำพลาดลงไปโดยไม่ได้เจตนา เพราะความไม่รู้ตัวเดียวแท้ๆ จึงต้องมาชดใช้กัน
 
ช่วงนั้นพยายามทำทุกอย่าง เพื่อชดใช้ในสิ่งที่ทำให้เขาเสียใจไว้
แล้วเป็นเหตุให้ชีวิตของเขาในปัจจุบันเป็นเช่นนี้ 
 
พอมาเข้าใจถึงเหตุและผล เรามองตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
ไม่ใช่เราเป็นฝ่ายผิดคนเดียว เขาเองก็ผิด ผิดที่ก่อเหตุกับคนอื่นๆไปด้วยความไม่รู้
ถ้าเขาไม่ก่อเหตุใหม่ ผลคือ ชีวิตของเขาคงไม่เป็นเช่นในปัจจุบัน นี่แหละความไม่รู้ จึงหลงสร้างเหตุไม่รู้จบ
 
ภาพที่เรามองเขาในปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เขาคนนี้
แต่เป็นภาพของเขาในอดีต ที่เป็นภาพซ้อนขึ้นมา
มันเห็นแบบนั้น ไม่ได้เห็นเขาคนในปัจจุบัน  นี่คือเปลือกใหม่
แต่จิตวิญญาณคือ ดวงเดิม ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่เปลือก แต่จิตวิญญาณยังคงเป็นคนเดิม
คนที่เรารู้สึกผูกพันมาตลอดเวลา  ไม่น่าเชื่อนะ ความผูกพันจะข้ามภพข้ามชาติได้ขนาดนี้
 
ทำให้นึกถึงเรื่องราวของหลวงปู่มั่น คู่ของหลวงปู่
แตกต่างแค่ตัวบุคคล ไม่แตกต่างเรื่องสภาวะ เหมือนกันทุกอย่าง
แต่นั่นเขาเป็นเพียงวิญญาณ ที่เฝ้าติดตามหลวงปู่มาตลอด ไม่ยอมไปเกิด
สุดท้าย หลวงปู่ช่วยให้วิญญาณดวงนั้น เข้าใจในเรื่องเหตุและปล่อยวางลงไปในที่สุด
ความรู้สึกผิดนี่ มันเกาะกินใจนะ ถึงจะไม่ทุกข์เหมือนแต่ก่อน แต่ทว่า ความรู้สึกนั้นยังคงอยู่
 
ยิ่งเจริญสติมากเท่าไหร่ ตัวละอายและเกรงกลัวต่อบาป
ความรู้สึกผิดจะแสดงออกมาชัดมากๆ อย่างเช่นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้
 
เครื่องซักผ้าของเราสายไฟมันเสีย สเตอร์เสีย
เราให้เขาซ่อม สเตอร์ให้ซ่อมเพียงวิทยุ ซีดี อย่างอื่นไม่ต้อง
ได้โทรฯไปหาเขา ถามว่าซ่อมเสร็จหรือยัง พอเขาบอกราคามาทั้งหมด 900 บาท
เราต่อว่าเขา บอกว่า ทำไมแพงจังเลย รู้อย่างนี้ไม่น่าซ่อม  ( นี่เห็นไหม หลุดไปแล้ว ตอนนั้นไม่ทัน )
 
พอช่างนำของมาส่งที่บ้าน ก็ต่อว่าช่างอีก ทำไมคิดแพงจังเลยล่ะคะ
ช่างก็ยิ้มๆ ไม่ได้พูดอะไร เราช่วยเขายกของเข้าบ้าน
 
เหตุคือ ตัวสเตอร์ จริงๆแล้ว เราแทบจะไม่ได้เปิดเลย น่าจะเป็นปีแล้ว
ความเสียดายค่าซ่อมน่ะ เพราะวิทยุยังคงเปิดได้ แต่อาจจะขลุกขลักหน่อย
ส่วนเครื่องซักผ้า เสียตรงขั้วสายไฟ มันเปื่อย ทำให้มันไม่แน่นกับเครื่อง คือใช้ได้
แต่ต้องใช้เทคนิคในการปรับสายไฟ ทีนี้บางทีมันทำไม่ได้ เราขี้เกียจน่ะ ก็คิดว่าคงไม่กี่ตังค์แค่เปลี่ยนสาย
 
สองวันผ่านมา ความรู้สึกผิดเกาะกินใจ เราไม่น่าไปว่าเขา
คือหลังจากที่ว่าเขาไปแล้ว จิตมันมาคิดพิจรณา
 
เราเคยให้ช่างมาซ่อมทีวีที่บ้าน เขาคิดขั้นแรก 200 บาท ค่าช่าง
พอซ่อมแล้ว เสียค่าอุปกรณ์ ทั้งหมด 500 รวม 700 บาท แค่เปลี่ยนสายไฟ
แล้วนำเหตุการณ์ทั้งสองมาเปรียบเทียบกัน
 
ครั้งนี้ ทางร้านเขาเอารถมารับของที่บ้าน นำไปซ่อมที่ร้านเขา
ค่าน้ำมันล่ะ ค่าช่างล่ะ  ถ้าเรานำไปทีร้านเขา เราก็ต้องจ้างรถขนไปอยู่ดี
ของเขาบริการเราถึงที่ สายไฟที่เปลี่ยนให้ใหม่ก็ดีกว่าของเก่า ได้มาตราฐานกว่า
 
พอสภาวะทบทวนเช่นนี้ เราเกิดความละอายใจ เกิดความรู้สึกผิดในใจ
มันกินใจมาสองวันแล้ว รู้สึกผิดมากๆที่ไปต่อว่าเขาแบบนั้น
 
วันนี้ตัดสินใจโทรไปที่ร้าน คนรับสายคนเดิม
เรากล่าวคำขอโทษกับเขา เพราะเรารู้สึกผิดจริงๆ
เขาเองก็ดีนะ บอกว่าไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้โกรธอะไรค่ะ
คือ ไม่ว่าคำตอบของเขานั้นจะเป็นอย่างไร เราไม่ได้สนใจนะ
ขอแค่ให้เราได้พูดคำขอโทษออกไป ความรู้สึกผิดตรงนี้ หายไปทันที นี่มันเป็นแบบนี้

กันยายน 2010
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

คลังเก็บ

%d bloggers like this: